Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

       ขณะที่นั่งเรือข้ามฟากจากท่าเรือวัดมหาธาตุไปยังฝั่งศิริราช เรือค่อยๆเคลื่อนตัวอย่างแช่มช้าเพราะแม่น้ำเจ้าพระยายังมีเรืออีกหลายประเภทวิ่งสวนไปมา  เรือยาวนำพานักท่องเที่ยวชมความงามสองฟากฝั่งริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  เสียงไกด์นำเที่ยวแทรกเข้ามาหลายภาษามีทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อังกฤษ และอีกหลายภาษาที่ฟังไม่ออกบอกไม่ได้ว่าเป็นภาษาอะไร เรือข้ามฟากยังคงทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า คนขับเรือเปิดเพลงลูกทุ่งจากวิทยุเก่าๆ เสียงของ สายัณห์ สัญญา นักร้องที่กำลังป่วยนอนพักรักษาตัวในช่วงเวลานี้ แว่วเข้ามา “พี่เป็นหนุ่มลุ่มเจ้าพระยา ล่องเรือไปขายค้าเดินทางมาหลายร้อยกิโล.......”  สายัณห์กำลังป่วย นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระรามเก้ามานานแล้ว  แม้ร่างกายจะอ่อนล้า แต่ทว่าน้ำเสียงของเขาเคยสะกดคนฟังมานานหลายปี และยังน่าฟังในปัจจุบัน

       สมัยเป็นหนุ่มมีเพื่อคนหนึ่งชอบเพลงของสายัณห์ สัญญามาก จนแทบจะกล่าวได้ว่าเขาร้องได้เกือบทุกเพลง ขอให้บอก เสียงเพลงจากเครื่องรับส่งวิทยุนี่แหละ ฟังทุกวันก็ร้องได้  เพลงในยุคแรกๆเช่นเพลงลูกสาวผู้การ  รักเธอเท่าฟ้า  นักเพลงคนจน จำปาลืมต้น พบรักปากน้ำโพ เป็นต้น ฟังเมื่อไหร่รู้สึกเพลิดเพลินใจเมื่อนั้น แม้ช่วงหลังๆจะไม่ค่อยได้ฟังเพลงเท่าไหร่ จนไม่รู้จักชื่อนักร้องในปัจจุบันแล้ว หากเป็นรุ่นของไวพจน์ เพชรสุพรรณ ดาว บ้านดอน ศักดิ์สยาม เพชรชมพู เทพพร เพชรอุบล ยังพอฟังได้ เพราะอย่างน้อยนักร้องเหล่านี้ ก็เคยโด่งดังในอดีตร่วมยุคสมัยเดียวกัน ยังตามทัน  อีกคนหนึ่งที่เคยโด่งดังมากรักชาติ ศิริชัย  เพลง “ฉันทนาที่รัก” ที่ขึ้นต้นว่า “ปิดไฟใส่กลอน จะเข้ามุ่งนอนคิดเห็นใบหน้า นั่งเขียนจดหมาย......” สมัยนั้นผู้เขียนยังเป็นหนุ่มกำลังเรียนชั้นมัธยม เพลงลูกทุ่งเหล่านี้เน้นที่นักร้องต้องเสียงดี ยังสงสัยอยู่จนทุกวันนี้ว่าเขาเขียนจดหมายในขณะที่ไม่เปิดไฟได้อย่างไร

       ส่วนปัจจุบันจำชื่อนักร้องลูกทุ่งไม่ได้แล้ว แม้จะได้ยินเสียงเพลงก็แทบจะไม่รู้จัก แยกแยะไม่ออกว่าใครร้อง ความทรงจำเริ่มเลอะเลือน หลงๆลืมๆ ได้หน้าลืมหลัง สติ สตังไม่ค่อยอยู่กับตัว แม้จะพยายามฝึกฝนอยู่ประจำแต่ก็ยังลืม คนโบราณบอกว่า “ต้องทำใจให้มีสติ ใช้สติไปหาสตางค์ และใช้สตางค์อย่างมีสติ ชีวิตนี้จะไม่ยากจน”  แต่จนแล้วจนรอดสติก็มักจะอยู่ได้ไม่นาน การฝึกสติจึงเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งในการฝึกฝนตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดมักเกิดปัญหา
       คำว่า “สติ” พจนานุกรมบาลีไทย เป็นคำนามเพศหญิง แปลว่า “การระลึกได้” แต่หากออกเสียงยาวเป็น “สตี” ความหมายก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกอย่าง เพราะคำว่า “สตี” แปแลว่าหญิงผู้ซื่อสัตย์ต่อสามี หญิงบริสุทธิ์  อีกคำหนึ่งคือ “สต” คำนามนปุงสกลิงค์ แปลว่า ร้อย หากเป็นคำคุณนามก็แปลว่า มีสติ เป็นกิริยา แปลว่า ระลึกได้ จำได้แล้ว เคยฟังหลวงพ่อรูปหนึ่งแสดงธรรมว่า “คนมีสติคือคนที่เต็มร้อย คือสมบูรณ์ ไม่ขาดไม่เกิน แต่หากขาดสติก็คือไม่เต็มร้อย แต่ถ้าสติมากเกินไปก็ไม่ดี คนมีสติมักมีสตางค์ ส่วนคนขาดสตางค์ก็ไม่ค่อยมีสติ” จริงเท็จอย่างไรโปรดพิจารณา แต่หากดูคำอธิบายตามคำแปลก็น่าจะพอมีเค้ามูลอยู่บ้าง  ส่วนการฝึกฝนการตั้งสติใช้คำว่า “สติปฏฺฐาน” คำนามนปุงสกลิงค์(ไม่หญิงไม่ชาย)แปลว่าการตั้งสติ

