Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 4 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

สารบัญ


วิธีดำเนินการวิจัย

          การวิจัยเรื่องนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ซึ่งมีขั้นตอนและวิธีดำเนินการวิจัย เพื่อตอบวัตถุประสงค์ให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ ดังนี้
         ประชากรที่ศึกษา ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ได้แก่กรรมการที่ปรึกษา กรรมการบริหาร คณาจารย์เจ้าหน้าที่ สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) และพระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต)
          เทคนิคและวิธีเลือกกลุ่มตัวอย่าง ในการวิจัยครั้งนี้ ได้กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีเปิดตารางสำเร็จของเกรจซี่ และมอร์แกน จำนวนประชากรมีจำนวนมาก จึงสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงดังนี้ กรรมการที่ปรึกษา 2 รูป กรรมการบริหาร 3 รูป คณาจารย์ 5 รูป/คน เจ้าหน้าที่สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) จำนวน 5 รูป/คน และพระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต)จำนวน 20 รูปได้กลุ่มประชากรตัวอย่างทั้งหมด 35 รูป/คน จากนั้นจึงลงพื้นที่สัมภาษณ์ ในการวิจัยครั้งนี้ยังมีการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างกับกลุ่มประชากรที่คัดเลือกจำนวน 24 รูป/คน

3. ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย

          ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการแบ่งข้อมูลที่ใช้ได้ดังนี้ดังนี้
          1) สำรวจข้อมูลจากเอกสารปฐมภูมิคือคัมภีร์พระไตรปิฎก พร้อมทั้งข้อมูลจากเอกสารทุติยภูมิ คือทฤษฎี แนวคิด งานวิจัย วิทยานิพนธ์ และเอกสารที่เกี่ยวข้องเช่น ตำรา หนังสือ วารสาร บทความ งานเขียน เป็นต้น
             2) นำข้อมูลที่ได้มาจัดประเภท วิเคราะห์ อธิบายความ ตีความแล้วนำมาสังเคราะห์เป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย
          3) ขอคำแนะปรึกษา และความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย
         4)   ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก
         
4. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
         เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้แบบสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview)
5. การสร้างและทดสอบความเชื่อมั่นของเครื่องมือวิจัย
      เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยสร้างขึ้นโดยผู้วิจัยเองภายใต้กรอบแนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง หรือนิยามศัพท์ปฏิบัติการ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาวิจัย วัตถุประสงค์การวิจัย สมมุติฐานการวิจัย โดยใช้คำถามแบบปลายเปิด เมื่อสร้างแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ของเนื้อหา โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน คือ (1) รศ.ดร.สุกิจ ชัยมุสิก (2) ดร.จักรวาล  สุขไมตรี และ (3) ดร.สุมานพ ศิวารัตน์ เป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ เพื่อหาความตรงของเนื้อหา (Content Validity) ได้ค่า IOC = 1.0 จากนั้นจึงได้นำแบบสอบสัมภาษณ์ มาปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์และแล้วจึงนำไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มประชากรคือกรรมการที่ปรึกษา กรรมการบริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) และพระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต)

 

6. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

            ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้กำหนดวิธีในการเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ดังนี้
          1.สำรวจจำนวนประชากรที่ศึกษาคือกรรมการที่ปรึกษา กรรมการบริหาร คณาจารย์เจ้าหน้าที่ สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) และพระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) เพื่อให้รู้จำนวนที่แน่ชัด คัดเลือกกลุ่มประชากรเพื่อสัมภาษณ์ เนื่องจากการวิจัยครั้งนี้กลุ่มประชากรอยู่ในสภาพพื้นที่ห่างไกล หลายท่านปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ ผู้วิจัยไม่สามารถเดินทางไปสัมภาษณ์ด้วยตนเองได้ จึงได้ส่งแบบสัมภาษณ์ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์คืออีเมล์ เฟสบุ๊ค และไลน์ เมื่อตอบกลับมาจึงเก็บข้อมูลไว้
           1) ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยผู้วิจัย
           2) เมื่อได้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างกลับคืนมานำมาตรวจสอบความสมบูรณ์และจัดระเบียบข้อมูล

