Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 4 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

           ธรรมะในพระพุทธศาสนานั้นมีเป็นจำนวนมากถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ แบ่งเป็นพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎกและพระอภิธรรมปิฎก รวมเป็นพระไตรปิฎกที่มีจำนวนถึง ๔๕ เล่ม การที่คนทั่วไปจะศึกษาพระพุทธศาสนา บางครั้งเกิดความท้อถอยเพราะความมากของเนื้อหา และความยากของหลักธรรม แต่การศึกษาธรรมะเบื้องต้นนั้นเราสามารถศึกษาข้อมูลพื้นฐานเช่นธรรมชาติของมนุษย์ หลักธรรมะเบื้องต้นหรือความหมายของธรรมะเบื้องต้นก่อนที่จะศึกษาธรรมะในขั้นสูงตามลำดับต่อไป ธรรมะนั้นมีอยู่ในทุกที่ นักศึกษาธรรมะมองทุกอย่างเป็นธรรมะ เหมือนหมอมองต้นไม้ทุกต้นเป๊นยา 

 
ธรรมชาติของมนุษย์
           ธรรมชาติของคนเรา ชอบทำตามใจตน ถือตนเป็นใหญ่ ทำอะไรก็เพื่อตน ถ้ามีอำนาจก็ถืออำนาจเป็นใหญ่ธรรมดาของคนเรา อยู่คนเดียวก็เปลี่ยวจิต ต้องมีคู่ ต้องมีครอบครัวอยู่เป็นหมู่เป็นเหล่า เป็นคณะ รวมเป็นประเทศชาติ เรื่องของคนเรา โดยมากไม่รู้จักเรื่องของตนเอง ชอบไปรู้เรื่องของคนอื่น บางทีรู้เรื่องของคนอื่นดีกว่าเรื่องของตนเรื่องของตนเองฝึกได้ยาก ฝึกช้างม้าวัวควายตลอดจนลิงฝึกหัดให้เล่นละคนได้ แต่ตนเองฝึกไม่ได้ ต้องบังคับกันอยู่เสมอ การเรียนธรรมะ ก็เพื่อให้รู้จักความจริง รู้จักเรื่องของตน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ๆ
            ๑. เพื่อให้รู้ว่าคนอื่นเขาก็เหมือนเรา
           ๒. เพื่อให้รู้จักเห็นใจซึ่งกันและกัน อย่างที่ว่าเห็นอกเขาอกเรา
            ๓. เพื่อให้รู้จักสิทธิหน้าที่ของตน
            ๔. เพื่อให้รู้จักเคารพสิทธิของกันและกัน
            ๕. เพื่อให้รู้จักความต้องการของสังคม
            ๖. เพื่อให้รู้จักปรับปรุงตัวเองเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อม
            ๗. เพื่อให้รู้จักส่งเสริมมนุษยธรรม
            ๘. เพื่อสวัสดิภาพของตนเองและผู้อื่น
            ๙. เพื่อให้รู้จักทางพ้นทุกข์

