Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

        ช่วงนี้ยังอยู่ในเทศกาลตรุษจีน บางแห่งจัดงานหลายวัน ซึ่งมีมหกรรมการเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน  มนุษย์เป็นผู้ที่ได้รับการเรียกขานว่ามีวัฒนธรรม แม้จะกำเนิดเกิดในประเทศใดก็ตามแต่ความเป็นเชื้อชาติของบรรพบุรุษยังคงมีอยู่ในจิตใจ แม้จะอยู่ห่างไกลจากถิ่นเกิด แต่ก็ได้นำเอาวัฒนธรรมไปด้วย  ปัจจุบันจึงเห็นไชน่าทาวน์ในที่ต่างๆ อันเป็นศูนย์รวมของคนจีนในประเทศนั้นๆ มีการประกอบพิธีกรรมและกิจกรรมต่างๆอันบ่งบอกถึงความเป็นเชื้อชาติของแต่ละคน

        คำว่า “วัฒนธรรม” มาจากคำสองคำคือ “วัฒน”  และ “ธรรม”  คำว่า “วฑฺฒน” มาจากภาษาบาลีเป็นคำนามไม่ระบุเพศ (นปุงสกลิงค์) แปลว่าความ เจริญ  คำว่า  “ธรรม” มา จากภาษาสันสกฤตว่า “ธรฺม” หมายถึง ความดี  หาก “ธรรม” เป็นภาษาบาลีจะเขียนเป็น “ธมฺม” เป็นคำนามทั้งเพศชาย(ปุงลิงค์) และไม่ระบุเพศหรือไม่ชายไม่หญิง (นปุงสกลิงค์) แปลว่า “พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า สภาวะ ธรรมชาติ ความจริง ปรมัตถธรรม บุญ ความดี ความยุติธรรม สิ่งปรากฎการณ์  ธรรมารมณ์ อารมณ์ทางจิต เจตสิก เหตุ”

        คำว่า “ธรรม” จึงแปลได้หลายความหมาย เมื่อนำมารรวมกับ “วัฒน” จึงกลายเป็นวัฒนธรรม  ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2542 ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า “ วัฒนธรรม    น. สิ่งที่ทําความเจริญงอกงามให้แก่หมู่คณะ เช่นวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมในการแต่งกาย, วิถีชีวิตของหมู่คณะ    เช่น วัฒนธรรมพื้นบ้านวัฒนธรรมชาวเขา
     “วัฒนธรรม”เป็นคำบัญญัติแทนคำในภาษาอังกฤษว่า“Culture” คำนี้มีรากศัพท์มาจาก “Cultura” ในภาษาละติน มีความหมายว่าการเพาะปลูกหรือการปลูกฝัง ซึ่งอธิบายได้ว่า มนุษย์เป็นผู้ปลูกฝังอบรมบ่มนิสัยให้เกิดความเจริญงอกงาม
     สรุปว่าคำว่า “วัฒนธรรม” จึงหมายความว่า “ธรรมคือความเจริญ” หรือ “ธรรมเป็นเหตุให้เจริญ”  วัฒนธรรมจึงไม่ใช่สิ่งที่จะต้องอยู่กับที่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงแก้ไขให้เข้ากับยุคสมัยและมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น แต่ทว่าการเปลี่ยนแปลงจะต้องเป็นไปในทางที่ทำให้เกิดความเจริญ  หากวัฒนธรรมใดไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมักจะค่อยๆเลือนหายไปจากวิถีชีวิตของชุมชน

