Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

              เสียงเพลงวันลอยกระทงดังแว่วมาจากโรงเรียนข้างวัดที่เปิดบรรเลงมาตั้งแต่วันจันทร์  พอได้ยินก็นึกถึงวันลอยกระทงที่กำลังจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ ประเพณีลอยกระทงมีมาตั้งแต่โบราณกาล ได้รับการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ในอดีตอาจจะเป็นเพียงประเพณีของชาวบ้าน  จัดงานกันตามที่ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใกล้น้ำ การลอยกระทงเหมือนกับการขอขมาแก่พระแม่คงคาที่ได้หล่อเลี้ยงให้ความอุดมสมบูรณ์แก่ผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับน้ำ ส่วนหนึ่งคือเกษตรกรที่จะต้องอาศัยน้ำในการทำนา ทำไร่ แต่ปัจจุบันวัตถุประสงค์เดิมได้เปลี่ยนไป จากประเพณีของชาวบ้านก็กลายเป็นงานระดับชาติกลายเป็นพิธีหลวงในสมัยสุโขทัยปัจจุบันกลายเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ในงานลอยกระทงแต่ละปีจึงมีคนหลายเผ่าพันธุ์มาร่วมงานและร้องเพลงลอยกระทงในประเทศไทย


              ได้ข่าวว่าเจ้าของเสียงเพลงกังนัมสไตล์จะมาเปิดการแสดงในงานลอยกระทงที่ประเทศไทย ลอยกระทงปีนี้คงจะออกมาเชิงกังนัมสไตล์ผสมกับรำวงลอยกระทง เพลงอะไรก็ไม่รู้เต้นด้วยลีลาที่แปลกๆ แต่ติดตามคนดู เพียงไม่กี่เดือนมีคนเข้าไปดูตั้งแปดร้อยล้านคน มีผู้นำคนสำคัญของโลกเต้นเลียนแบบท่าเต้นนี้ด้วย นายบันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาตินั่นไม่ต้องพูดถึง ท่านเลขาฯเป็นชาวเกาหลีอยู่แล้ว อย่างไรก็ต้องเชียร์ความเป็นเกาหลีไว้ก่อน ถ้านายกรัฐมนตรีประเทศไทยออกมาเต้นท่านี้คงดูน่ารักไปอีกแบบ
             เพื่อนสมัยเป็นหนุ่มคนหนึ่งโทรศัพท์เข้ามาถามว่า “กังนัมสไตล์นี่มันอะไรครับหลวงพี่ มันเต้นกวนเหลือเกิน หากเป็นสมัยก่อนมีหวังโดน…..” 

 

