11. เรื่องความสำเร็จในชีวิตนั้นใครก็ต้องการ
พระพุทธเจ้าตรัสวิธีการที่จะให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเรียกว่า อิทธิบาท คือ วิธีให้ถึงความสำเร็จดังนี้
1.มีฉันทะ คือความชอบใจในสิ่งนั้นๆ
2.วิริยะ มีความขยันหมั่นเพียรในการทำสิ่งนั้นๆ
3.จิตตะ สนใจ ไม่ทอดทิ้งในการทำสิ่งนั้นๆ
4.วิมังสา มีการวิจารณ์ แล้วรวบรวมเป็นหลักฐานไว้ เพื่อการส่งเสริมและแก้ไข (ปาฏิ.ที.)
เมื่อปฏิบัติได้ครบทั้ง 4 อย่างนี้ ย่อมประสบความสำเร็จแน่นอนในสิ่งที่ตนพอใจ
12. หน้าที่ของพ่อแม่ ที่ต้องปฏิบัติต่อลูก
เรื่องนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้มีหลายอย่าง เช่น
1.ไม่ให้ทำชั่ว
2.ให้ทำความดี
3.ให้การศึกษา
4.หาภรรยาที่ดีให้
5.มอบมรดกให้ (ปาฏิ.ที.)
และให้ความรัก ความหวัง ความปรารถนาดี
13. หน้าที่ของลูก ที่ต้องปฏิบัติต่อพ่อแม่
พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า
1.มีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ เลี้ยงพ่อแม่
2.ช่วยทำธุระกิจของพ่อแม่ 3.สร้างและรักษาชื่อเสียงแก่วงศ์สกุล
4.ทำตัวดี ควรแก่การรับมรดก 5.บำเพ็ญกุศลอุทิศให้พ่อแม่ผู้ล่วงลับ
(ปาฏิ.ที.)
14. หน้าที่สามี ปฏิบัติต่อภรรยา
เรื่องนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า
1.ยกย่องว่าเป็นภรรยา
2.ไม่ดูหมิ่นเหยียดหยาม
3.มีความซื่อสัตย์
4.มอบความเป็นใหญ่ในบ้านให้
5.ให้เครื่องแต่งตัว
(ปาฏิ.ที.)
15. หน้าที่ภรรยา ปฏิบัติต่อสามี
เรื่องนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า
1.จัดงานในบ้านดี
2.สงเคราะห์คนของสามีดี (โดยมากภรรยามักรังเกียจญาติของสามี พอใจต้อนรับแต่ญาติของตน)
3.มีความซื่อสัตย์
4.รักษาทรัพย์สินที่สามีหาได้และมอบให้ดูแล
5.ขยัน
(ปาฏิ.ที.)
16. หน้าที่ของนายจ้าง ควรปฏิบัติกับลูกจ้าง
เรื่องนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า
1.ให้ลูกจ้างทำงานควรแก่กำลังและความรู้ความสามารถ
2.ให้อาหารและรางวัลตามควรแก่งาน (สมัยโน้นไม่มีการให้ค่าจ้างรายวันรายเดือนเหมือนเดี๋ยวนี้)
3.รักษาพยาบาลเมื่อลูกจ้างเจ็บไข้
4.ให้รางวัลพิเศษ
5.ให้ลูกจ้างพักตามเวลาอันควร
(ปาฏิ.ที.)
17.หน้าที่ลูกจ้าง ควรปฏิบัติกับนายจ้าง
เรื่องนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงดังนี้
1.ขยัน ทำงานก่อนหน้าจ้าง
2.เลิกทำงานหลังนายจ้าง
3.ซื่อสัตย์ต่อนายจ้าง
4.ทำงานดี
5.สรรเสริญนายจ้าง
(ปาฏิ.ที.) (โดยมากลูกจ้างมักนินทานายจ้าง)
18. หน้าที่ของครูอาจารย์ ที่ควรกระทำกับศิษย์
เรื่องนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดังนี้
1.แนะนำดี ด้วยเมตตา
2.สอนดี ด้วยความตั้งใจดี
3.สอนวิทยาการโดยสิ้นเชิง ไม่ปิดบัง
4.ยกย่องศิษย์
5.เล่าเรียนด้วยความตั้งใจ
(ปาฏิ.ที.)
