Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

      ชายคนนั้นไล่ตีสุนัขจนล่วงเข้าเขตุวัด เขาก็ยังพยายามติดตามสุนัขตัวนั้น ด้วยความกลัวตายสุนัขตัวนั้นจึงหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวที่กองไม้แห่งหนึ่งที่เป็นซากเหลือทิ้งจากการก่อสร้าง แต่ชายคนนั้นยังคงถือไม้นั่งรอรอว่าเมื่อสุนัขตัวนั้นโผล่ออกมาจะได้ทำร้ายสุนัขตัวนั้น พอเห็นหลวงตาไซเบอร์เดินผ่าน เขายกมือไหว้ทั้งๆที่ยังถือไม้ค้อนเตรียมพร้อมในการตีสุนัข แม้จะยังอยู่ในอารมณ์โกรธ แต่จิตสำนึกภายในยังนึกถึงพระ ยังนึกถึงความดี

     เช้าวันนั้นหลวงตาไซเบอร์ออกจากพระอุโบสถหลังทำวัตร เดินผิงแดดอุ่นที่กำลังสบายในวันที่อากาศค่อนข้างเย็น วันนี้อากาศดีลมสงบนิ่งมีแสงแดดอ่อนๆมาจากดวงอาทิตย์กลมโต หน้าหนาวดวงอาทิตย์มักจะมองดูมีขนาดโตกว่าปรกติ เดินเล่นเพลินๆชีวิตนี้สงบดีเหมือนกัน หากไม่พบคนงานชายคนนั้นที่กำลังไล่ตีสุนัขตอนนั้นคิดถึงคำพูดประโยคหนึ่งของหลวงพ่อพยอม กัลยาโณ แห่งวัดสวนแก้วขึ้นมาว่า “โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า” ความโกรธเป็นเครื่องขัดขวางการทำความดีอย่างหนึ่งเรียกได้ว่า “มีมารคอยผจญ”

      มารเป็นสิ่งที่มาคู่กันกับพระ เพราะคำว่า “มาร” แปลว่า ผู้ตาย  ผู้ให้ตาย   ความหมายของคำว่า “มาร” จึงหมายถึงสิ่งที่ฆ่าบุคคลให้ตายจากคุณความดีหรือจากผลที่หมายอันประเสริฐ สิ่งที่ล้างผลาญคุณความดี ตัวการที่กำจัดหรือขัดขวางบุคคลมิให้บรรลุ ผลสำเร็จอันดีงาม
    หากในจิตใจมนุษย์มีมารคอยขัดขวางก็ทำความดีได้ยาก กำลังจะขึ้นกุฏิคนงานหนุ่มคนนั้นก็วางท่อนไม้และเดินเข้ามาหายกมือไหว้และเริ่มต้นการสนทนาว่า “หลวงพ่อครับ ผมขอโทษครับผมโกรธจริงๆ สุนัขตัวนั้นมันขโมยอาหารผมไป ผมกำลังหิววางอาหารไว้เตรียมพร้อมจะรับประทานอยู่แล้ว เดินเข้าห้องน้ำเดี๋ยวเดียวกลับออกมาหายหมดเลยครับ สุนัขตัวนั้นกำลังกินอาหารที่ผมเตรียมไว้อย่างหน้าตาเฉย ตอนนั้นผมหน้ามืดแล้วทั้งหิวข้าว ทั้งโกรธ คว้าได้ไม้ก็ไล่ตีสุนัขตัวนั้นทันทีลืมตัวเพราะความโกรธบังตาตัณหาบังใจครับ บังเอิญมันหลบได้ทัน ผมยังไม่หายโกรธกำลังรอให้มันออกมา แต่พอหลวงพ่อเดินผ่านผมถึงคิดได้ จะโกรธไปทำไมกัน ต้องโทษที่ตัวเราเองที่เก็บอาหารไม่ได้สุนัขจึงคาบไปกินได้ ผมเป็นคนอารมณ์ร้อนเวลาโกรธขึ้นมาแล้วมักจะควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้จะมีวิธีแก้อย่างไรครับ”

      เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นควบคุมอารมณ์ได้แล้ว และวางท่อนไม้ในมือแล้วจึงเริ่มสนทนากันได้ ตอนนั้นคิดถึงวินัยข้อหนึ่งในเสขิยวัตรที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามไว้ในธัมมเทสนาปฏิสังยุต ความว่า “ภิกษุพึงทำความศึกษาว่าเราจักไม่แสดงธรรมแก่คนมีไม้พลองในมือ” บางทีพูดผิดหู ดูผิดตาคนแสดงธรรมอาจโดนตีด้วยไม้พลองก็ได้
      ความโกรธ มาจากคำภาษาบาลีว่า “โกธ” เป็นคำนามเพศชาย แปลว่า ความโกรธ ความขัดเคือง เป็นรากเหง้าของกิเลสอยู่ในสายของ “โทส” ที่แปลว่า ความประทุษร้าย ความโกรธ ความขัดเคือง ความเกลียดชัง ความมุ่งร้าย โทษ ความเสียหาย ความผิดพลาด ข้อบกพร่อง ข้อควรตำหนิ เมื่อเกิดขึ้นแล้วบรรเทาได้ยาก
      สิ่งที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วบรรเทาได้ยาก ระงับได้ยาก มีแสดงไว้ในทุพพิโนทยสูตร อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต(22/160/188)  ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมห้าประการนี้ เกิดขึ้นแล้วบรรเทาได้ยาก คือ ราคะ โทสะ โมหะ ปฏิภาณ จิตคิดจะไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมห้าประการนี้ เกิดขึ้นแล้วบรรเทาได้ยาก”

