Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

        เสียงผู้คนส่งเสียงจอแจสลับกับเสียงเพลงดังกระหึ่ม ที่ใกล้ๆกุฏิที่พัก ใกล้เวลาทำวัตรสวดมนต์พอดีจึงเดินออกไปดูว่าวันนี้มีงานอะไร ก็งานประจำปีพึ่งเสร็จไปไม่กี่วัน ใครมาจัดงานวัดขึ้นอีก ที่ลานวัดมีกรงเหล็กกั้นไว้ และมีพวกเด็กๆกำลังมุงดู พอเข้าไปใกล้จึงรู้ว่าคืนนี้มีการแสดงระหว่างคนกับจระเข้ จึงบอกให้ผู้จัดงานว่าขอให้พักเสียงเพลงไว้ก่อนพระภิกษุสามเณรกำลังจะทำวัตร คงใช้เวลาไม่นาน จากนั้นจึงเปิดเสียงได้เต็มที่ พอเสียงสงบ จึงถามเหล่านักแสดงว่าจะแสดงกันอย่างไร

        ชายหนุ่มนักแสดงคนกับจรเข้คนหนึ่งอายุประมาณสามสิบปีบอกว่า “จะเปิดการแสดงตอนหนึ่งทุ่มครับ ปิดผ้ากั้นหากจะดูต้องจ่ายเงินค่าเข้าชมคนละสามสิบบาท ส่วนหลวงพ่อให้ดูฟรีไม่ต้องเสียสตางค์”
        ดูจากภาพโฆษณาแล้วต้องบอกว่าน่ากลัวเช่นยื่นแขนเข้าไปในปากจรเข้า ยื่นศีรษะเข้าไปในปากจรเข้เป็นต้น หากพลาดพลั้งขึ้นมาจรเข้างับปากลงศีรษะก็คงแหลกเหลว กลายเป้นผีไปในชั่วพริบตา จึงถามว่า “เล่นกับจรเข้ไม่กลัวหรือ”
        เขาบอกว่า “กลัวสิครับ แต่การแสดงมันเป็นเทคนิคเฉพาะตน มีวิธีเอาตัวรอดจากจรเข้ได้ หากรู้จักวิธีการก็ไม่มีปัญหาอะไร เป้นความชำนาญเฉพาะตัวนะครับลอกเลียนแบบไม่ได้ อยากรู้ต้องมาชมดูเอาเอง พวกผมแสดงมานานหลายปีคุ้นเคยกับกับจรเข้าเหล่านี้ดี แต่ก็ต้องระมัดระวังและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะหากเผลอประมาทขาดสติ อาจเสียชีวิตได้ทุกเวลา”

        อาชีพเล่นกับจระเข้คงทำได้เฉพาะผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเท่านั้น เพราะจระเข้เป็นสัตว์ดุร้าย เป็นสัตว์กินเนื้อเป็นอาหาร หากวันใดจระเข้เกิดเห็นคนผู้แสดงเป็นอาหารขึ้นมา ก็คงไม่มีใครช่วยได้
        พอถึงเวลาการแสดงนักแสดงแต่งตัวตามแบบฉบับและเริ่มการแสดง หลวงตาไซเบอร์ไม่ได้เข้าไปดูติดขอบสนามตามที่เขาอนุญาตแต่ยืนดูบนกุฏิ จึงยกกล้องถ่ายภาพเล่นๆ ได้ภาพที่ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก เพราะไม่ได้ใช้แสงแฟ็ช ถ่ายภาพในเวลากลางคืนโดยไม่ใช้แฟ็ชจึงต้องใช้ความพยายามมากใช้ iso สูงๆ ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆมือนิ่งๆ หากใช้แฟ็ชเกรงว่าจะไปรบกวนการแสดง เพราะเกรงว่าแสงไฟอาจจะทำให้จรเข้ตกใจกลัวและทำอันตรายต่อนักแสดงเหล่านั้นได้
        การแสดงดำเนินไปเรื่อยๆจระเข้เหล่านั้นเหมือนสัตว์ธรรมดาทั้งเชื่องและสงบนิ่ง นักแสดงจะพาไปทางไหนจะให้ทำอะไรก็ไม่ขัดขืน ท่ามกลางผู้ชมที่เฝ้าดูอย่างตื่นเต้น แต่พวกเขายังล้อเล่นกับจระเข้และคนดูอย่างสนุกสนาน จระเข้จึงเหมือนสัตว์เลี้ยงธรรมดาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
        ในพระพุทธศาสนาได้เปรียบเทียบจระเข้เป็นภัยอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่จะลงน้ำ ท่านเปรียบเทียบเหมือนภัยของพระภิกษุสามเณรและผู้ปฏิบัติธรรม ซึ่งแสดงไว้สี่ประการคือภัยคือคลื่น ภัยคือจระเข้ ภัยคือน้ำวน และภัยคือปลาฉลาม ดังที่แสดงไว้ในภยสูตรที่ 2 อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต(21/122/145)  ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัยประการนี้ คนผู้ลงน้ำจะพึงหวังได้สี่ประการ คือ ภัยคือคลื่น  ภัยคือจระเข้  ภัยคือน้ำวน  ภัยคือปลาฉลาม   ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัยสี่ประการนี้แล คนผู้ลงน้ำพึงหวังได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัยสี่ประการนี้ กุลบุตรบางคนในโลกนี้ ผู้ออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา ในธรรมวินัยนี้พึงหวังได้ ฉันนั้นเหมือนกันแล”

