Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

           ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยหนาวๆร้อนๆ บางวันมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้คาดเดาอะไรไม่ค่อยได้ ตามปรกติเป็นช่วงฤดูหนาว แต่บางวันอากาศร้อนมาก บางวันฝนตกในฤดูหนาว ในวันที่อากาศอบอ้าวอย่างนี้หากไม่ระมัดระวังสุขภาพมีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่ายๆ คนที่มีบ้านอยู่ยังพอทำเนา แต่สำหรับคนไร้บ้านไม่รู้ว่าค่ำนี้จะนอนที่ไหนนั้นเพิ่มความลำบากเป็นทวีคูณ ไม่มีใครอยากเกิดมาจน แต่เมื่อยังไม่รวยก็ต้องอยู่อย่างจนไปก่อน หากยังมีลมหายใจยังมีโอกาสร่ำรวย คนรวยหลายคนก็มาจากคนเคยจน

           บรรยากาศในเย็นวันนั้นลมแรงเหมือนฝนจะตก หลวงตาไซเบอร์เดินออกจากพระอุโบสถถอดจีวรถือไม้กวาดทำความสะอาดอาณาบริเวณที่เกลื่อนไปด้วยใบไม้ กวาดไปได้สักพักก็มีเสียงมาจากด้านหลัง “กราบนมัสการครับหลวงตาฯ” ชายคนนั้นเข้าทักทาย เมื่อเห็นผู้เขียนทำหน้างง ๆ จึงบอกต่อไปว่า “หลวงตาฯไม่รู้จักผมหรอกครับ แต่ผมรู้จักหลวงตาดี ผมเคยฟังเทศน์หลวงตาฯที่แสดงธรรมในพระอุโบสถ ตอนนั้นผมกำลังตกงาน ไม่รู้จะไปไหนจึงเดินเข้าวัดและขออาหารบิณฑบาตที่เหลือจากพระภิกษุสามเณร ผมนั่งกินข้าวที่ใต้ต้นไม้ใกล้พระอุโบสถ วันนั้นวันพระ ผมจึงได้ฟังเทศน์กัณฑ์ที่ว่าด้วยแมวกับหนูนะครับ ผมเปลี่ยนความคิดที่จะเป็นลูกจ้างคนมาเป็นนายตัวเอง พอความคิดเปลี่ยนชีวิตผมก็เปลี่ยนไปด้วย แม้ว่างานจะหนักขึ้นแต่ผมมีความสุขมากขึ้น เพราะทุกสิ่งที่ผมทำเป็นสิ่งที่ผมได้ ไม่ใช่ทำงานหนักแต่ผลประโยชน์อยู่ที่นายจ้างเหมือนเมื่อก่อน”

 

           หลวงตาไซเบอร์ฯ เป็นคนที่มีความจำสั้น มักจะลืมในสิ่งที่ควรจำ แต่มักจะจำในสิ่งที่ควรลืม ตอนหลังค่อยๆพัฒนาศักยภาพในการจำให้มากขึ้น พยามจดจำแต่สิ่งที่ดีๆส่วนเรื่องไหนที่เห็นว่าจำแล้วจะนำพาความคิดไปสู่ความทุกข์หรือความความซอกซ้ำระกำใจก็จะพยายามลืม แต่ข้อเท็จจริงทำได้ไม่ง่ายนัก ธรรมชาติของจิตมักจะไหลไปสู่ความต่ำเสมอเหมือนน้ำที่ไหลลงสู่ที่ต่ำ จึงต้องพยายามฝึกมองให้สูงเข้าไว้  “มองสูง คิดไกล ใฝ่ดี” ซึ่งก็ทำให้พอประคองจิตอยู่ได้ เวลาใดที่เผลอใจคิดไปในทางไม่ค่อยดีก็จะคิดถึงสิ่งที่ดีๆเข้าไว้ มีหลวงพ่อพุทธเมตตาและเจดีย์ศรีพุทธคยาติดตัวไว้เสมอ มิใช่มีไว้ในฐานะสิ่งศักดิ์ แต่มีไว้ในฐานะรูปเคารพของพระพุทธเจ้าผู้ชนะมารเวลาใดใจคิดไม่ดีก็ให้นึกถึงบารมีของพระบรมศาสดาเข้าไว้จะทำให้ใจใฝ่ดีเพราะมีคนดีเป็นผู้นำทาง   เทศน์เรื่องแมวกับหนูมีหลายเรื่อง แต่ที่ชอบเทศน์อยู่บ่อยๆก็เรื่องหนูเปลี่ยนเส้นทางเดิน และชายคนจนกลายเป็นเศรษฐีเพราะหนูตายตัวหนึ่ง เป็นนิทานสั้นๆประกอบการแสดงธรรมเท่าที่จะจำมาได้
           “ปีที่แล้วผมตกงาน แต่ปีนี้ผมมีงานที่ค่อนข้างจะมั่นคงแล้ว ตอนนี้ผมมีรถขี่แล้วครับ อาชีพใหม่กำลังไปได้ดี”
           หลวงตาไซเบอร์ฯมองรถคันนั้นแล้วก็ต้องยิ้มออกมา เป็นเพียงรถสามล้อ ที่ผูกติดกับรถมอเตอร์ไซด์เก่าๆคันหนึ่ง
           ผมเปลี่ยนอาชีพจากกรรมกรก่อสร้างหาเช้ากินค่ำ อดๆอยากๆไม่ค่อยจะพอกิน ตอนนี้ผมมาทำธุรกิจขับรถรับจ้างตามตลาดสด พอไปได้มีเงินเก็บนิดหน่อย มีภรรยาเป็นแม่ค้าขายผักในตลาดสด  ในอนาคตผมกำลังมองหาทำเลดีๆสักแห่งเปิดร้านขายผลไม้ ขายผักสดในตลาดสักแห่ง  จากกรรมกรก่อสร้างมาเป็นพ่อค้า ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นครับ ผมไม่ต้องขอข้าววัดกินเหมือนในอดีต วันนี้ผมไม่มีอะไรถวายหลวงตาฯ ถวายน้ำดื่มหนึ่งขวดก็แล้วกัน” พูดจบก็นำน้ำเปล่าถวายหนึ่งขวด
           ในสายตาของคนอื่นๆอาจจะมองว่าเขายังเป็นคนจน แต่ในสายตาของตัวเขาเอง แม้จะเป็นอาชีพที่ไม่ได้มีเกียรติอะไร แต่เขาทำด้วยความสุจริต
           เขาบอกว่า “ชีวิตผมเปลี่ยนเพราะนิทานเรื่องแมวกับหนูที่หลวงตาฯเคยเทศน์เมื่อปีที่ผ่านมานั่นแหละครับ”