      ในอรรถกถาได้ให้ความหมายของคำว่า “บรรเทาได้ยาก” ไว้ในภาษาบาลีว่า “ทุปฺปฏิวิโนทยา” หมายถึง ฐานะทั้งหลายใดย่อมมีเพื่อยังกิจมีการรื่นเริงเป็นต้นให้เกิดขึ้น เมื่อฐานะนั้นๆ ยังไม่สิ้นสุดเป็นอันนำออกยาก ข่มได้ยาก
      คำว่า “ปฏิภาณ” หมายถึงความเป็นผู้ประสงค์จะกล่าวท่านเรียกว่าปฏิภาณ
     ธรรมห้าอย่างนี้ ระงับยาก ไม่ใช่ระงับได้ง่าย แต่สามารถระงับได้ด้วยปัจจเวกขณะ (การพิจารณา) และอนุสาสนะ (การสั่งสอน) อันสมควรโดยอุบาย โดยเหตุ     
     วิธีบรรเทาราคะ โทสะ โมหะ มีแสดงไว้ในราคสูตร อังคุตตรนิกาย  ปัญจกนิบาต(22/378/457) ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมสามประการนี้คือ ราคะ  โทสะ  โมหะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมสามประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมสามประการอันภิกษุพึงให้เจริญ เพื่อละธรรมสามประการเหล่านี้ ธรรมสามประการเป็นไฉน คือ อสุภะ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละราคะ เมตตา อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละโทสะ  ปัญญา อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละโมหะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมสามประการนี้ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรมสามประการนี้แล

      เมื่อราคะก่อเกิดขึ้นให้พิจารณา “อสุภะ”ความไม่งาม โดยการพิจารณาแยกแยะโดยละเอียดทีละส่วนอัตภาพร่างกายของมนุษย์เต็มไปด้วยของไม่สะอาด หากเป็นพระภิกษุสามเณรเรียกว่าการพิจารณาอาการสามสิบสอง จนเห็นความไม่งามแห่งร่างกายมนุษย์ ทำให้ราคะบรรเทาเบาบางลงได้
      ความโกรธต้องใช้ธรรมคือเมตตาเป็นเครื่องบรรเทา แผ่เมตตาอยู่เป็นนิตย์จิตแจ่มใส  ตัวเราเองก็รักชีวิตสรรพสัตว์เหล่าอื่นก็เฉกเช่นเดียวรักตัวกลัวตายด้วยกันทั้งนั้น บางอย่างที่ทำลงไปเพราะลุแก่โทสะควบคุมตัวเองไม่ได้ บางคนกว่าจะคิดได้ก็เมื่อถึงคราวถูกจับเข้าที่คุมขังแล้ว
      ส่วนโมหะความหลง ท่านให้ใช้ปัญญาพิจารณาตามความเป็นจริงสาวจากผลไปหาเหตุ หรือสาวจากเหตุไปสู่ผล หลักการที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้คือ “อริยสัจสี่” คือทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นทางดำเนินในการพิจารณาด้วยปัญญา ทุกข์ เป็นผลมาจากสาเหตุคือตัณหา หากตัณหาดับไปก็เป็นวิมุติ การปฏิบัติก็ดำเนินตามอริยมรรคมีองค์แปดหรือมัชฌิมาปฏิปทาทางสายกลาง

      คนงานชายคนนั้นกราบลาไปแล้ว สุนัขตัวนั้นก็ออกมาจากที่หลบซ่อนแล้ว มันคงรู้ว่าเมื่อชายคนนั้นวางไม้ ไม่มีอาวุธในมือแล้วคงไม่ทำอันตรายอีก แต่สุนัขตัวนั้นก็ยังระแวดระวังภัย ไม่กล้าเข้าใกล้ชายคนนั้น ส่วนหลวงตาไซเบอร์กลับขึ้นกุฏิ ดูรายการจากปฏิทิน วันนี้มีบรรยายที่สถาบันฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธรรมยุต) วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ที่นั่นสุนัขกับแมวเป็นเพื่อนกัน วิ่งเล่นหยอกล้อกันอย่างเพลิดเพลิน พวกเขาอยู่กันอย่างสันติ
      คำสอนของหลวงพ่อพยอม กัลยาโณ เหมือนกับมีเสียงกระซิบที่ข้างหูไว้คอยเตือนสติในเวลาที่ความโกรธเกิดขึ้น “โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ไม่โกรธไม่โง่ ไม่โมโหไม่บ้า” ถ้าในโลกนี้มนุษย์มีเมตตาธรรมประจำจิต ชีวิตก็ก็อยู่อย่างสันติสุข ปัญหาที่เกิดจากการลุแก่โทสะคงบรรเทาเบาบางลงได้อีกมาก

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
31/01/56

Go to top