Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 4 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

สารบัญ


สรุปผลการวิจัย         

            รูปแบบการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) เป็นผู้ดำเนินการโดยมีรูปแบบการบริหารคือมีกรรมการที่ปรึกษา กรรมการบริหาร เจ้าหน้าที่ คณาจารย์สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) มีการประชุมสามัญประจำปีจัดขึ้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อรับทราบสรุปผลของการดำเนินงาน ปรึกษาหารือหาแนวทางในการพัฒนาและ กำหนดนโยบายในการศึกษาอบรม ผู้ที่ดำเนินการจริง ๆ จึงอยู่ที่เจ้าหน้าที่สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) มีสำนักงานอยู่ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพมหานคร
          รูปแบบการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ได้กำหนดไว้ 3 ภาค คือภาควิชาการ ภาคจิตภาวนาและภาคศึกษาดูงานในประเทศอินเดี-เนปาล แม้จะมีหลักสูตรในการฝึกอบรมแต่ยังขาดการกำหนดเนื้อหา ขาดเอกสารประกอบการสอน ขาดตำราที่เป็นมาตรฐานในการศึกษาอบรม ส่วนการสร้างจิตวิญญาณ การยึดมั่นในอุดมการณ์ การฝึกฝนความอดทน แม้จะไม่มีหลักสูตรโยตรงแต่ก็ต้องสอดแทรกอยู่ในการศึกษาอบรมทั้งสามภาค พระธรรมทูตที่มีอุดมการณ์ มีความอดทน มีจิตวิญญาณของพระธรรมทูต จะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจในประเทศใดก็จะเป็นการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา
            เมื่อประมวลผลจากผลการวิจัยแล้ว สามารถนำมาสร้างเป็นรูปแบบการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) โดยสรุปเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการวิจัยดังนี้ “KPTIS : Model” มีที่มาและคำอธิบายดังต่อไปนี้


 

KPTIS : MODEL
GOOD KNOWLEDGE
GOOD PRACTICE
TOLALENCE
SPIRIT OF PROPAGANDA
IDEOLOGY


 

          รูปแบบการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) “KPTIS : Model” มีคำอธิบายดังต่อไปนี้
         1. Good knowledge ต้องฝึกอบรมพระธรรมทูตให้มีความรู้ดีทั้งวิชาการด้านพระพุทธศาสนาและวิชาการที่ทันสมัยและสามารถประยุกต์หลักคำสอนของพระพุทธศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่ได้
        2. Good Practice ต้องให้การศึกษาอบรมพระธรรมทูตให้เป็นผู้ปฏิบัติดีตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา และสามารถแนะนำผู้อื่นให้ปฏิบัติได้ในชีวิตจริง
          3. Tolalence ต้องฝึกอบรมให้พระธรรมทูตมีความอดทน อดกลั้นได้ในทุกสถานการณ์
          4. Ideology ต้องฝึกอบรมให้พระธรรมทูตมีอุดมการณ์ มีหลักการ มีวิธีการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
          5. Spirit of Propaganda ต้องสร้างจิตวิญญาณในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้แก่พระธรรมทูต
        