           พยายามคิดถึงนิทานที่เคยเทศน์ในพระอุโบสถ ช่วงหลังๆมาเทศน์บ่อยเพราะไม่ค่อยมีพระภิกษุรูปไหนว่าง หลวงตาไซเบอร์ฯ จึงแสดงธรรมบ่อย นิทานเรื่องแมวกับหนูที่เคยเทศน์ในวันนั้นมีเนื้อหาโดยย่อว่า “ประชากรหนูกลุ่มหนึ่งสร้างทางเดินในทุ่งนาแห่งหนึ่ง จนกลายเป็นเส้นทางสายหลักที่ประชากรหนูต่างก็เดินบนเส้นทางสายนี้ เพราะมีทั้งอาหาร มีข้าวที่อุดมสมบูรณ์ของชาวนา ประชากรหนูทั้งหลายจึงอยู่กันอย่างมีสุขมานานหลายปี มีอาหารกินที่อุดมสมบูรณ์ มีทางเดินสะดวกสบาย
           มีแมวตัวหนึ่งค้นพบเส้นทางเดินของหนูเหล่านั้น จึงเกิดแนวคิดในการทำมาหากินที่สะดวกคือการดักรอหนูเดินทางผ่านเส้นทางสายนั้น แมวตัวนั้นดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ในขณะที่ประชากรหนูค่อยๆลดลง จนหัวหน้าหนูสังเกตเห็น จึงประชุมประชากรหนูเพื่อสอบสวนหาสาเหตุว่าทำไมประชากรหนูจึงลดลง ในที่ประชุมนั้นมีหนูหนุ่มตัวหนึ่งบอกว่า “เพราะในเส้นทางเดินประจำของพวกเรานั้นมีแมวตัวหนึ่งดักรออยู่ แมวตัวนั้นจับหนูกินวันละตัว หนูจึงลดลง”
           หัวหน้าหนูถามว่า “ท่านรู้ได้อย่างไร”
           “เพราะข้าพเจ้าเคยถูกแมวไล่จับมาแล้วครั้งหนึ่งแต่หนีรอดมาได้ แต่ในการหนีวันนั้นทำให้ต้องเดินออกนอกเส้นทางเป็นครั้งแรก แม้จะรกร้างว่างเปล่าแต่ก็ทำให้มีชีวิตรอดมาได้จนทุกวันนี้  เดี๋ยวนี้เริ่มมีประชากรหนูตัวอื่นๆเดินตามเส้นทางนั้นบ้างแล้ว”
           หัวหน้าหนูจึงถามว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร “หนูทั้งหลายต่างเสนอความเห็นกันหลากหลาย มีหนูสูงอายุตัวหนึ่งบอกว่าก็เอากระพรวนไปผูกคอแมว เวลาแมวมาดักรอจับหนูพวกเราก็จะได้ยินเสียง”

 

 

