ไซเบอร์วนาราม.เน็ต

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

laithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithai

         ในช่วงเทศกาลสงกรานต์สิ่งหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนปฏิบัติกันคือการก่อเจดีย์ทรายภายในวัด ขนาดของเจดีย์ทรายนั้นจะเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับความศรัทธาและเพียรพยายามของแต่ละคน เพราะเจดีย์ทรายจะอยู่ได้ไม่นาน เนื่องจากทรายมีธรรมชาติแห้งเร็ว หากทรายขาดน้ำหล่อเลี้ยง ไม่นานก็ต้องพังทลายลงมาจนได้ การก่อเจดีย์ทรายอาจมีมีรูปลักษณ์พิเศษแตกต่างกันไปตามแต่จินตนาการของผู้ทำ บางทีทรายที่ก่อพังทลายไปนานแล้ว แต่รูปลักษณ์ภายในใจของผู้ก่อยังสรรค์สร้างไม่เสร็จ


         ในช่วงปลายวันสงกรานต์เห็นลุงมีกำลังก่อกองทรายหน้าพระอุโบสถคนเดียว จึงแวะเข้าไปหาถามว่ากำลังก่อกองทรายเป็นรูปอะไรทำไมมองไม่เหมือนเจดีย์เหมือนกองอื่นๆ ลุงมีบอกว่าผมกำลังสร้างบ้านด้วยการก่อกองทราย ชาติหน้าผมจะได้มีบ้านอย่างที่ผมฝันบ้าง เมื่อถามว่าบ้านในฝันเป็นอย่างไร

 


         ลุงมีจึงสาธยายให้ฟังว่า “ต้องหลังใหญ่มีรั้วรอบขอบชิด มีสระน้ำล้อมรอบ ก่อนจะเข้าบ้านต้องมีสะพานเดินข้าม รอบๆสระน้ำจะปลูกต้นไม้นานาชนิด เน้นที่พืชผักผลไม้ที่ใช้รับประทานได้ ขอบสระมีถนนล้อมรอบอีกทีหนึ่ง สามารถเดินรอบได้ ประตูทางเข้าปลูกต้นกระดังงาจะได้มีเถาว์ห้อยระย้า ใช้หลบแดดได้ และยังมีกลิ่นหอมด้วย” ลุงมีพูดไปก็ก่อกองทรายไป ทรายที่ก่อยังไม่เสร็จบางส่วนก็พังทลายลงมา ลุงมีใช้น้ำพรมตามทราย แต่ไม่นานทรายก็แห้งและพังลงมาอีก ส่วนหนึ่งเสร็จแต่ส่วนที่ทำครั้งแรกก็พังลงมาอีก  บ้านหลังใหญ่ในจินตนาการที่ลุงมีวาดไว้จึงสร้างไม่เสร็จ เพราะทรายถูกแดดเผาและแห้ง บ้านทรายที่ลุงมีว่าจึงไม่เคยสมบูรณ์ แต่ลุงมีก็ยังคงก้มหน้าก้มตาสร้างบ้านจากกองทรายต่อไป
         มนุษย์เราที่อยู่ในโลกใบนี้ได้ส่วนหนึ่งมาจากความฝัน ซึ่งบางครั้งก็อาจเป็นจริงได้ แต่ฝันบางอย่างต้องรอถึงชาติหน้า ซึ่งก็ไม่แน่ว่าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์อีกหรือไม่ ลุงมีมีความฝันสร้างบ้านในฝันจากทรายในช่วงวันสงกรานต์ แทนที่จะก่อเจดีย์ทรายเพื่อแสดงถึงความเคารพคารวะแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเป็นการใช้หนี้สงฆ์ที่อาจจะมีดินหรือทรายติดเท้าเมื่อเดินออกจากวัด พอถึงวันสงกรานต์ก็นำทรายเข้าวัดเพื่อใช้หนี้ ทรายที่เหลือพระสงฆ์ก็จะนำไปก่อสร้างเสนาสนะเพื่อเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาต่อไป 


         ทรายเป็นสัญลักษณ์แห่งอ่อนไหวเปลี่ยนแปลงแปรผันแปรได้ง่าย เพราะมีความละเอียดอ่อน ยิ่งพยายามก่อกองทรายให้เป็นรูปต่างๆให้ใหญ่โตมากเท่าใดก็ยิ่งมีโอกาสพังลงได้ง่ายและรวดเร็วเท่านั้น หากจะมองถึงปรัชญาที่คนโบราณสอนให้ก่อกองทรายในวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทยในอดีต อาจจะเป็นการสอนปรัชญาอย่างหนึ่งว่า “ชีวิตมนุษย์ไม่เที่ยงแท้แน่นอน มีเกิด มีดับ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีสรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์ คละเคล้ากันไป ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่จีรังยั่งยืนอะไร เหมือนเจดีย์ทรายที่พยายามก่อยิ่งมีขนาดใหญ่เวลาพังทลายลงมาก็ยากที่จะก่อขึ้นใหม่ได้ ทรายจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งตัวแทนของโลกธรรมไปด้วย อย่าได้มองข้ามคำสอนของบรรพบุรุษว่าล้าหลังไม่ทันสมัย บางอย่างอาจจะมีปรัชญาธรรมแฝงอยู่ก็ได้ 
         ส่วนคนอื่นจะมองอย่างไรอันนี้แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน โบราณก็มีสุภาษิตว่า “สองคนยลตามช่องคนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนมองเห็นดาวอยู่พราวพราย” มนุษย์เราย่อมมองต่างมุมกันได้
         ลุงมีไม่ได้มองถึงปัจจุบันแต่มองไปถึงอนาคตอันไกลโพ้นคือชาติหน้า ซึ่งการมองแบบนี้ต้องมั่นใจว่าตัวเองจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์อีก ชาตินี้ของลุงมีคงหมดโอกาสรวย และหมดโอกาสที่จะมีบ้านหลังใหญ่ตามที่แกฝัน เพราะอาชีพช่างก่อสร้างคงทำงานไปวันๆ แต่ก็ไม่แน่หากเก็บเงินเก็บทองมีช่องทางดีๆก็อาจจะรวยขึ้นมาได้เหมือนกัน เศรษฐีหลายคนก็เริ่มต้นจากคนงานก่อสร้างนี่แหละ 