     วัฒนธรรมมักจะมาคู่กับคำว่าประเพณี จึงนิยมเรียกรวมกันว่า "วัฒนธรรมประเพณี" มีวัฒธรรมประเพณีหลายอย่างที่เกิดเกิดขึ้นและถูกลืมเลือนไปจากสังคมไทยเช่นพิธีธานยเทาะห์  พิธีศิวาราตรี  พิธีรดเจตร พระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์  พิธีขอลม  พิธีไล่น้ำ  หรือพิธีบางอย่างทำเฉพาะท้องถิ่นเช่นที่อีสานมีประเพณีข้าวเหนียว เผาข้าวหลาม ทำข้าวจี่ ที่ภาคเหนือ ทานก๋วยสลาก ภาคใต้ประเพณีชิงเปรต เป็นต้น 
        มีวัฒนธรรมหลายอย่างที่เกิดขึ้นแล้วก็เสื่อมความนิยมไป และมีประเพณีอีกหลายอย่างที่เกิดขึ้น ดำรงอยู่ในสังคม เช่นสวดมนต์ข้ามปีมีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมกลายเป็นวัฒนธรรมประเพณีใหม่ ที่ก่อเกิดขึ้นในสังคมไทยและน่าจะดำรงอยู่ได้ต่อไปอีกหลายปี วัฒนธรรมใดก็ตามหากคนในสังคมมีส่วนร่วมวัฒนธรรมนั้นมักจะอยู่ได้นาน

        สำหรับประเพณีตรุษจีนมีการจัดงานขึ้นทั่วโลก คนจีนแม้จะไปพำนักในประเทศไหนก็จะมีพิธีตรุษจีน แต่อาจจะมีกรรมวิธีแตกต่างกันบ้าง  ปัจจุบันจีนมีประกรมากกว่าสองพันล้านคนเป็นอันดับหนึ่งของโลก ใกล้เคียงกับอินเดีย ประชากรของทั้งสองประเทศได้เดินทางไปประกอบอาชีพในประเทศต่างๆทั่วโลก  เมื่อถึงยามเทศกาลแม้จะไม่ได้กลับบ้านไปเยี่ยมภูมิลำเนาแต่ก็จัดงานตรุษจีนขึ้น อันเป็นการแสดงออกถึงความเป็นผู้สืบทอดวัฒนธรรม
       เชื่อกันว่าผู้ที่แสดงความเคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์มักจะได้รับการดลบันดาลให้ประสบกับความโชคดี มีทรัพย์สมบัติ มีชื่อเสียงเกียรติยศ ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนา  แต่ในคำสอนของพระพุทธศาสนาสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ประสบความสำเร็จได้นั้นมีแสดงไว้ในจักกสูตร อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (26/31/37) ความว่า “นรชนพึงอยู่ในถิ่นที่เหมาะ พึงกระทำอริยชนให้เป็นมิตร  ถึงพร้อมด้วยความตั้งตนไว้ชอบ  มีบุญได้กระทำไว้แล้วในปางก่อน ธัญชาติ ทรัพย์ ยศ ชื่อเสียง และความสุข ย่อมหลั่งไหลมาสู่นรชนนั้น”

        การที่มนุษย์จะมีทรัพย์สมบัติ ยศถาบรรดาศักดิ์ เกียรติยศชื่อเสียงนั้น จึงอยู่ที่การเลือกสรรของมนุษย์เอง เลือกอยู่ในถิ่นที่เหมาะสม มีมิตรสหายดี ตั้งตนไว้ชอบประกอบด้วยคุณธรรม และกระทำบุญไว้มากแต่ชาติปางก่อน ส่วนการอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามคติความเชื่อของแต่ละคนนั้นเป็นเรื่องของจิตใจ เมื่อจิตใจดีมีความหนักแน่นก็พร้อมที่จะทำงานประกอบสัมมาอาชีพตามสมควร ทรัพย์สมบัติ ลาภ ยศ ชื่อเสียงก็จะตามมาเอง
        วัฒนธรรมประเพณีจึงเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความเจริญ หากวัฒนธรรมประเพณีใดแสดงออกถึงความเสื่อมถอย ลิดรอนสิทธิมนุษยชน ไม่นานก็จะถูกลบเลือนไปจากสาระบบของวัฒนธรรม  ประเพณีตรุษจีนปีนี้จัดงานยิ่งใหญ่จัดงานแทบทุกมุมโลก มีผู้คนจากทั่วโลกร่วมเฉลิมฉลอง ตรุษจีนในวันนี้ได้กลายเป็นวัฒนธรรมของโลกไปแล้ว และจะดำรงอยู่ต่อไปอีกตราบนานเท่านาน
 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
12/02/56

Go to top