           ที่ประชุมเห็นด้วยและลงมติว่า “ความคิดนี้ดี ดำเนินการได้” แต่ปัญหายังไม่จบเพราะไม่รู้ว่าหนูตัวไหนจะขันอาสาเอากระพรวนไปผูกคอแมว เพราะกว่าจะผูกคอแมวนั้นหนูตัวนั้นก็ต้องตกเป็นอาหารของแมวไปแล้ว ความคิดนี้ดี แต่วิธีดำเนินการทำไม่ได้  คิดดีแต่ต้องมีวิธีทำที่ดีด้วย แม้คิดดีแล้วแต่ทำไม่ได้ ก็ยังใช้ไม่ได้
           หนูหนุ่มผู้มีประสบการณ์ตรงกับแมวตัวนั้นจึงเสนอแนวคิดใหม่ว่า “ก็เปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่ แมวก็หาหนูไม่พบแล้ว รู้ว่าทางนี้มีปัญหาก็เปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่”
           ในที่ประชุมของประชากรหนูในวันนั้นไม่เป็นที่ยุติ หนูจึงเดินตามเส้นทางเดิมไปก่อนจนกว่าจะคิดหาทางแก้ปัญหาใหม่ได้ แมวตัวนั้นยังคงดักรอจับหนูบนเส้นทางเดิม แถมยังชักชวนแมวตัวอื่นๆมาร่วมจับหนูด้วย 
           วันหนึ่งหัวหน้าหนูถูกแมวจับในเส้นทางเดิมนั่นเอง  ก่อนจะถูกกินเป็นอาหารจึงขอร้องแมวว่า “ข้าพเจ้าแก่แล้ว ไม่นานก็คงตายไปเอง เนื้อก็คงไม่อร่อยสู้หนูพวกหนุ่มๆสาวไม่ได้ พวกนั้นกำลังเจริญเนื้อนุ่มกว่า ขอท่านให้โอกาสข้าพเจ้าได้ถามปัญหาสักข้อหนึ่ง”
           เมื่อแมวเห็นว่าถึงอย่างไรหนูแก่ตัวนั้นคงไปไหนไม่รอด จึงบอกว่าให้หนูถามได้หนึ่งข้อ
           หัวหน้าหนูชราจึงถามว่า “ทำอย่างไรประชากรหนูจึงจะไม่ถูกแมวจับกินเป็นอาหาร”
           แมวตัวนั้นตอบทันทีว่า “ก็เปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่เสียซิ ทำทางเดินหลายๆทาง กว่าที่แมวอย่างข้าจะหาพบก็ต้องเหนื่อย ทางเดินหลายทางย่อมมีทางเลือกมากกว่าการเดินทางเดียว”เสียดายที่หัวหน้าหนูไม่มีโอกาสได้กลับมาบอกแก่ประชากรหนูเหล่านั้นอีกเลย เพราะหนูเลือกทางเดินผิดชีวิตจึงวางวาย ส่วนเรื่องเรื่องเศรษฐีเพราะหนูตายหนึ่งตัว ขออนุญาตนำเสนอในวันต่อๆไป


           ชายคนนั้นเปลี่ยนอาชีพจากกรรมกรก่อสร้างมาเป็นคนค้าขาย แม้จะเป็นเพียงการเริ่มต้นแต่เขาก็เริ่มมองเห็นทาง มองเห็นอนาคตว่าอาชีพค้าขายน่าจะไปได้ดีกว่าอาชีพกรรมกร แม้ปัจจุบันกรรมกรจะได้ค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาทแล้วก็ตาม อาชีพพ่อค้าแม้จะยังได้เงินไม่มาก แต่ก็เป็นอาชีพที่สุจริตขึ้นอยู่กับความขยันหมั่นเพียร   คนขยันไม่ประมาทย่อมหาทรัพย์ได้ดังพุทธภาษิตที่แสดงไว้ในปฎิปทาสูตร อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต (23/173/257) ความว่า “คนหมั่นในการทำงาน ไม่ประมาท จัดการงานเหมาะสม เลี้ยงชีพพอเหมาะ รักษาทรัพย์ที่หามาได้ มีศรัทธา ถึงพร้อมด้วยศีล รู้ถ้อยคำ ปราศจากความตระหนี่ ชำระทาง สัมปรายิกัตถประโยชน์เป็นนิตย์ ธรรมแปดประการดังกล่าวนี้ของผู้ครองเรือน ผู้มีศรัทธา อันพระพุทธเจ้าผู้มีพระนาม         อันแท้จริง ตรัสว่านำสุขมาให้ในโลกทั้งสอง  คือ ประโยชน์ในปัจจุบันนี้และความสุขในภายหน้า บุญ คือ จาคะนี้ ย่อมเจริญแก่คฤหัสถ์ ด้วยประการฉะนี้”
           ชายคนนั้นลากลับไปนานแล้ว ลมเริ่มแรงขึ้นอากาศกำลังเย็นสบายดี ไม่หนาวจนเกินไป หลวงตาไซเบอร์ฯเดินกลับกุฏิตาเส้นทางสายเก่า ยังคงเดินบนเส้นทางสายเดิม แม้จะมีอุปสรรคมีความโดดเดี่ยว มีความเหงา แต่เป็นเส้นทางที่เบาสบาย ไม่มีกำไร ไม่มีขาดทุน เป็นชีวิตของคนๆเดียวบนทางสายเปลี่ยว ทางเดินแม้จะมีหลายทางแต่ได้เลือกบนทางสายเปลี่ยวนี้แล้ว เปลี่ยว เหงา เดียวดาย แต่มีความสุข

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
14/01/56

Go to top