Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

          ในช่วงเทศกาลปีใหม่สิ่งที่หลายคนนึกถึงแม้จะมีหลายเรื่อง แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมักจะสนทนากันคือเรื่องของขวัญปีใหม่ ปีนี้มีใครส่งของขวัญอะไรมาให้บ้าง หรือเราส่งอะไรไปให้คนอื่นบ้าง ส่งไปให้ใคร และใครส่งมาให้เรา เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่มีคนส่งของขวัญมาให้ เพราะอย่างน้อยก็ได้รับรู้ว่ายังมีคนติดถึง อยากส่งของขวัญมาให้  ใครที่ไม่ได้รับของขวัญจากใครเลยในช่วงเทศกาลปีใหม่ คนนั้นมักจะถูกมองว่าเป็นคนที่ถูกลืม เพราะไม่มีใครคิดถึง

 
          ปีนี้หลวงตาไซเบอร์ฯตั้งใจว่าจะกลับไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัด ไม่ได้มีอะไรเป็นของขวัญปีใหม่ เพียงแต่ไปปรากฏตัวให้แม่ได้เห็นหน้าว่าลูกชายยังมีชีวิตอยู่ เห็นหน้าในขณะที่มีลมหายใจยังดีกว่าเห็นหน้าในยามจาก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครจะไปก่อนใคร ตั้งใจว่ารอเวลาให้ผู้คนเบาบางลงหน่อยค่อยออกเดินทาง วันนี้ขอพักผ่อนนอนหลับสบายๆสักวัน
          เหลืออีกเพียงสองสามวันเวลาก็จะผันผ่านแปรเปลี่ยนเวียนผันยักย้ายถ่ายเทเปลี่ยนจากปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ หลวงตาไซเบอร์ฯ ฉันภัตตาหารเพลเสร็จอากาศกำลังเย็นสบายเผลอเอนหลังที่แคร่ไม้ไผ่หน้าห้องหลับไปเมื่อไหร่ไม่ทราบ เพราะวันนี้ไม่ต้องกังวลกับอะไรเป็นวันหยุด ไม่มีงานที่ไหน ยังไม่อยากเดินทางไปไหน ได้มีเวลาพักผ่อนสบายๆที่กุฏิ มาสะดุ้งตื่นอีกทีเมื่อสามเณรพงษ์มาร้องเรียก “อาจารย์ครับมีของมาฝาก” จากนั้นก็ยื่นของที่ว่านั้นให้ เป็นกล่องกระดาษขนาดปานกลาง เปิดดูเป็นของขวัญปีใหม่ ไม่มีชื่อไม่มีบัตรอวยพร มีหนังสือหลายเล่มเช่นพระมหากษัตริย์กับพระพุทธศาสนา นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย ราชประดิษฐพิพิธทรรศนา และลลิตวิสตระ พุทธาวตาโร พุทธประวัตินิเทศ และมีหนังสือราชบัณฑิตเป็นสมุดบันทึกเล่มๆเล็กอีหลายเล่ม

 

          ต้องขอขอบคุณและอนุโมทนาเจ้าภาพที่ส่งของขวัญปีใหม่มาให้ ซึ่งเป็นของขวัญชิ้นแรกในปีนี้ คนส่งคงไม่ต้องการให้เอ่ยนาม จึงขอสงวนสิทธิ์ มีชื่อคนส่งเขียนไว้บนหน้ากล่อง  เป็นคนเดียวกับที่ส่งหนังสือริดเดอร์ ไดเจสต์มาให้อ่านทุกเดือน หากอ่านพบก็ขอแจ้งให้ทราบว่าได้รับของขวัญปีใหม่และกำลังอ่านหนังสือเหล่านั้นอย่างสบายใจ ขออนุโมทนาสำหรับของขวัญปีใหม่ด้วย ให้ของขวัญเป็นหนังสือเหมือนให้ปัญญา ของขวัญอื่นๆที่เป็นของรับประทานได้ไม่นานก็หมด แต่หนังสือเก็บไว้ได้นานและอ่านได้หลายคน ส่วนใครจะให้ของขวัญอะไรแก่ใครนั้นเป็นเรื่อสว่วนบุคคล พอใจทั้งผู้ให้ และสุขใจแก่ผู้รับ ของขวัญนั้นก็มีคุณค่าแล้ว