คนกับธรรมะ 
          ก่อนจะเรียนธรรมะ ควรทำความเข้าใจในเรื่องของคน คนนั้นตามหลักชีววิทยากล่าวว่า เนื่องมาจากเซลล์ ความวิวัฒนาการของเชลล์หลายล้านปีจึงกลายเป็นคน พระพุทธศาสนาถือว่าคนเกิดมาจาก
            ๑. อวิชชา ความไม่รู้    ๒. ตัณหา ความทะยานอยาก
            ๓. อุปาทาน ความยึดถือ             ๔. กรรม คือการกระทำทางกาย วาจา ใจ
ธรรมะอยู่ที่ไหน
            ธรรมะอยู่ที่ร่างกายของคนเรา ชีวิตของคนเราเติบโตขึ้นมาจากเด็ก เป็นหนุ่มเป็นสาว จากหนุ่มสาวเป็นผู้ใหญ่ จากผู้ใหญ่เป็นคนแก่คนชราแล้วก็ตาย นี่เรียกว่าวิวัฒนาการของชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ๆ ของชีวิตหมุนเวียนกันชีวิตของคนเรามีความต้องการ ๓ อย่าง คือ :-
           ๑. ความต้องการทางร่างกาย ได้แก่ปัจจัย ๔ เช่น อาหารเครื่องนุ่งห่ม
            ๒. ความต้องการทางสังคม
            ๓. ความต้องการทางจิตใจ
          ธรรมะเท่านั้น ที่จะเป็นเหตุสนับสนุน ให้ความต้องการของคนเป็นไปตามเหมาะ ตามควร ตามความเหมาะสมเรา เรียนธรรมะทำไม เราเรียนธรรมะเพื่อให้รู้จักตนเองเมื่อรู้จักตนเองแล้วย่อมสามารถ
            ๑. ในการป้องกันรักษา    ๒. ในการแก้ไขปรับปรุง
            ๓. ในการปฏิบัติให้ถูกต้อง             ๔. ในการพัฒนาจิตใจ
            คำสอนของพระพุทธศาสนาท่านกล่าวว่ามีทั้งหมด ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ รวมเรียกว่าพระไตรปิฎก พระไตรปิฎกแบ่งออกเป็น ๓ คือ :-
            ๑. พระวินัย ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
            ๒. พระสูตร ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
            ๓. พระอภิธรรม ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
การศึกษาทางพระพุทธศาสนามีวัตถุประสงค์คือ
           ๑. ศึกษาเพื่อให้รู้จักประโยชน์ในปัจจุบัน
          ๒. ศึกษาเพื่อให้รู้จักประโยชน์ในอนาคต
          ๓. ศึกษาเพื่อให้รู้จักประโยชน์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
ศาสนาในโลกมีมากมาย เฉพาะศาสนาใหญ่ ๆ มีผู้นับถือจำนวน มาก ได้แก่
          ๑. ศาสนาพราหมณ์ มีอายุ ๓,๐๐๐ ปีเศษ
          ๒. ศาสนาพุทธ มีอายุ ๘๐ + ๒,๕๕๒ เท่ากับ ๒๖๓๒  ปี
          ๓. ศาสนาคริสต์ มีอายุ ๒๐๐๙ ปี
          ๔. ศาสนาอิสลาม มีอายุ  ๑๔๐๐  ปี
ศาสนาต่าง ๆ เหล่านี้ พิจารณาดูหลักธรรมะต่าง ๆ ของศาสนาจะเห็นว่า
          ๑. นับถือธรรมชาติ
          ๒. นับถือผีสางและวิญญาณ
          ๓. สอนให้นับถือพระผู้เป็นเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างพระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้สร้าง
          ๔. ส่วนพระพุทธศาสนาสอนให้เชื่อเหตุผล

มูลเหตุที่ทำให้เกิดศาสนา
          ๑. เพราะความไม่รู้                                   
          ๒. เพราะความกลัว
          ๓. เพราะความต้องการของสังคม            
          ๔. เพราะความจำเป็นของครอบครัว
ความหมายของคำว่าธรรมะ 
          ธรรมะหมายถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า,สภาวะ,ธรรมชาติ,ความจริง,ปรมัตถธรรม,บุญ,ความดี,ความยุติธรรม,ปรากฎการณ์,ธรรมารมณ์,อารมณ์ทางใจ,เจตสิก,และเหตุดังนั้นธรรมะจึงหมายรวมเอาแทบทุกสิ่งไว้ตั้งแต่สิ่งที่เห็นและไม่เห็นใจนึกถึงรูปธรรม objective นามธรรม subjective หมายถึงหน้าที่ ๆ ตนต้องปฏิบัติตามกฎธรรมชาติ หมายถึงสิ่งหรือสภาพที่ทรงตัวเองไว้ เคยเป็นอยู่อย่างไรก็คงเป็นอยู่อย่างนั้น  การทรงตัวเองไว้ได้นี่แหละเรียกว่าธรรมะ ถ้าเป็นอย่างดีก็ทรงความดีไว้ตลอดไป ถ้าเป็นอย่างชั่วก็ทรงความชั่วไว้ตลอดไป ถ้าไม่ดีไม่ชั่วเป็นกลาง ๆ ก็ทรงความเป็นกลาง ๆ อยู่อย่างนั้น
          ลักษณะทั่วไปของธรรมะมีอยู่ ๓ อย่างคือ อย่างดีเรียกว่า กุศลธรรม อย่างชั่วเรียกว่า อกุศลธรรม อย่างกลาง ๆ ไม่ดีไม่ชั่วเรียกว่าอัพยากฤตธรรม ประเภทของธรรมะมี ๓ ประการ คือ
          ๑. ธรรมที่ต้องศึกษาเล่าเรียน เรียกว่า ปริยัติธรรม
          ๒. ศึกษาแล้วปฏิบัติตาม เรียกว่า ปฏิบัติธรรม
          ๓. ได้ผลจากการปฏิบัตินั้น เรียกว่า ปฏิเวธธรรม
ธรรมะโดยทั่วไปมี ๓ คือ
          ๑. จริยธรรม เป็นข้อปฏิบัติทั่ว ๆ ไป
          ๒. สัจจธรรม ความจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
          ๓. ปรมัตถธรรม ธรรมชั้นสูง
หน้าที่ของธรรมะมี ๓ ประการ คือ
          ๑. ธรรมะที่เป็นส่วนเหตุ เช่น สติปัฏฐาน ๔ ตัณหา ความอยากเป็นต้น
          ๒. ธรรมะที่เป็นอุปการะ เช่น สติความระลึกได้ สัมปชัญญะ ความรู้ตัว
          ๓. ธรรมะที่เป็นส่วนผล เช่น ทุกข์ ความเดือดร้อนทางกายใจ ญาณ ความรู้เป็นต้น
รัตนะมี ๓
          ๑. พุทธรัตนะ หมายถึงผู้สั่งสอนให้รู้ทางพ้นทุกข์
          ๒. ธรรมรัตนะ หมายถึงคำสอนที่มีเหตุผล ทำให้ผู้ปฏิบัติพ้นทุกข์
          ๓. สังฆรัตนะ หมายถึงผู้ปฏิบัติตามคำสอนด้วย สุปฏิปนฺโน
อุชุปฏฺปนฺโน ญายปฏิปนฺโน และ สามีจิปฏิปนฺโน
พระสงฆ์มี ๒ อย่าง คือ
          ๑. อริยสงฆ์ หมายถึงผู้ปฏิบัติได้ธรรมชั้นสูง มีโสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล สกทาคามิมรรค สกทาคามิผลอนาคามิมรรค อนาคามิผล อรหัตตมรรค อรหัตตผล
          ๒. สมมุติสงฆ์ หมายถึงสงฆ์ที่ยังต้องศึกษาเล่าเรียน ยังมีกิเลส เป็นปุถุชน