              สมัยก่อนงานวัดมักจะมีมหรสพที่ขาดไม่ได้คือรำวง แต่มีข้อเสียอย่างหนึ่งที่แก้ไขไม่ได้คือถ้างานไหนมีรำวงก็มักจะมีของแถมคือวันรุ่นตีกัน เบาๆก็หัวร้างข้างแตก แต่ถ้าหากหนักหน่อยก็ถึงขั้นเสียเสียชีวิต สมัยเป็นหนุ่มผู้เขียนหากมีงานวัดก็จะมักจะอยู่สองเวทีคือเวทีมวยและเวทีรำวง เหมือนหนุ่มชาวบ้านทั้งหลาย ส่วนเวทียี่เก หมอลำ หนังตะลุง หรืออื่นๆไม่ค่อยได้ดู เวทีมวยมักจะมีเพื่อนนักมวยขึ้นต่อยมวยแทบทุกเวที คนมีเพื่อนมากไปบ้านไหนตำบลไหนมีแต่เพื่อน หากมีเพื่อนขึ้นเวทีก็จะต้องร่วมเชียร์ แพ้หรือชนะไม่ใช่สาระสำคัญขอเพียงได้เชียร์ก็พอแล้ว ออกจากเวทีมวยก็ขึ้นเวทีรำวง เต้นไปสักพักก็จะแวะหาที่นั่งคุยกับแม่ค้า เพียงแต่ซื้อสินค้าสักชิ้นสองชิ้นก็ได้คุยกับแม่ค้าไปได้เรื่อยๆ สินค้าประเภทเคี้ยวเล่นเช่นอ้อย ถั่วลิสง เมล็ดมะขามคั่ว พุททรา สมอ มะขามป้อม หากเป็นขนมก็จะเป็นประเภทลอดช่อง ขาวเกรียบเป็นต้น
             งานวัดแบบโบราณกับความสนุกสนานคงเหลือไว้แต่อดีต เพราะได้ทราบข่าวจากเพื่อนคนนั้นว่า “แถวชนบทไม่มีรำวงแล้ว เพราะมีเมื่อไหร่จะมีเรื่องตีกันเมื่อนั้น  เดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนเป็นรำวงชาวบ้าน สนุกไปอีกแบบ การให้ความบันเทิงแก่คนอื่น ทำให้คนอื่นสนุกสนาน คนทำก็มีความสุข คนฟังก็มีความสุข ผู้ที่ทำให้คนอื่นมีความสุขน่าจะไปสวรรค์” เพื่อนคนนั้นบอก
              หากมองดูตามสถานการณ์น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่บางทีอาจจะมีอะไรที่อยู่เบื้องหลังนั้นก็ได้ มีเรื่องหนึ่งที่พระพุทธเจ้าแสดงแก่นักเต้นรำคนหนึ่งที่เข้าไปถามพระพุทธเจ้าในทำนองว่าการทำให้อื่นหัวเราะได้ สนุกสนานได้นั้น น่าจะไปสวรรค์ ดังที่แสดงไว้ใน ตาลปุตตสูตร สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค (18/589/314) สรุปความตอนหนึ่งว่า “สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิวาปสถานใกล้พระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นพ่อบ้านนักเต้นรำคนหนึ่งนามว่าตาลบุตร เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เคยได้ยินคำของนักเต้นรำ ผู้เป็นอาจารย์และปาจารย์ก่อนๆกล่าวว่า นักเต้นรำคนใดทำให้คนหัวเราะ รื่นเริง ด้วยคำจริงบ้าง คำเท็จบ้างในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ ผู้นั้นเมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาผู้ร่าเริง ในข้อนี้พระผู้มีพระภาคตรัสอย่างไร 

 

 

               พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อย่าเลยนายคามณี ขอพักข้อนี้เสียเถิด ท่านอย่าถามข้อนี้กะเราเลย พระพุทธเจ้าปฏิเสธไม่ตอบคำถามถึงสามครั้ง แต่นายตาลบุตรก็ยังพยายามให้พระพุทธเจ้าตอบให้ได้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า (18/591/315) “ดูกรนายคามณี เราห้ามท่านไม่ได้แล้วว่า อย่าเลยนายคามณี ขอพักข้อนี้เสียเถิด ท่านอย่าถามข้อนี้กะเราเลย แต่เราจักพยากรณ์ให้ท่าน ดูกร นายคามณี เมื่อก่อนสัตว์ทั้งหลายยังไม่ปราศจากราคะอันกิเลสเครื่องผูกคือราคะผูกไว้ นักเต้นรำรวบรวมเข้าไว้ซึ่งธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ แก่สัตว์เหล่านั้นมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อนสัตว์ทั้งหลายยังไม่ปราศจากโทสะ อันกิเลสเครื่องผูกคือโทสะผูกไว้ นักเต้นรำรวบรวมเข้าไว้ซึ่งธรรมเป็นที่ตั้งแห่งโทสะ ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ แก่สัตว์เหล่านั้นมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อนสัตว์ทั้งหลายยังไม่ปราศจากโมหะ อันกิเลสเครื่องผูกคือโมหะผูกไว้ นักเต้นรำย่อมรวบรวมไว้ซึ่งธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งโมหะ ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ แก่สัตว์เหล่านั้นมากยิ่งขึ้นนักเต้นรำนั้น ตนเองก็มัวเมาประมาท ตั้งอยู่ในความประมาท เมื่อแตกกายตายไป ย่อมบังเกิดในนรกชื่อปหาสะอนึ่ง ถ้าเขามีความเห็นอย่างนี้ว่า นักเต้นรำคนใดทำให้คนหัวเราะ รื่นเริงด้วยคำจริงบ้าง คำเท็จบ้าง ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพผู้นั้นเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชื่อปหาสะ ความเห็นของเขานั้นเป็นความเห็นผิดดูกรนายคามณี ก็เราย่อมกล่าวคติสองอย่างคือ นรกหรือกำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน อย่างใดอย่างหนึ่ง ของบุคคลผู้มีความเห็นผิด”