          มานั่งพิจารณาว่าปีนี้ได้ส่งของขวัญปีใหม่ไปให้ใครบ้าง ก็ยังคิดไม่ออกเพราะไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องของปีใหม่มาหลายปีแล้ว เพราะหากวันเดือนปีหมุนเวียนเปลี่ยนปีพุทธศักราชใหม่เมื่อไหร่ อายุก็ต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อายุหยุดไม่ได้ เพิ่มขึ้นตามตัวเลขในปฏิทินทุกปี ช่วงหลังๆมาหากมองปี พ.ศ. เมื่อไหร่มักจะเผลอเอามือลูบศีรษะทุกที เส้นผมเหลือน้อยลง ฟันฟางก็หายไปหลายซี่ ความชรามาเยือนก่อนกำหนด หากมีใครถามอายุก็มักจะไม่ตอบคำถามตรงๆเลี่ยงไปพูดเรื่องอื่น แม้เราจะปฏิเสธความจริงไม่ได้ แต่ความจริงบางอย่างรู้คนเดียวก็น่าจะดีกว่า
          สามเณรพงษ์ถามว่า “ปีใหม่นี้อาจารย์ไม่ไปเที่ยวไหนหรือครับ”
          จึงบอกว่า “ไม่มีที่ไป ไม่รู้จะไปไหน แล้วสามเณรจะไปไหน ไม่กลับไปเยี่ยมโยมพ่อโยมแม่หรือ”
         สามเณรพงษ์บอกว่า “รถติดนะครับยังไม่อยากตายก่อนวัยอันควร บ้านอยู่มาตั้งนานหลายปีแล้วกลับเมื่อไหร่ก็ได้ไม่จำเป็นต้องไปในช่วงปีใหม่คนมาก ให้ชาวบ้านเขากลับบ้านดีกว่า  ส่วนผมขออยู่ที่วัดร่วมสวดมนต์ข้ามปีกับหลวงพ่อดีกว่า”
          วัดมัชฌันติการามมีโครงการสวดมนต์ข้ามปีในช่วงเทศกาลปีใหม่ ร่วมกับวัดอื่นๆด้วย แต่ไม่ได้จัดงานใหญ่โตมากมายอะไร ไม่มีการบันทึกสถิติโลก เป็นงานที่จัดประจำมาทุกปี มีคนมาร่วมงานปีละประมาณหนึ่งร้อยคน หากใครอยากจะได้ชื่อว่าได้สวดมนต์มากติดอันดับโลกก็ต้องไปที่สนามหลวงที่มีการจัดงานสวดมนต์ข้ามปีบันทึกสถิติโลก

 

          ปีใหม่นี้ไม่ได้หวังอะไรมากขอเพียงมีแรงกายและแรงใจ แรงสมองคิดค้นเขียนเรื่องราวต่างๆให้คนได้อ่าน แม้บางวันจะคิดหรือเขียนอะไรไม่ได้ แต่ก็ยังหวังว่าจะเขียนได้ไปเรื่อยๆเพราะไม่ได้คาดหวังว่าจะเขียนเรื่องที่เป็นมหากาพย์แต่ประการใด เขียนเรื่องธรรมดาสามัญเหมือนเป็นการบันทึกเรื่องราวในแต่ละวัน ต่อเติมเสริมแต่งนิดหน่อยเพื่อให้เกิดอรรถรส เหมือนการปรุงอาหารที่จะต้องมีเครื่องปรุงจึงทำให้อาหารอร่อยนั่นแล แต่เรื่องราวทั้งหลายมีพื้นฐานมาจากข้อเท็จจริง ฟังมาบ้าง จดจำมาบ้าง อ่านมาจากแหล่งอื่นๆบ้าง ยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากเขียนแต่ยังไม่ได้เขียน บางเรื่องเริ่มเขียนแล้วแต่ยังเขียนไม่จบ
          มีใครไม่รู้บอกว่างานเขียนไม่มีวันตาย บางเรื่องคนเขียนเสียชีวิตไปนานหลายร้อยปีแล้วแต่ผลงานเขียนยังอยู่ แม้วันนี้จะไม่มีคนอ่านแต่คนเขียนมีความสุข อันเป็นความสุขที่เกิดจากการได้เขียน เวลาว่างก็อ่านหนังสือซื้อเองบ้าง มีคนส่งมาให้เป็นของขวัญบ้าง ไม่ได้ตั้งความปรารถนาพิเศษพิสดารแต่ประการใด ขอเพียงอยู่ดีมีความสุขก็เพียงพอแล้ว สิ่งที่มนุษย์ตั้งความปรารถนาแล้วสำเร็จได้ยาก มีแสดงไว้ในอิฏฐสูตร อังคุตรนิกาย ปัญจกนิบาต (22/43/42) ความว่า “ธรรมห้าประการนี้น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้โดยยากในโลกคืออายุ  วรรณะ สุขะ ยศ สวรรค์ ชนผู้ปรารถนาอายุ วรรณะ สุข ยศ สวรรค์ ความเกิดในตระกูลสูงและความเพลินใจ พึงทำความไม่ประมาทให้มากยิ่งขึ้น บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญความไม่ประมาทในการทำบุญ บัณฑิตผู้ไม่ประมาทแล้ว ย่อมยึดถือประโยชน์ทั้งสองไว้ได้ คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน และประโยชน์ในสัมปรายภพ ผู้มีปัญญา ท่านเรียกว่าบัณฑิต เพราะบรรลุถึงประโยชน์ทั้งสองนั้น”

 

          สรุปว่าอย่าประมาทในการใช้ชีวิต เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหมดลมหายใจ บางครั้งแม้ตั้งใจแล้ว แต่หากเวลาและโอกาสไม่เอื้ออำนวยก็ต้องรอต่อไป ชีวิตนี้หากยอมเป็น เย็นพอ รอได้ จะสบายใจในทุกสถาน โลกวุ่นวายส่วนหนึ่งเพราะมนุษย์ยอมกันไม่เป็น ใจเย็นไม่พอ และรอเวลาไม่ได้ เลยก่อให้เกิดความสูญเสียที่ไม่มีทางแก้ไข
          ในช่วงเทศกาลปีใหม่จะกำลังจะมาถึง ขอให้พระปีใหม่แด่ผู้อ่านทุกท่าน ด้วยการตั้งจิตอธิษฐานขอให้ทุกคนมีความสุขตามสมควรแก่ฐานะ ให้อยู่รอดปลอดภัยมีชีวิตอยู่สู้ต่อไปในปีหน้า ขอให้มีอายุ  วรรณะ สุข พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติจงทุกประการ ขอเพียงมีลมหายใจ มีกำลังกายก็พร้อมที่จะอยู่ดูโลกนี้ต่อไปได้

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
29/12/55

 

Go to top