        ภัยทั้งสี่อย่างนั้นมีคำเปรียบเทียบไว้คือ ภัยคือคลื่นได้แก่ความโกรธและความแค้นใจ  ภัยคือจระเข้  หมายถึงความเป็นผู้เห็นแก่ปากท้อง ภัยคือน้ำวนคือกามคุณทั้งห้าประการได้แก่รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะและธรรมารมณ์  ภัยคือปลาฉลามหมายถึงมาตุคาม  
        ภัยคือจระเข้มีคำอธิบายไว้ว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภัยคือจระเข้เป็นไฉน กุลบุตรบางคนในโลกนี้ออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา ด้วยคิดว่า เราถูกชาติ ชรา มรณะ โสกะปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ครอบงำ ชื่อว่าตกอยู่ในกองทุกข์ มีทุกข์เป็นเบื้องหน้า แม้ไฉน การกระทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ จะพึงปรากฏเธอบวชอย่างนั้นแล้ว เพื่อนสพรหมจารีตักเตือนสั่งสอนว่า สิ่งนี้เธอควรเคี้ยวสิ่งนี้ไม่ควรเคี้ยว สิ่งนี้ควรบริโภค สิ่งนี้ไม่ควรบริโภค สิ่งนี้ควรลิ้ม สิ่งนี้ไม่ควรลิ้ม สิ่งนี้ควรดื่ม สิ่งนี้ไม่ควรดื่ม ของเป็นกัปปิยะเธอควรเคี้ยว ของเป็นอกัปปิยะเธอไม่ควรเคี้ยว ของเป็นกัปปิยะเธอควรบริโภค ของเป็นอกัปปิยะเธอไม่ควรบริโภค ของเป็นกัปปิยะเธอควรลิ้ม ของเป็นอกัปปิยะเธอไม่ควรลิ้มของเป็นกัปปิยะเธอควรดื่ม ของเป็นอกัปปิยะเธอไม่ควรดื่ม เธอควรเคี้ยวในกาลเธอไม่ควรเคี้ยวในวิกาล เธอควรบริโภคในกาล เธอไม่ควรบริโภคในวิกาล เธอควรลิ้มในกาล เธอไม่ควรลิ้มในวิกาล เธอควรดื่มในกาล