     1. Good knowledge  ต้องฝึกอบรมพระธรรมทุตให้มีความรู้ดีทั้งวิชาการด้านพระพุทธศาสนาและวิชาการที่ทันสมัยและสามารถประยุกต์หลักคำสอนของพระพุทธศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่ได้
     Good knowledge มีความรู้ดี หมายถึงพระธรรมทูตจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี ต้องสามารถอธิบายขยายความหลักธรรมต่าง ๆ ให้ผู้ที่ยังไม่มีความรู้ได้รู้และเข้าใจในหลักคำสอนที่ถูกต้อง จากนั้นจึงศึกษาหาความรู้ทางด้านภาษาในการที่จะสื่อสารกับคนในประเทศที่เดินทางไปด้วย ต้องอธิบายหลักการสำคัญของพระพุทธศาสนาให้คนในศาสนาอื่นเข้าใจได้ด้วย  ดังนั้นหลักสูตรการศึกษาอบรมเพื่อที่จะเป็นพระธรรมทูตต้องเน้นที่วิชาการทางด้านพระพุทธศาสนา หลักการเผยแผ่ หลักการประชาสัมพันธ์ และต้องศึกษาภาษาสากลที่สามารถสื่อสารกับคนในชาติอื่น ๆ ด้วย ที่สำคัญที่สุดอย่างน้อยภาษาอังกฤษต้องพูดได้ อ่านได้สื่อสารได้
          หลักสูตรการศึกษาอบรมต้องยึดวิชาการทางด้านพระพุทธศาสนาเป็นหลักเช่นพระไตรปิฎก ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา พุทธศิลป์ เป็นต้น ต้องนำบรรจุเข้าในหลักสูตร
          2. Good practice มีการปฏิบัติดี หมายถึง พระธรรมทูตที่จะไปปฏิบัติศาสนากิจฝ่ายต่างประเทศต้องเป็นผู้ปฏิบัติตามธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป บางแห่งอากาศหนาวเย็นมาก ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม แต่อย่าละทิ้งหลักการปฏิบัติตามธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าได้แสดงไว้ดีแล้ว ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เป็นหลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา นอกจากจะมีความรู้ดีแล้ว ก็ต้องมีการปฏิบัติดีด้วยจึงจะเป็นพระธรรมทูตที่สมบูรณ์ได้ การที่จะทำให้พระธรรมทูตเป็นผู้ปฏิบัติดีนั้น หลักสูตรที่ควรจะนำมาศึกษาอบรมควรเป็นการปฏิบัติจริง ๆ เช่นวิปัสสนาภาวนา หรือวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งอาจจะใช้เวลาในการฝึกอบรมนานอาจจะหลายเดือนหรืออาจจะใช้เวลาเป็นปีก็ได้ เท่าที่สำนักฝึกอบรมนำมาใช้ในปัจจุบันเป็นเวลาสั้น ๆ เพียง 15 วัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการฝึกอบรมเพื่อให้พระธรรมทูตเป็นผู้ปฏิบัติดี อาจจะต้องส่งพระธรรมทูตไปฝึกในสำนักครูอาจารย์เป็นกรณีพิเศษ ส่วนหนึ่งพระภิกษุที่มาศึกษาอบรมมักจะเป็นพระภิกษุฝ่ายปริยัติ ศึกษาเฉพาะภาคทฤษฎีมาอย่างเดียว แต่ไม่เคยฝึกภาคปฏิบัติเลย จึงควรมีหลักสูตรการฝึกอบนมในสถานที่จริงตามแนวครูบาอาจารย์ฝ่ายกรรมฐานในวัดป่าต่าง ๆ พระที่เรียนมาทางด้านปริยัติให้แยกฝึกภาคปฏิบัติ ส่วนพระที่มาจากสายกรรมฐานไม่ได้เรียนภาคปริยัติมาก่อนก็ต้องฝึกอบรมทางด้านวิชาการ น่าจะแยกกันเป็นสองฝ่าย ก็จะได้พระธรรมทูตที่มีทั้งความรู้ดีและปฏิบัติดี สมตามปณิธานที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้คือวิชาจรณสัมปันโน คือเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชาและการปฏิบัตินั่นเอง
           3. Tolalence พระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วจะต้องมีความอดทน อดกลั้นได้ในทุกสถานการณ์ หน้าที่หลักในการที่จะเป็นพระธรรมทูตคือการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นแนวทางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงวางแบบอย่างไว้คือต้องมีหลักการ มีวิธีการ และมีอุดมการณ์ในการเผยแผ่ซึ่งแสดงไว้ในโอวาทปาฏิโมกข์ ทั้งหมดนั้นพระธรรมทูตต้องมีไว้ประจำใจ แต่สิ่งที่จะเน้นเป็นพิเศษคือความอดทนอดกลั้นซึ่งจะต้องประสบพบเห็นในการปฏิบัติศาสนากิจในต่างประเทศ ที่มีวัฒนธรรมประเพณีแตกต่างกัน มีศาสนาต่างกัน ต้องพยายามอธิบายและทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะทุกข์ยากลำบากสักปานใดก็ต้องอดทนให้ได้ แม้แต่การปฏิบัติศาสนากิจในวัดก็ต้องอาศัยความอดทน เพราะพระธรรมทูตที่อยู่ร่วมกันนั้นมาจากสำนักต่างกัน ครูบาอาจารย์ต่างกัน แนวปฏิบัติบางอย่างก็ต่างกัน บางแห่งมีทั้งพระฝ่ายปฏิบัติมาจากวัดป่า และพระธรรมทูตที่มาจากฝ่ายปริยัติซึ่งมีแนวปฏิบัติต่างกัน ต้องปรับตัวให้ได้ ต้องอดทนให้ได้  ดังนั้นรายวิชาที่จะฝึกให้พระธรรมทูตมีความอดทน วิชาหนึ่งการศึกษาดูงานในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้สองประเทศคืออินเดียและเนปาล หากจะขยายออกไปเป็นประเทศอื่นได้ก็น่าจะได้แนวทางแห่งการสร้างความอดทนให้แก่พระธรรมทูตได้
          4. Ideology ต้องฝึกอบรมให้พระธรรมทูตมีอุดมการณ์ มีหลักการ มีวิธีการในการเผยแผ่ จิตวิญญาณของพระธรรมทูตในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ยึดถือตามอุดมการณ์ที่พระพุทธเจ้าได้แสดงไว้ในโอวาทปาฏิโมกข์คือ “ความอดทนอดกลั้นเป็นสิ่งที่นักบวชในศาสนานี้พึงยึดถือและเป็นสิ่งที่ต้องใช้เมื่อประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจทุกอย่างที่ต้องพบเห็นในชีวิตนักบวช เช่น ประสงค์ร้อนได้เย็น ประสงค์เย็นได้ร้อน การมุ่งให้ถึงพระนิพพานเป็นเป้าหมายหลักของผู้ออกบวช มิใช่สิ่งอื่นนอกจากพระนิพพาน”
          ให้ยึดมั่นในหลักการคือ “การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม การทำจิตใจให้บริสุทธิ์” อย่าทำผิดกฎหมาย อย่าทำผิดขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศนั้น ๆ แม้ว่าบางอย่างอาจจะไม่เหมาะกับสิ่งที่เราคุ้นเคย จงพยายามทำคุณงามความดีทั้งส่วนตนและเพื่อประโยชน์เพื่ออื่น อาจจะเข้าร่วมงานในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ท้องถิ่นนั้น ๆ จัดขึ้น เมื่อมีส่วนร่วมก็ได้มวลชน และพยายามรักษาจิตพัฒนาจิตให้เข้าถึงจุดมุ่งหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนาคือนิพพาน
           พระธรรมทูตต้องยึดมั่นในวิธีการคือ “การไม่กล่าวร้าย การไม่ทำร้าย ความสำรวมในพระปาฏิโมกข์ ความเป็นผู้รู้จักประมาณในการบริโภค นั่งนอนในที่อันสงัด ความเพียรในอธิจิต” การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ หรือการรักษาศรัทธาของพุทธศาสนิกชนไทยไม่ให้เสื่อมนั้นต้องยึดมั่นในวิธีการอย่ากล่าวร้ายหาเรื่องกับใคร อย่าไปเบียดเบียนทำร้ายใคร ต้องยึดมั่นในหลักปฏิบัติตามธรรมวินัย อย่ามักมากในการใช้สอย อยู่ในที่สงัดและประกอบความเพียรในการอบรมจิตของตนเสมอ
          จากนั้นจึงปฏิบัติตามเพื่อให้เข้าถึงจุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนาคือ “ขันติคือความอดกลั้นเป็นตบะอย่างยิ่ง พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวว่านิพพานเป็นบรมธรรม” แม้จะยังไปไม่ถึงจุดหมายแต่การดำเนินตามเส้นทางสายนี้ก็ถือได้ว่าเดินตามแนวของพระพุทธเจ้าผู้ประกาศพระพุทธศาสนา ถ้าการฝึกอบรมพระธรรมได้อย่างนี้ ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว รายวิชาที่จะนำมาประกอบการสอนคือหลักการประชาสัมพันธ์ หลักการพูดในที่ชุมชน หลักการของนักเทศน์ เป็นต้น