         สักพักหนึ่งลุงมีเอ่ยถามขึ้นว่า “วันนี้หวยออกแล้ว หลวงพี่ว่ามันจะออกตัวไหน”
         จึงตอบลุงมีไปว่า “ถ้ารู้ว่ามันจะออกตัวไหนคงซื้อเองแล้ว หลวงพี่ก็อยากรวยเหมือนกัน”  
        หวยหรือสลากกินแบ่งก็คือความฝันของคนจน ซึ่งโอกาสที่จะเป็นจริงมีน้อยมาก ลุงมีเล่าให้ฟังว่า “ผมซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลทุกงวด อย่างน้อยหนึ่งคู่ ผมจะซื้อหลังวันหวยออกหนึ่งวัน สมมุติว่าหวยออกวันที่ 16 ผมก็จะซื้อวันที่ 17หรือ วันที่ 18 วันแรกๆที่มีวางขาย จากนั้นก็ฝันว่าจะถูกรางวัลที่หนึ่ง นี่ก็ผ่านมาหลายปียังไม่เคยถูกเลย” 
         ถามว่า “ทำไมต้องซื้อก่อนหวยออกตั้งหลายวัน ทำไมไม่ซื้อใกล้ๆวันหวยออก”
         ลุงมีบอกว่า “ผมจะได้มีเวลาฝันหลายวัน ตอนซื้อผมมีความฝันว่าจะต้องถูกรางวัลที่หนึ่ง ผมจะได้มีเวลาคิดและฝันนานๆว่าจะนำเงินที่ได้จากรางวัลสลากกินแบ่งไปทำอะไร ผมจึงมีเวลาฝันเกือบครึ่งเดือน ทำงานไปฝันไปทำให้ลืมความเหนื่อยยากในปัจจุบันไปได้บ้าง หากซื้อวันที่หวยออกผมก็มีเวลาฝันเพียงวันเดียว”


         ใครจะนำวิธีการของลุงมีไปใช้ก็ได้ นอกจากแกจะฝันข้ามภพข้ามชาติแล้ว ยังมีวิธีหาความสุขจากความฝันในแต่ละเดือนได้อีก เดือนหนึ่งฝันว่าได้เป็นเศรษฐีตั้งสองครั้ง 
          กองทรายที่ลุงมีก่อพังลงมาอีก ในที่สุดบ้านหลังใหญ่ที่แกคิดไว้จึงไม่สำเร็จ รั้วก็ยังไม่มี สระน้ำก็ยังไม่ได้ขุด ต้นไม้ก็ยังไม่ได้ปลูก ต้นกระดังงาก็ยังไม่ได้ปลูกเหมือนกัน ในที่สุดลุงมีจึงก่อกองทรายกองเล็กๆง่ายๆเหมือนคนอื่น ซึ่งมีรูปแบบธรรมดาที่สุดนั่นคือเทออกจากถังพลาสติกแล้วก็ปักธงไว้ข้างบน 
           ก่อนจะจากไปได้ยินลุงมีบ่นเบาๆว่า "ปีหน้าผมคงสร้างบ้านจริงเสียที ได้แต่ฝันมาหลายปีแล้ว"

 


พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
16/04/53

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

กองธรรมสนามหลวง

กองบาลีสนามหลวง

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

กรมการศาสนา

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

บัณฑิตวิทยาลัย  มมร

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธ)

เว็บไชต์นักศึกษาปริญญาเอก สาขาพุทธศาสน์ศึกษา มมร

 

วัดไทย

เว็บวัดในประเทศไทย

วัดไทยในต่างประเทศ

คณะสงฆ์ธรรมยุตUSA

 วัดป่าธรรมชาติ LA

พระคุ้มครอง

วัดธรรมยุตทั่วโลก

 

ส่วนราชการในประเทศไทย

มหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ส่วนราชการในประเทศไทย

กระทรวงในประเทศไทย

 

หนังสือพิมพ์ไทย

ไทยรัฐ
เดลินิวส์
มติชน
ผู้จัดการ
กรุงเทพธุรกิจ
คม ชัด ลึก
บ้านเมือง
ข่าวสด
ฐานเศรษฐกิจ
ประชาชาติธุรกิจ
สยามกีฬา
แนวหน้า
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
สยามรัฐ
สยามธุรกิจ
บางกอกทูเดย์

 

ข่าวภาษาต่างประเทศ

ข่าว CNN

ข่าว BBC

Bangkok Post

The Nation

หนังสือพิมพภาษาต่างประเทศ

เมนูสมาชิก