        เธอไม่ควรดื่มในวิกาลเธอย่อมคิดอย่างนี้ว่า เมื่อก่อนเราเป็นคฤหัสถ์ ปรารถนาสิ่งใดก็เคี้ยวสิ่งนั้น ไม่ปรารถนาสิ่งใดก็ไม่เคี้ยวสิ่งนั้น ปรารถนาสิ่งใดก็บริโภคสิ่งนั้น ไม่ปรารถนาสิ่งใดก็ไม่บริโภคสิ่งนั้น ปรารถนาสิ่งใดก็ลิ้มสิ่งนั้น ไม่ปรารถนาสิ่งใดก็ไม่ลิ้มสิ่งนั้น ปรารถนาสิ่งใดก็ดื่มสิ่งนั้น ไม่ปรารถนาสิ่งใดก็ไม่ดื่มสิ่งนั้น ย่อมเคี้ยวสิ่งที่เป็นกัปปิยะบ้าง สิ่งที่เป็นอกัปปิยะบ้าง ย่อมบริโภคสิ่งที่เป็นกัปปิยะบ้างสิ่งที่ไม่เป็นอกัปปิยะบ้าง ย่อมลิ้มสิ่งที่เป็นกัปปิยะบ้าง สิ่งที่เป็นอกัปปิยะบ้างย่อมดื่มสิ่งที่เป็นกัปปิยะบ้าง สิ่งที่เป็นอกัปปิยะบ้าง ย่อมเคี้ยวในกาลบ้าง ในวิกาลบ้าง ย่อมบริโภคในกาลบ้าง ในวิกาลบ้าง ย่อมลิ้มในกาลบ้าง ในวิกาลบ้างย่อมดื่มในกาลบ้าง ในวิกาลบ้าง คฤหบดีผู้มีศรัทธาย่อมถวายของควรเคี้ยว หรือของควรบริโภคแม้ใด อันประณีต ในกลางวัน ในเวลาวิกาลแก่เราทั้งหลายภิกษุเหล่านี้ ย่อมกระทำเสมือนหนึ่งปิดปากแม้ในของเหล่านั้น เธอโกรธเคืองแค้นใจ บอกคืนสิกขาลาเพศ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่าภัยคือจระเข้นี้แล เป็นชื่อแห่งความเป็นผู้เห็นแก่ท้อง นี้เรียกว่าภัยคือจระเข้”

        คำอธิบายนี้ค่อนข้างยาว โปรดอ่านด้วยความพิจารณา แม้จะสอนนักบวชว่าการออกบวชไม่ควรเห็นแก่ปากแก่ท้องนั่นคือไม่ควรเห็นแก่กินการกินเปรียบเหมือนจรเข้ที่กินจุ กินมาก หากกินอิ่มก็จะนอนหลับสบายๆเหมือนไม่ใช่สัตว์ที่ดุร้ายอะไร แต่หากจระเข้เกิดหิวขึ้นมาอาจจะทำอันตรายต่อสัตว์อื่นๆหรือผู้อื่นได้โดยง่าย
        การแสดงระหว่างคนกับจระเข้จบลงด้วยดี ท่ามกลางการเฝ้าดูของผู้คนที่ดูไปลุ้นไปว่าอย่าได้เกิดอันตรายกับนักแสดงเหล่านั้นเลย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีพวกเขาแสดงทุกอย่างเหมือนที่โฆษณาในภาพ ไม่มีมวยล้มต้มคนดู
        การเล่นกับสัตว์ที่ดุร้ายมีอันตราย รอบด้าน สามารถประกอบอาชีพทำมาหากินได้เลี้ยงครอบครัวได้ แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนและความชำนาญ ศิลปะแม้จะรู้จริงเพียงสิ่งเดียวก็มีประโยชน์ คนกับจระเข้ในการแสดงที่ลานวัดในคืนหนึ่งนั้น พวกเขารู้ศิลปะแห่งการแสดงและรู้วิธีเล่นกับจระเข้ได้ คนอื่นอย่าได้เลียนแบบศิลปะแขนงนี้ต้องฝึกฝนให้มาก ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกจระเข้กินเป็นอาหารได้ทุกเวลา

        ดึกแล้วการแสดงจบลงแล้ว เสียงดนตรีและเสียงบรรยายอันตื่นเต้นเงียบลงแล้ว พวกเขาเก็บอุปกรณ์ต่างๆเดินทางจากไปเพื่อเปิดการแสดงในสถานที่อื่นต่อไป งานอย่างนี้แม้จะถือเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ แต่ก็ต้องอยู่กับภยันตราย พวกเขาเล่นกับความตายในเสี้ยววินาที มานั่งพิจารณาว่าตัวเราก็กำลังต่อสู้กับภัยคือจรเข้อยู่เหมือนกันนั่นคือความหิวที่มักจะคอยรบกวนในเวลากลางคืนเสมอ ต้องสู้ให้ได้ทนให้ได้กับความเห็นแก่ปากท้องที่เปรียบเหมือนกับจรเข้ที่พร้อมจะกลืนกินได้ทุกเวลาเหมือนกัน จระเข้มักจะตายเพราะกินเหยื่อ คนก็มักถูกเบื่อเพราะลาภยศ

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
06/03/56

Go to top