Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

     ข่าวร้อนในวงการคณะสงฆ์ ที่สื่อมวลชนเสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน แม้จะสะเทือนศรัทธาความเชื่อของพุทธศาสนิกชนอยู่บ้าง แต่หากมองในแง่ดีก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ชาวบ้านจะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง หากเป็นไปตามข่าวซึ่งมีแนวโน้มว่ารวยผิดปรกติ และทำผิดหลายกระทงก็ต้องว่ากันไปตามความผิดนั้น  เราเองเป็นเพียงผู้เสพข่าวสารรับรู้เรื่องราวทั้งหลายจากข่าวเหมือนคนอื่นๆ และไม่มีหน้าที่ในการไปตัดสินว่าใครผิดใครถูก ต้องยกให้พระสงฆ์ที่ทำหน้าที่ปกครองดูแลได้พิจารณาไปตามกวิธีการ และปล่อยให้หน่วยงานที่กำลังตรวจสอบสืบสวนไปตามกระบวนการ หากบริสุทธิ์จริงก็ต้องได้รับการพิสูจน์ แต่ถ้าผิดจริงคนทำผิดต้องได้รับโทษ

     ช่วงว่างๆก็หันมาอ่านหนังสือเล่นๆ มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ถือติดมาจากหลวงพระบาง ชื่อหนังสือว่า “วาจาสอนใจ” เป็นเรื่องของคติธรรมของลาวและนักปราชญ์อื่นๆ เขียนเป็นภาษาลาว รวบรวมโดย ดร.สอนเพ็ด อินทะวง อ่านแล้วเพลินดี เพราะภาษาลาวใกล้เคียงกับภาษาไทยมาก แม้บางคำจะอ่านไม่ออก ก็ได้ไปสอบถามจากนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นนักศึกษามาจากประเทศลาว ให้ท่านช่วยอ่านให้ฟัง ได้ศึกษาภาษาลาวไปด้วย

     พออ่านไปอ่านมาจึงได้แปลวาจาสอนใจได้มาหลายบท เช่น “คร้านกับเมื่อย มันเอื่อยหากัน หมั่นกับเพียร มันเวียนหากัน,สิบตำลึงอยู่ฟากฟ้าอย่าได้อ่าวคนิงหา สองสะลึงแล่นมามือให้เจ้ากำเอาไว้, กินให้พิจารไว้ คะเนดูสามส่วน ดีดาย นอนให้คิดสี่ด้าน คะนิงถ้วนจึงนอน, ว่าโตกะดัก เพิ่นแฮ่งกะด้อ ว่าโตนั่งย่องย้อ เพิ่นผัดขึ้นนั่งตอ, อยู่ให้เพิ่นว่าดี หนีให้เพิ่นคิดฮอด เป็นต้น

     ป้ายนี้แปลความได้ว่า "คติเตือนใจ จำดีกว่าจด จำบ่หมดจดไว้ดีกว่าจำ" ส่วนสุภาษิตจากป้ายอื่นๆแปลเอาเอง อนุสนธิจากเมื่อครั้งที่เดินทางไปหลวงพระบาง พยายามหาซื้อหนังสือภาษาลาว แต่ก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เข้าไปที่ร้านหนังสือมากนัก อีกอย่างหนึ่งที่หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบางมีหนังสือให้เลือกไม่มาก ดูแต่ละเล่มรู้สึกว่าราคาแพงมาก หน้าปกเขียนไว้ว่าราคาหนึ่งแสนหยิบแล้วต้องวางลง แต่ถ้าหากคิดเป็นเงินไทย หนึ่งแสนกีบประมาณสี่ร้อยบาท ก็ยังแพงอยู่ดี

     วันนั้นพึ่งเริ่มต้นในการเดินทางเป็นสถานที่แห่งแรกที่ได้ไปเยี่ยมชม จึงไม่อยากถืออะไรติดมือเพราะเกรงว่าจะหนักเกินไป จึงซื้อมาได้เพียงเล่มเดียว ความคิดในตอนนั้นบอกตนเองว่า วันจะเดินทางกลับค่อยหาซื้อก็ได้ แต่ทว่าจนถึงวันกลับก็ไม่มีโอกาสได้เข้าร้านหนังสืออีกเลย ได้แต่เตือนตนเองไว้ว่า "ในการเดินทางนั้น อย่าหวังน้ำบ่อหน้า"

     ที่วัดวิชุนราชหรือวัดพระธาตุหมากโม มีคำสุภาษิตสอนใจที่เขียนไว้ตามป้ายติดตามต้นไม้ต่างๆ พยายามถ่ายภาพเก็บไว้และมาอ่านทีหลัง เพราะหากอ่านในตอนนั้นต้องเสียเวลามาก ตามประวัติระบุว่าวัดวิชุนราชสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2046  มีอายุหลายร้อยปีมาแล้ว มีศาสนวัตถุที่สำคัญอย่างหนึ่งคือพระธาตุที่มีรูปร่างเหมือนแตงโม ในภาษาลาวเรียกแตงโมว่า “หมาก” จึงเรียกว่า “พระธาตุหมากโม”

     แต่ละประเทศย่อมจะมีสุภาษิตสอนใจ มีคำคม ซึ่งเกิดจากวัฒนธรรมที่สั่งสมมาแต่โบราณกาล บางอย่างใกล้เคียงกันมาก วันนี้ได้นำสุภาษิตบนต้นไม้จากวัดพระธาตุหมากโมมาให้อ่านเล่นๆ วันหลังจะพยายามถอดความ “วาจาสอนใจ” มาให้ได้อ่านกัน
 

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
12/07/56

Go to top