Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 4 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

สารบัญ

ผลการวิจัย/สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
          การสรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรูปแบบการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามลำดับดังนี้
       วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.เพื่อศึกษาสถานภาพและปัญหาการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไทยไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) 2.เพื่อหาแนวทางในการการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไทยไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) 3.เพื่อสร้างรูปแบบการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไทยไปต่างประเทศ (ธรรมยุต)
      วิธีดำเนินการวิจัย 1.ข้อมูลเชิงคุณภาพได้แก่แบบสัมภาษณ์เชิงลึกจากกรรมการที่ปรึกษา กรรมการบริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) พระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศจำนวน 35 รูป/คน มีการจัดกระทำและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content Analysis) โดยศึกษาและทำความเข้าใจข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้งหมดหลายรอบ แล้วหาความสัมพันธ์ของข้อมูลเหล่านั้นเพื่อกำหนดทิศทาง จัดข้อมูลเป็นหมวดหมู่ และสร้างข้อสรุปตามกรอบการศึกษาค้นคว้าแล้วรายงานผลโดยการพรรณนาวิเคราะห์
         ขอบเขตของโครงการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้วางขอบเขตไว้ดังต่อไปนี้ 1. ด้านเนื้อหาศึกษาจากเอกสาร ตำรา งานเขียนขั้นปฐมภูมิ จากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) จากนั้นจึงศึกษาจากเอกสารขั้นทุติยภูมิคือเอกสารทางวิชาการอื่น ๆ การสัมภาษณ์เชิงลึก 2. ด้านประชากร กรรมการที่ปรึกษา กรรมการบริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) พระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ 3.ขอบเขตด้านสถานที่ เป็นการวิจัยจากพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ทั้งที่ปฏิบัติศาสนกิจในประเทศไทย และปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ 4.ขอบเขตด้านเวลา คือระยะเวลา 1 ปี (ระหว่าง 1 ตุลาคม 2560-30 กันยายน 2561)
         ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยเรื่องนี้ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ข้อมูลในการวิจัยมี 2 ประเภทคือ ข้อมูลชั้นต้น (Primary Data) ได้แก่ข้อมูลที่เขียนบันทึกคัดลอกจากเอกสารชั้นต้นได้แก่หนังสือ งานวิจัยและวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลชั้นรอง (Secondary Data) ได้แก่การสัมภาษณ์เชิงลึกกรรมการที่ปรึกษา กรรมการบริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) พระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศจำนวน 35 รูป/คน ในฐานะที่เป็นบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระธรรมทูต โดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบเครื่องมือจากผู้เชียวชาญ จากนั้นนำข้อมูลทั้งสองส่วนมาทำการวิเคราะห์เนื้อหา
          เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่แบบสัมภาษณ์เชิงลึก โดยผู้วิจัยดำเนินการเองออกเก็บข้อมูลจากกรรมการที่ปรึกษา กรรมการบริหาร เจ้าหน้าที่ คณาจารย์สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) พระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศตามที่กำหนด เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์หารูปแบบการศึกษาออบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ต่อไป
          วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลคือ 1. รวบรวมข้อมูลจากเอกสาร หนังสือ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2. นักวิจัยพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ 3. เก็บรวบรวมเครื่องมือและข้อมูลทั้งหลาย             นำมาตรวจสอบความสมบูรณ์ และจัดระเบียบข้อมูลตามเนื้อหา
           การตรวจสอบข้อมูล ผู้วิจัยมีการตรวจสอบความแม่นตรง (Validity) และความน่าเชื่อถือ (Reliability) ของข้อคำถามภาคสนามทุกครั้งที่เก็บข้อมูล ด้วยการดูว่าข้อคำถามได้สื่อความหมายตรงตามที่ต้องการหรือไม่ ทดสอบกับสภาพแวดล้อม และข้อมูลอื่นที่มีอยู่เดิมจากแหล่งอื่น ๆ ในลักษณะทดสอบตามวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เพื่อจะได้ข้อมูลที่มีความแม่นยำและมีความน่าเชื่อถือได้มากที่สุด จากการสังเกตพฤติกรรม การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่มของข้อมูลประชากร ด้วยการตรวจสอบข้อมูลในด้านต่าง ๆ คือ (1) ตรวจสอบข้อมูลจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยให้บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือผู้ให้ข้อมูลหรือหลักฐานต่าง ๆ จากภาคสนามที่วิจัยตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานข้อมูล (2) ตรวจสอบด้วยกลุ่มที่เกี่ยวข้องหรือกลุ่มเพื่อนักวิจัย (Peer Examination) โดยให้ข้อมูลและรายละเอียด แสดงความคิดเห็น วิจารณ์ ตลอดถึงการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับหลักฐานและข้อมูล แบบแผนที่เป็นแก่นสารที่ทำการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ได้จากข้อมูลหลักฐานที่เก็บไว้ รวบรวมได้จากสนามการวิจัย (3) ทำการตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องด้วยวิธีสามเส้า (Triangulation Method) คือ (1) ความแตกต่างของผู้ให้ข้อมูล (2) ความแตกต่างด้านพื้นที่ให้ข้อมูล (3) ความแตกต่างของเวลาที่ให้ข้อมูล ซึ่งเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ข้อมูลตรงกันหรือไม่ ถ้าไม่ตรงกันจำเป็นต้องหาข้อมูลจนได้ข้อยุติในลักษณะเดิมในทุกประเด็นของคำถาม
          การวิเคราะห์ข้อมูลและประมวลผล หลังจากเก็บรวบรวมข้อมูลแล้ว คณะผู้วิจัยได้นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้าจากเอกสาร การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม มาทำการสังเคราะห์เชิงเนื้อหาด้วยการจัดเรียงโดยแบ่งออกเป็นส่วน ๆ หรือเป็นประเภทให้อยู่ในหมวดเดียวกัน ซึ่งจำแนกเป็นข้อมูลเพื่อตอบโจทย์วิจัยและวัตถุประสงค์ของการวิจัยตามลักษณะข้อมูล หลังจากนั้นก็จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์และแปลความหมาย ผู้วิจัยได้สังเคราะห์และวิเคราะห์จากบุคคลที่ได้ทำการสัมภาษณ์ แล้วนำสาระสำคัญที่เหมาะสมกับการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) โดยการวิเคราะห์ดังนี้
วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดโดยมีบทบาททั้งหมดเป็น Input แบบสัมภาษณ์เชิงลึกเป็น Process การศึกษาออบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) เป็น Output และองค์ความรู้ใหม่เป็น Outcome

 

ผลการวิจัย

         สถานภาพของการศึกษาออบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) จากการสัมภาษณ์ซึ่งผู้วิจัยได้กำหนดกลุ่มบุคคลไว้คือกรรมการที่ปรึกษา กรรมการบริหาร เจ้าหน้าที่ คณาจารย์สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธรรมยุต) พระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธรรมยุต)
          สถานภาพของการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) พอสรุปได้ 3 ยุคคือ ยุคแรกการศึกษาอบรมพระธรรมทูตเกิดจากแนวคิดของการที่จะฝึกอบรมพระภิกษุเพื่อให้เป็นพระธรรมทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ในยุคแรกฝึกอบรมทั้งสองนิกาย มีจำนวนพระภิกษุฝ่ายธรรมยุตเข้าฝึกอบรมเพียง 9 รูป ระยะเวลาในการศึกษาอบรม 2 ปี จึงสามารถศึกษาได้รอบด้านทั้งด้านวิชาการ ด้านการปฏิบัติ และด้านการสร้างวิญญาณของนักเผยแผ่ พระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมในยุคแรกจึงสามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศอย่างได้ผล แต่ปัญหาคือระยะเวลาในการฝึกอบรมมากเกินไป ทำให้กระบวนการในการฝึกอบรมไม่มีความต่อเนื่อง บางช่วงต้องหยุดไปเนื่องจากติดเทศกาลเข้าพรรษา บางช่วงผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีภาระหน้าที่ในการปฏิบัติศาสนากิจในวัดที่ตนสังกัด ด้านสถานที่ก็ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจน เพราะต้องอาศัยความพร้อมของวัดและคณาจารย์ในต่างจังหวัด
       ยุคที่สองด้านสถานที่ได้ระบุไว้ที่มหาวิทยาลัยมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม และวัดพระยายัง กรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดปัญหาในการจัดการ เพราะสถานที่แต่ละแห่งเป็นวิทยาเขตในสังกัดมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งจะต้องจัดการศึกษาให้แก่พระภิกษุสามเณรในระดับปริญญาตรี ด้านจำนวนผู้เข้าศึกษาอบรมไม่จำกัดทั้งอายุและคุณวุฒิ ทำให้ยากต่อการบริหารจัดการ ทั้งด้านสถานที่ฝึกอบรมบางแห่งคับแคบเกินไป สถานที่พักก็ไม่เพียงพอ ด้านอาหารก็ลำบาก งบประมาณสนับสนุนก็ไม่เพียงพอ ต้องขอรับบริจาคจากคณะศรัทธาทั่วไป บางปีไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการ ด้านระยะเวลากำหนดไว้เพียงหนึ่งเดือนเดือน ซึ่งทำให้ไม่สามารถศึกษาอบรมได้ครบตามหลักสูตร เพราะเงื่อนไขของเวลา
         ยุคที่สามได้ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่าง โดยได้ก่อตั้งสถาบันฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ขึ้นที่พระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพมหานคร และได้ออกระเบียบ ข้อบังคับในการศึกษาอบรม ระเบียบในการเดินทางไปต่างประเทศขึ้นอีกหลายฉบับ ในด้านจำนวนผู้เข้ารับการศึกษาอบรมก็ได้ระบุจำนวนไว้ชัดเจนปีละไม่เกิน 60 รูป ด้านคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกคือเมื่อผ่านการศึกษาอบรมไปประมาณ 10 รุ่น  จำนวนพระภิกษุที่ระบุคุณสมบัติไว้มีจำนวนไม่เพียงพอ จึงได้แก้ไขระเบียบ เพื่อลดคุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาอบรมลงเป็นนักธรรมชั้นเอก และชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และหากจะมีพระภิกษุที่มีคุณสมบัติต่อกว่านั้นก็ให้เป็นดุลยพินิจของกรรมการการฝึกอบรม บางรุ่นผู้เข้าฝึกอบรมจึงมีระดับการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาตอนต้น(ที่คณะกรรมการอนุมัติให้เข้าศึกษาอบรม) จนถึงปริญญาเอกด้านระยะเวลาในการศึกษาอบรมได้กำหนดไว้สามเดือน ปัญหาที่ตามมาคือพระภิกษุที่เข้ารับการฝึกอบรมมีระดับความรู้แตกต่างกัน ทำให้ยากต่อการศึกษา ในบางรายวิชาเช่นภาษาอังกฤษ บางรูปแทบจะไม่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เลยก็มี สถานที่การฝึกอบรมภาควิชาการให้ใช้สถาบันฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) วัดพระศรีมหาธาตุ ส่วนสถานที่ฝึกอบรมด้านวิปัสสนากรรมฐานใช้วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม จังหวัดนครราชสีมา และได้เพิ่มภาคศึกษาดูงานในประเทศอินเดีย-เนปาลเข้ามาอีก
          ปัญหาของการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) จากการศึกษาเอสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกพระธรรมทูตที่ผ่านการศึกษาอบรมทั้งยุคแรก ยุคที่สอง และยุคที่สาม ได้ข้อสรุปดังนี้ (1) ด้านวิชาการ การฝึกอบรมไม่มีหลักสูตรที่ชัดเจน ต้องอาศัยความรู้และความชำนาญของวิทยากรผู้บรรยายถวายความรู้เป็นหลัก ซึ่งแต่ละท่านก็บรรยายในเนื้อหาตามที่ตนถนัด ทำให้ขาดเอกภาพ บางวิชาอาจารย์บรรยายไปคนละทาง ผู้เข้าศึกษาอบรมก็ไม่สามารถสรุปเนื้อหาสำคัญได้ ที่สำคัญไม่มีระบบการสอบวัดผล ไม่มีระบบการประเมินในแต่ละรายวิชา (2) ด้านการฝึกอบรมจิตภาวนา ยังไม่มีหลักสูตรในการฝึกที่ชัดเจน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของวิทยากรที่มาบรรยายถวายความรู้ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นพระเถระฝ่ายวิปัสสนา จึงเรียงลำดับหัวข้อในการบรรยายที่ชัดเจนไม่ได้ วิทยากรมีความชำนาญการปฏิบัติแนวไหนก็บรรยายไปตามแนวที่ตนถนัด (3) ภาคศึกษาดูงานในต่างประเทศ ยังไม่มีผู้รับผิดชอบด้านนี้โดยตรง  ส่วนหนึ่งอาศัยพระธรรมทูตรุ่นพี่ที่เดินทางไปศึกษาที่ประเทศอินเดียเป็นหลัก ด้านงบประมาณก็ยังไม่เพียงพอ ต้องขอรับบริจาคจากประชาชนทั่วไป (4) การฝึกอบรมให้พระธรรมทูตมีความอดทนอดกลั้น ยังไม่มีหลักสูตรที่ชัดเจน แต่แทรกอยู่ในการฝึกทั้งสามภาคคือภาควิชาการ ภาคจิตภาวนาและภาคศึกษาดูงาน ถ้าจะมีหลักสูตรในการฝึกฝนความอดทนต้องส่งพระธรรมทูตไปอบรมในวัดฝ่ายวิปัสสนาที่มีการฝึกด้วยการปฏิบัติจริง ๆ (5) ส่วนด้านการสร้างอุดมการณ์ หลักการ วิธีการนั้นได้แทรกอยู่ในภาควิชาการ ด้วยการศึกษาจากปฏิปทาของพระพุทธเจ้าและพุทธสาวกในสมัยพุทธกาล และครูอาจารย์ที่ได้ดำเนินการด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ (6) ด้านการสร้างจิตวิญญาณของพระธรรมทูตก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะสร้างอย่างไร เพราะผู้เข้าอบรมบางรูปต้องการมาศึกษาอบรมเพียงเพื่อต้องการหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น ไม่ได้ใส่ใจศึกษาอบรมเพื่อที่จะเป็นพระธรรมทูตจริง ๆ อาศัยการฝึกอบรมเป็นช่องทางในการเดินทางไปต่างประเทศเท่านั้น
          แนวทางการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ควรมีให้ครบรอบด้าน คือด้านปริยัติธรรมต้องมีความรู้ดีทั้งวิชาด้านพระพุทธศาสนา เทคนิควิธีการเผยแผ่ มีความเข้าใจในวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศที่เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ด้านการปฏิบัติต้องยึดมั่นตามธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด แม้ว่าสภาพของบางประเทศจะมีสภาพหนาวเย็นก็ต้องอนุวัตรตามได้ แต่อย่างทิ้งหลักธรรมวินัยอันเป็นแบบแผนในการปฏิบัติตนของพระภิกษุ ส่วนความรู้ด้านอื่น ๆ ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมให้มาก หากมีปัญหาให้ปรึกษากับครูอาจารย์จะได้หาทางช่วยกันแก้ไข
          อีกอย่างหนึ่งพระธรรมทูตต้องศึกษาอบรมให้มีความอดทนอดกลั้นให้ได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างจากความเคยชินในประเทศไทย บางครั้งต้องเผชิญกับลัทธิศาสนาอื่นที่มีหลักคำสอนแตกต่าง มีแนวปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน พระธรรมทูตต้องอดทนให้ได้ โดยยึดมั่นในอุดมการณ์ หลักการและวิธีการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าทรงประทานไว้ให้คืออย่าไปกล่าวร้าย อย่าไปประทุษร้าย ต้องยึดมั่นในหลักปฏิบัติคือพระธรรมทวินัยอย่างเคร่งครัดไม่หวั่นไหวไปกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องฝึกฝนอบรมตนให้มีความมั่นคง นอกจากนั้นต้องมีจิตวิญญาณของพระธรรมทูตเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนามีความเสียสละเป็นพื้นฐานอย่าได้หลงระเริงไปกับลาภสักการะและอามิสต่าง ๆ อีกอย่างหนึ่งที่ควรนำมาเป็นหลักสูตรในการฝึกอบรมคือภาคนวกรรมเบื้องต้น เพราะพระธรรมทูตที่ไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศบางครั้งก็ต้องดูแลซ่อมแซมเสนสนะเอง

Go to top