คุณของพระพุทธเจ้ามี ๙ ประการ
          ๑. อรหํ เป็นผู้ไกลจากกิเลส
          ๒. สมฺมาสมฺพุทฺโธ เป็นผู้ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง
          ๓. วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชา ๓ จรณะ ๑๕
          ๔. สุคโต เป็นผู้ไปดี
          ๕. โลกวิทู เป็นผู้รู้โลก
          ๖. อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ เป็นผู้ฝึกผู้ควรฝึก ไม่มีใครยิ่งกว่า
          ๗. สตฺถา เทวมนุสฺสานํ เป็นครูสอนเทวดาและมนุษย์
          ๘. พุทฺโธ เป็นผู้ตื่น
          ๙. ภควา เป็นผู้มีพระกรุณาแจกแจงแสดงธรรม
                    ย่อเหลือ ๓ คือ พระมหากรุณาธิคุณ พระวิสุทธิคุณพระปัญญาคุณ
คุณของพระธรรมมี ๖ ประการ
          ๑. สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม พระธรรมอันพระพุทธเจ้าตรัสสอนดีแล้ว
          ๒. สนฺทิฏฺฐิิโก เป็นสิ่งที่พึงได้ด้วยตนเอง
          ๓. อกาลิโก ไม่จำกัดกาลเวลา
          ๔. เอหิปสฺสิโก เป็นธรรมที่เชิญมาดูด้วย
          ๕. โอปนยิโก เป็นสิ่งที่ควรน้อมตนเข้าไปหา
          ๖. ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญููหิ เป็นสิ่งที่วิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน
                    ย่อเหลือ ๑ คือ รักษาผู้ประพฤติมิให้ตกไปในทางชั่ว
คุณของพระสงฆ์มี ๙ ประการ
          ๑. สุปฏิปนฺโน พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค ฯ ปฏิบัติดีแล้ว
          ๒. อุชุปฏิปนฺโน พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค ฯ ปฏิบัติตรง
          ๓. ญายปฏิปนฺโน " " ปฏิบัติด้วยความรู้
          ๔. สามีจิปฏิปนฺโน " " ปฏิบัติโดยชอบ เป็นส่วนเหตุ
          ๕. อาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรนับถือ
          ๖. ปาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรแก่ของต้อนรับ
          ๗. ทกฺขิเณยฺโย เป็นผู้ควรแก่การทักษิณา (ให้)
          ๘. อญฺชลิกรณีโย เป็นผู้ควรแก่การอัญชลี
          ๙. อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส เป็นเนื้อนาบุญของโลกไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า เป็นส่วนผล
          ย่อเหลือ ๑ คือ ผู้ปฏิบัติดีแล้วสอนให้ผู้อื่นรู้ตามด้วย ทั้ง ๓ รัตนะนี้ ย่อเหลือ ๓ คือ อิ. สฺวา. สุ.