           5. Spirit of Propaganda ต้องสร้างจิตวิญญาณในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้แก่พระธรรมทูต การฝึกอบรมพระธรรมทูตนั้น รายวิชาที่อาจจะไม่สามารถระบุเป็นสังเขปรายวิชาได้คือการสร้างจิตวิญญาณในการเป็นพระธรรมทูต นอกจากจะต้องมีอุดมการณ์ มีหลักการ และมีวิธีการตามที่พระพุทธเจ้าประกาศไว้แล้ว การสร้างจิตวิญญาณในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา อาจจะมาจากองค์รวมของการศึกษาอบรมทั้งสามภาคคือภาควิชาการได้ความรู้ มีความรู้อันจะเป็นพื้นฐานในการทำงาน ด้านจิตภาวนาจะเป็นองค์คุณในการปกป้องคุ้มครองตนเองและยังสอนผู้อื่นให้เข้าถึงจุดมุ่งหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนาได้ อีกอย่างการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศก็เป็นการสร้างจิตวิญญาณอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อได้เห็นการเป็นอยู่ การดำเนินงานของพระธรรมทูตในแต่ละประเทศ ก็สามารถนำมาประยุกต์ปรับปรุงแก้ไขในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ พระธรรมทูตต้องยึดมั่นในหลักการคือพระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา มีแนวแห่งการปฏิบัติและมีการประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับเหตุการณ์  มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในยุคสมัยให้เป็นเครื่องมือในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
          สรุปรูปแบบการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธรรมยุต) ได้องค์ความรู้ใหม่ในการศึกษาอบรมคือ “KPTIS : Model” ประกอบด้วย (1) Good knowledge ต้องฝึกอบรมพระธรรมทูตให้มีความรู้ดีทั้งวิชาการด้านพระพุทธศาสนาและวิชาการที่ทันสมัยและสามารถประยุกต์หลักคำสอนของพระพุทธศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่ได้ (2) Good Practice  ต้องให้การศึกษาอบรมพระธรรมทูตให้เป็นผู้ปฏิบัติดีตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา และสามารถแนะนำผู้อื่นให้ปฏิบัติได้ในชีวิตจริง (3) Tolerance ต้องฝึกอบรมให้พระธรรมทูตมีความอดทน อดกลั้นได้ในทุกสถานการณ์ (4) Ideology ต้องฝึกอบรมให้พระธรรมทูตมีอุดมการณ์ มีหลักการ มีวิธีการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ (5) Spirit of Propaganda ต้องสร้างจิตวิญญาณในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้แก่พระธรรมทูต

                

บรรณานุกรม

กรมการศาสนา.พระไตรปิฎกภาษาไทย.กรุงเทพฯ:โรงพิพม์การศาสนา,2514.
พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์. ข้อแนะนำพระธรรมทูตพุทธศาสนา. พระนคร : โรงพิมพ์การศาสนา, 2507.
รายงานการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 14/2508 วันที่ 13 ธันวาคม 2508.
รายงานการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 2/2509 วันที่ 28 กันยายน 2509.
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. ข้อมูลพื้นฐานทางพระพุทธศาสนา ปี 2556.กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, 2556.

 
[1]วิ.มหา.4/32/40.
[2]พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์, ข้อแนะนำพระธรรมทูตพุทธศาสนา, (พระนคร : โรงพิมพ์การศาสนา, 2507), หน้า 5-6.
[3]รายงานการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 14/2508 วันที่ 13 ธันวาคม 2508.
[4]รายงานการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 2/2509 วันที่ 28 กันยายน 2509.
          [5]ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, ข้อมูลพื้นฐานทางพระพุทธศาสนา ปี 2556, (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, 2556), หน้า 28.

Go to top