7. การตรวจสอบข้อมูล

            ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูล ความเป็นไปได้ คณะผู้วิจัยมีการตรวจสอบความแม่นตรง (Validity) และความน่าเชื่อถือ (Reliability) ของข้อคำถามภาคสนามทุกครั้งที่เก็บข้อมูล ด้วยการดูว่าข้อคำถามได้สื่อความหมายตรงตามที่ต้องการหรือไม่ ทดสอบกับสภาพแวดล้อม และข้อมูลอื่นที่มีอยู่เดิมจากแหล่งอื่น ๆ ในลักษณะทดสอบตามวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เพื่อจะได้ข้อมูลที่มีความแม่นยำและมีความน่าเชื่อถือได้มากที่สุด จากการสังเกตพฤติกรรม การสัมภาษณ์ของข้อมูลประชากร ด้วยการตรวจสอบข้อมูลในด้านต่าง ๆ ดังนี้    
          1. ตรวจสอบข้อมูลจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยให้บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือผู้ให้ข้อมูลหรือหลักฐานต่าง ๆ จากภาคสนามที่วิจัยตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานข้อมูล
          2. ตรวจสอบด้วยกลุ่มที่เกี่ยวข้องหรือกลุ่มเพื่อนนักวิจัย (Peer Examination) โดยให้ข้อมูลและรายละเอียด แสดงความคิดเห็น วิจารณ์ ตลอดถึงการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับหลักฐานและข้อมูล แบบแผนที่เป็นแก่นสารที่ทำการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ได้จากข้อมูลหลักฐานที่เก็บไว้ รวบรวมได้จากสนามการวิจัย
          3. ทำการตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องด้วยวิธีสามเส้า (Triangulation Method) คือ (1) ความแตกต่างของผู้ให้ข้อมูล (2) ความแตกต่างด้านพื้นที่ให้ข้อมูล (3) ความแตกต่างของเวลาที่ให้ข้อมูล ซึ่งเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ข้อมูลตรงกันหรือไม่ ถ้าไม่ตรงกันจำเป็นต้องหาข้อมูลจนได้ข้อยุติในลักษณะเดิมในทุกประเด็นของคำถาม

 

8. การวิเคราะห์ข้อมูลและประมวลผล
       หลังจากเก็บรวบรวมข้อมูลแล้ว คณะผู้วิจัยได้นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้าจากเอกสาร การสัมภาษณ์ มาทำการสังเคราะห์เชิงเนื้อหาด้วยการจัดเรียงโดยแบ่งออกเป็นส่วน ๆ หรือเป็นประเภทให้อยู่ในหมวดเดียวกัน ซึ่งจำแนกเป็นข้อมูลเพื่อตอบโจทย์วิจัยและวัตถุประสงค์ของการวิจัยตามลักษณะข้อมูล หลังจากนั้นก็จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์และแปลความหมาย ผู้วิจัยได้สังเคราะห์และวิเคราะห์จากบุคคลที่ได้ทำการสัมภาษณ์ จากนั้นจึงนำสาระสำคัญที่เหมาะสมกับการจัดการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ โดยการวิเคราะห์ดังนี้
        วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดโดยมีบทบาททั้งหมดเป็น Input แบบสัมภาษณ์เชิงลึกเป็น Process การจัดการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ Output และองค์ความรู้ใหม่เป็น Outcome

9. สถานที่ทำการทดลองและเก็บข้อมูล
 
          ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยและคณะได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มประชากรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศคือกรรมการที่ปรึกษา กรรมการบริหาร คณาจารย์เจ้าหน้าที่ สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) และพระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต)

10. การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล
         การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาจากเอกสาร ตำรา งานเขียน การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ เพื่อสร้างรูปแบบการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) โดยมีกรรมการที่ปรึกษา กรรมการบริหาร คณาจารย์เจ้าหน้าที่ สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) และพระธรรมทูตที่ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) เป็นผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์เชิงลึก จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อสร้างรูปแบบการศึกษาอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ต่อไป

Go to top