       ในพระพุทธศาสนามีหลักคำสอนเรื่องของการตั้งสติว่าเป็นทางอันเอก เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย ดังที่แสดงไว้ในมหาสติปัฏฐานสูตร (10/273/324) ความว่า “สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในกุรุชนบท มีนิคมของชาวกุรุ ชื่อว่ากัมมาสทัมมะ ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธภาษิตนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย หนทางนี้เป็นที่ไปอันเอก เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงความโศกและปริเทวะ เพื่อความดับสูญแห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุธรรมที่ถูกต้อง เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานหนทางนี้ คือ สติปัฏฐาน4 ประการ 4 ประการ เป็นไฉน (1) ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะมีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้  (2) พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้  (3)พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้  (4) พิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะมีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้” เรื่องของการตั้งสตินั้นมีความละเอียดอ่อนมาก ต้องค่อยศึกษาค้นคว้าต่อไป

       ได้ทราบข่าวว่าสายัณห์ สัญญากลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน แต่ก็ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด แม้จะอยากให้เขาหายป่วย แต่ทว่าเรื่องของการเจ็บป่วยนั้นคาดเดาอะไรไม่ได้ ยิ่งโรคที่สายัณห์ป่วยนั้นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็อยากให้เขาหายป่วย ได้กลับมาร้องเพลงอีกครั้ง
       เสียงเพลงจากวิทยุของคนขับเรือข้ามฟากยังเป็นเสียงร้องของสายัณห์ สัญญา “ความรู้มีเพียงแค่ชั้น ป.4 ผมสัญจรจากดอนเจดีย์ สุพรรณบุรีดินแดนบ้านป่า.......... เพลงนี้ชื่อเพลงว่า “นักเพลงคนจน” เป็นเหมือนการเล่าอัตตชีวประวัติของนักร้องคนนี้   เขามาจากไหน ทำไมจึงมาร้องเพลงมีคำตอบในบทเพลงๆนี้
       แม้ว่าเรื่อข้ามฟากขึ้นเทียบท่าแล้ว แต่ทว่าเสียงเพลงยังแว่วมาจากเรือข้ามฟากลำนั้น เสียงเพลงของสายัณห์ สัญญา นักเพลงคนจนคนนั้นยังแว่วลอยผ่านกระแสน้ำเจ้าพระยา ในขณะที่เรือค่อยๆลอยข้ามไปยังอีกฝั่งที่พึ่งจากมา เรือกลับไปกลับมาเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด แต่ชีวิตมนุษย์ผ่านแล้วผ่านเลย จะย้อนกลับไปทำอดีตให้ดีกว่าที่ผ่านมาไม่ได้  สิ่งที่ทำได้ในวันนี้ในชั่วขณะนี้คือการทำวันนี้ให้ดีที่สุด

       เรือข้ามฟากกลับไปกลับมาหลายรอบแล้ว เรือด่วนเจ้าพระยาที่มุ่งหน้าไปยังท่าน้ำนนทบุรีก็ผ่านไปหลายลำแล้ว แต่เรือทุกลำเต็มไปด้วยผู้โดยเบียดเสียดแย่งกันกลับบ้าน รออีกหน่อยคงไม่เป็นไร คนเก็บเงินค่าเรือด่วนก็ยังเปิดเพลงของสายัณห์ สัญญา  “ฉันรักเธอเท่าฟ้า ปรารถนาเธอยิ่งสิ่งใด........”  มีเพลงให้ฟังถึงจะรอนานหน่อยก็ไม่เป็นไร ชีวิตเต็มไปด้วยการรออยู่แล้ว  ขอให้หายป่วยในเร็ววันเถิดสายัณห์ สัญญานักเพลงคนจนของแฟนเพลงลูกทุ่งทั้งหลาย

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
19/08/56

Go to top