19.หน้าที่ศิษย์ พึงปฏิบัติต่อครูอาจารย์
เรื่องนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดังนี้
1.มีความเคารพนับถือครูอาจารย์
2. ช่วยทำธุรกิจของท่าน
3.เชื่อฟังท่าน
4.มีความกตัญญูกตเวทีในท่าน
5.เล่าเรียนด้วยความตั้งใจ (ปาฏิ.ที.)
นอกจากนี้ยังทรงแสดงหน้าที่อันจะพึงปฏิบัติต่อกันในระหว่างเพื่อนกับเพื่อนผู้ใหญ่กับผู้น้อย พลเมืองกับบ้านเมือง เป็นต้นอีกมาก ( จะดูได้ในหนังสือ 1 ใน 84,000)

20. คุณสมบัติของหัวหน้า
เรื่องนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงทรงแสดงไว้มาก เช่น
1. มีความอดทนต่อความลำบากกาย ใจ ต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์ เป็นต้น
2. ตื่นตัวกับเหตุการณ์ เตรียมตัว ไม่ประมาท
3. ขยันทำงาน
4. จำแนกเหตุการณ์ได้ถูกต้อง รู้จักแบ่งงานแบ่งบุคคลให้ทำงานได้เหมาะสม
5. มีความเมตตา
6.สอดส่องตรวจตรา ติดตามงาน ( ฉัก.อังฉ.)
และ
1. สามารถในการหาข้อมูลของปัญหานั้นๆ
2.สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้(จตุก.อัง.)
และ
1. สงเคราะห์ประชาชน
2. สร้างมิตรภาพ กับผู้อื่น
3.รู้จักพูด
4. ใจกว้าง โอบอ้อมอารี
5. เป็นผู้นำเขา (ปาฏิ.ที.)
และ
1. องอาจ ฉลาด
2. คงแก่เรียน
3. เอาธุระหน้าที่ดี
4.มีหลักธรรมประจำใจและมีหลักในการทำงาน
5. เป็นผู้มีใจประเสริฐ
6.เป็นสัตบุรุษ
7. เป็นผู้มีปัญญามีความคิด ความริเริ่มดี ( ธ.ขุ.)
เหล่านี้ เป็นต้น
21. คุณสมบัติของข้าราชการ
เรื่องนี้พระพุทธเจ้า ทรงแสดงไว้มากเช่นเดียวกัน เช่น
1.ขยันทำงาน
2.ไม่ประมาทในสถานการณ์
3.รอบรู้ในเรื่องต่างๆ
4.ปฏิบัติหน้าที่ได้เรียบร้อย
( ชา.ขุ.) และ
1. เป็นผู้นำที่ดีของประชาชน
2. มีหลักการในการทำงาน
3.มีการศึกษาดี
4. บำเพ็ญประโยชน์ตนและผู้อื่น
5.มีใจมั่นคง
6. เป็นคนสุภาพเรียบร้อย
7.เตรียมตัวเสมอ เพื่อรับเหตุการณ์นั้นๆ
8.มีพฤติกรรมสะอาด ไม่ ทำทุจริต
9. ขยัน
( ชา.ขุ) และ
1.ฟังเป็น พูดให้เขาฟังเป็น
2.รู้จักข่มอารมณ์ร้าย
3. ทนทุกข์กาย ใจ ทนถูกว่า ทนต่อสิ่งเย้ายวนได้
4. ปฏิบัติหน้าที่ได้รวดเร็ว คล่องตัว
( ชา.ขุ.) และ
1.มีความประพฤติดี
2.ไม่โลภ
3.ทำตามคำสั่ง ไม่อวดดีกับผู้บังคับบัญชา
4.บำเพ็ญประโยชน์ทั้งต่อหน้า ทั้งลับหลัง ผู้บังคับบัญชา
(ชา.ขุ.) และ
1.นับถือผู้ที่เหนือกว่าในด้านวัยวุฒิและคุณวุฒิ
2.เคารพผู้ใหญ่ในราชการ
3.รู้จักประมาณตัว
4.เข้ากับเขาได้
(ชา.ขุ.) และ
1.ฉลาดรอบรู้
2.สมบูรณ์ด้วยความรู้
3.ทำงานเก่ง
4.รู้จักกาลอันควร-ไม่ควรทำอย่างไร
5.รู้จักสมัยว่า สมัยนี้ควรทำ-ไม่ควรทำอย่างไร
(ชา.ขุ.) และ
1.ไม่พูดมากเกินไป
2.ไม่นิ่งมากเกินไป
3.รู้จักประมาณในการพูด
4.ไม่พูดด้วยอารมณ์
5.ไม่พูดกระทบผู้อื่น
6.พูดจริง
7.พูดดี
8.ไม่พูดยุยง
9.ไม่พูดเพ้อเจ้อ
(ชา.ขุ.)