อาการที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ๓ อย่าง
          ๑. ทรงสั่งสอน เพื่อให้ผู้ฟังรู้ยิ่งเห็นจริงในธรรมที่ควรรู้ควรเห็น
          ๒. ทรงสั่งสอน มีเหตุผลที่ผู้ฟังอาจตรองตามให้เห็นจริงได้(โลภะ โทสะ โมหะ)
          ๓. ทรงสั่งสอน เป็นอัศจรรย์ คือ ผู้ปฏิบัติตามย่อมได้ประโยชน์โดยสมควรแก่การปฏิบัติ
โอวาทของพระพุทธเจ้า ๓ อย่าง 
          ๑. เว้นจากทุจริต คือ ประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ
          ๒. ประกอบสุจริต คือ ประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ
          ๓. ทำใจของตนให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมอง มีโลภ โกรธ หลง เป็นต้น สอนให้ละในสิ่งที่ควรละ ได้แก่ อกุศลกรรม สอนให้เว้นในสิ่งที่ควรเว้น ได้แก่ อกุศลกรรม
หลักการวินิจฉัยธรรมะ
          ๑. พหุสฺสุตา ฟังไว้ให้มาก   ๒. ธตา ท่องไว้ให้จำ ท่องให้จำได้
          ๓. วจสา ปริจิตา พูดให้คล่องปาก  ๔. มนสานุเปกฺขิตา เพ่งพิจารณาด้วยใจ
          ๕. ทิฏฐิยา สุปฏิวิทฺธา วินิจฉัยให้รอบคอบให้พร้อมด้วยเหตุผล


๑.ปริศนาธรรมะ
               กินเท่าไหร่ไม่หายอยาก นอนมากไม่รู้จักตื่น รักคนอื่นยิ่งกว่ารักตัว ของควรกลัวกลับกล้าของสั้นสัญญาว่ายาว ปลูกมะพร้าวเอาปากกัด อุ้มลูกอ่อนกอดรัดไว้ไม่วาง  หลงทางไม่ถามไถ่หนีจระเข้ใหญ่ไพล่ลงน้ำ  ถูกจองจำกลับยินดี   สู้ไพรีไม่มีอาวุธ  ไม่หยุดไม่ถึงพระ

๒.การดู
              ดูบ้านเมือง  ดูที่ความสะอาด ประชาชาติดูที่ความสามัคคี คนดีดูที่การงาน  ลูกหลานดูที่ความเคารพ   หญิงดูที่ความอาย ชายดูที่ความกล้าหาญ พระดูที่การปฏิบัติ คฤหัสถ์ดูที่ความขยัน

๓.หน้าที่
             หน้าที่ของมนุษย์ต้องรู้จักศึกษา หน้าที่ของพ่อค้าต้องรู้จักผลกำไร หน้าที่ของศิลปินต้องรู้จักศิลปะ หน้าที่ของพระต้องรู้จักสอนมนุษย์ หน้าที่ของชาวพุทธต้องรู้จักประพฤติธรรม 
             หน้าที่ของผู้นำต้องรู้จักวินัย หน้าที่ของผู้ใหญ่ต้องรู้จักพรหมวิหาร หน้าที่ของสมภารต้องรู้จักปกครอง หน้าที่ของน้องต้องรู้จักเคารพพี่ หน้าที่ของคนดีต้องรู้จักเว้นชั่ว หน้าที่ของผู้กล้าต้องรู้จักความจริง หน้าที่ของผู้หญิงต้องรู้จักการเรือน หน้าที่ของเพื่อนต้องรู้จักเกรงใจ หน้าที่ของคนใช้ต้องรู้จักใจนาย หน้าที่ของคนใกล้ตายต้องรู้จักพุทโธ
             ที่กล่าวมานี้เป็นหลักของธรรมะขั้นที่พื้นฐานที่ผู้ศึกษาเบื้องต้นควรทำความเข้าใจก่อนที่จะศึกษาในขั้นสูงต่อไป ธรรมะเบื้องต้นคือสิ่งที่เป็นหลักการทั่วไปของพระพุทธศาสนา มีกระจายอยู่ในพระไตรปิฎกอันเป็นคัมภีร์สำคัญของพระพุทธศาสนา

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
วัดมัชฌันติการาม รวบรวม/เรียบเรียง

Go to top