 

 

               เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พ่อบ้านนักเต้นรำนามว่าตาลบุตรร้องไห้สะอื้น น้ำตาไหล พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรนายคามณี เราได้ห้ามท่านแล้วมิใช่หรือว่าอย่าเลย นายคามณี ขอพักข้อนี้เสียเถิด อย่าถามข้อนี้กะเราเลย
              นายคามณีจึงกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่ได้ร้องไห้ถึงข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้กะข้าพระองค์หรอก แต่ว่าข้าพระองค์ถูกนักเต้นรำผู้เป็นอาจารย์และปาจารย์ก่อนๆ ล่อลวงให้หลงสิ้นกาลนานว่า นักเต้นรำคนใดทำให้คนหัวเราะรื่นเริง ด้วยคำจริงบ้าง คำเท็จบ้าง ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ ผู้นั้นเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาชื่อปหาสะข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระธรรมเทศนาของพระองค์แจ่มแจ้งยิ่งนัก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระธรรมเทศนาของพระองค์แจ่มแจ้งยิ่งนัก พระผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย ดุจหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทางหรือตามประทีปในที่มืดด้วยหวังว่า คนมีจักษุจักเห็นรูป ฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาคกับทั้งพระธรรมและภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ข้าพระองค์พึงได้บรรพชาอุปสมบท ในสำนักของพระผู้มีพระภาคนายนฏคามณีนามว่าตาลบุตรได้บรรพชา ได้อุปสมบทในสำนักพระผู้มีพระภาคแล้วท่านพระตาลบุตรอุปสมบทไม่นาน หลีกออกจากหมู่อยู่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจแน่วแน่ ฯลฯ ก็แลท่านพระตาลบุตรเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง ในจำนวนพระอรหันต์ทั้งหลาย”

 

 

               งานวันลอยกระทงมีปีละครั้ง ส่วนกังนัมสไตล์ฟังได้เรื่อยๆ เพื่อนเก่าคนนั้นแม้จะวางหูโทรศัพท์ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่คงลืมอะไรบางอย่างไป จึงโทรศัพท์กลับมาอีกครั้ง “หลวงพี่ครับผมจะไปดูกังนัมสไตล์เล่น แต่ไม่ทราบว่าเขาจะแสดงที่ไหน”  จึงบอกว่า “ลอยกระทงที่บ้านเถอะโยมเอ๋ย วัยอย่างเรานะหากเปรียบเทียบกับเวลาน่าจะบ่ายสองโมงแล้ว เป็นวัยที่จะต้องปล่อยวาง เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานแล้ว แม้หัวใจจะยังหนุ่ม แต่ก็ต้องยอมรับสภาพร่างกาย” แม้ร่างกายจะแก่ แต่ใจยังหนุ่ม
             เพื่อเก่าวางสายไปแล้วเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แต่เข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้ คงมีปัญหาอะไรสักอย่าง มีปัญหามาตั้งแต่วันอาทิตย์แล้วกว่าจะใช้งานได้ก็เหลือเวลาก่อนวันลอยกระทงเพียงหนึ่งวัน ตอนนั้นอยากเข้าไปดูกังนัมสไตล์ คิดเล่นๆว่าหากเต้นด้วยลีลาแบบกังนัมสไตล์แต่ใส่เนื้อเพลงลอยกระทงจะเป็นอย่างไร ลอยกระทงปีนี้ถูกวัฒนธรรมเกาหลีสอดแทรกเข้ามาแล้ว

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
27/11/55

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง

 

 

รำวงวันลอยกระทง

{youtube}6IF0GCq7uhQ&feature=related{/youtube}

 

ลอยกระทง

{youtube}1RFq5yvDYe0&feature=related{/youtube}

 

ลอยกระทง
{youtube}-2yiQoxhm_M{/youtube}

 

ลอยกระทง
{youtube}zEk2hc0oRFo&feature=related{/youtube}

 

กระทงหลงทาง

{youtube}jnoZnhr_2C0{/youtube}

 

 

Go to top