22. คุณสมบัติของพ่อค้า-แม่ค้า
พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องนี้ไว้ว่า
1.ตื่นแต่เช้า พิจารณางานของตน
2.กลางวัน สนใจในกิจการของตน ไม่ทอดทิ้ง
3.ตอนเย็น ตรวจตรากิจการของตนในด้านสิ่งของ ในด้านการค้า ในด้านการเงิน ในด้านทำงานของตน เป็นต้น ในแต่ละวัน
(ติง.อัง.) และ
1.มีตาดี คือตาไว รู้ไว รู้ว่าอะไรดีไม่ดี ขายดี ขายไม่ดี รู้จักซื้อ รู้จักขาย
2.เอาใจใส่ในการค้า ไม่ปล่อยปละละเลยให้ความไว้ใจแก่คนอื่นในการค้า (เรื่องนี้ถูกโกงมามากแล้ว)
3.มีนิสัยในการค้า (ติก.อัง.)
นอกจากนี้ยังทรงแสดงคุณสมบัติของสิ่งอื่นๆอีก
23. ผู้เดือดร้อนภายหลัง
เรื่องนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ผู้มีลักษณะอย่างนี้ย่อมเดือดร้อนในภายหลังแน่ คือ
1.เมื่อเป็นเด็ก ไม่ทำสิ่งที่ควรทำ เช่น 1.ไม่เล่าเรียน ไม่หาความรู้เพื่อสร้างอนาคต 2.เกียจคร้านทำงาน 3.มีความคิดจม คือไม่คิดถึงอนาคต 4.คิดสบายๆไปวันหนึ่งๆเท่านั้น 5.ไม่หาทางให้เกิดปัญญาความคิด (จึงจมอยู่ในความโง่)
(ธ.ขุ.) และ
1.เมื่อเป็นหนุ่ม (ยังแข็งแรง) ไม่แสวงหาทรัพย์
2. เมื่อเป็นเด็ก ไม่เล่าเรียนหาความรู้เพื่ออนาคต
3.เป็นคนเจ้าเล่ห์ ชอบยุยงให้มีเรื่องวุ่นวาย กินสินบน เหี้ยมโหด (ดูภายนอกเป็นคนดี)
4.ทุศีล ขาดขันติ ขาดเมตตา
5.เจ้าชู้
6.ตระหนี่ มีทรัพย์พอให้ได้ก็ไม่ให้ เห็นแก่ตัว
7.อกตัญญู
8.ดื้อดึงกับพ่อแม่ ดูหมิ่นพ่อแม่
9.ไม่ยอมเข้าใกล้สมณะ
10.ชอบทำทุจริต ไม่ยอมเข้าใกล้สัตบุรุษ
(ทสก.อัง.) และ
1.มีความรู้น้อย ชอบทำชั่วไร้คุณค่าในตัว
2.ชอบคบคนเลว พอใจในสิ่งที่เลวๆ
3.ชอบนอน ชอบคุย เกียจคร้าน เจ้าอารมณ์
4.อกตัญญู
5.ชอบหลอกลวง แม้แต่นักบวชก็ไม่เว้น
6.เห็นแก่ตัวจัดไม่ยอมแบ่งปันอะไรให้ผู้อื่น
7.เย่อหยิ่ง ดูหมิ่นแม้ญาติของตน
8.เป็นนักเลงผู้หญิง นักเลงการพนัน นักเลงเหล้า นักเลงหัวไม้ ล้างผลาญทรัพย์ที่มีอยู่
9.เจ้าชู้ ชอบคบผู้หญิงเสเพล
10.ชายแก่ได้เมียสาว หญิงแก่ได้ผัวหนุ่ม
11.ตั้งหญิงหรือชายที่เลวให้เป็นใหญ่ในการงาน
12.เกิดในตระกูลสูงแต่ยากจนและคิดมักใหญ่ใฝ่สูง
(สุ.ข.) และยังมีอีก