Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

        ครั้งหนึ่งมีนักปราชญ์จีนคนหนึ่งนอนหลับแล้วฝันว่าตนเองกำลังกลายเป็นผีเสื้อบินว่อนเที่ยวดอมดมดอกไม้อย่างเพลิดเพลิน พอตื่นขึ้นมานักปราชญ์คนนั้นเกิดสงสัยขึ้นมาว่า ผีเสื้อกำลังฝันว่าเป็นตัวเขา หรือว่าตัวเขากำลังฝันเป็นผีเสื้อกันแน่ จิตใต้สำนึกเป็นเหมือนความฝันเป็นสิ่งที่พร่างพรายรายล้อมความเป็นจริง ในชีวิตจริงมนุษย์ย่อมมีความฝัน ถ้าทำตามความฝันได้ก็กลายเป็นฝันที่เป็นจริง 
           ทุกคนต้องมีความฝัน เพราะการฝันทำให้ชีวิตมีความหวัง หากเกิดเป็นมนุษย์แล้วไม่มีความฝันก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายแล้ว เพราะคนที่ตายแล้วย่อมฝันไม่ได้ แต่การก้าวเดินไปตามสิ่งที่ฝันนั้นอาจถึงหรือไม่ถึงก็ได้ ฝันแบบนี้เป็นฝันที่ยังไม่หลับ แต่ถ้าเมื่อนอนหลับแล้วฝันเรียกว่าความฝัน ฝันทั้งที่ยังไม่หลับ กับนอนหลับแล้วฝันนั้นต่างกัน
        การหลับแล้วฝันในพระพุทธศาสนามีสาเหตุมาจากเหตุสี่ประการ ดังที่ปรากฎในอรรถกถาพระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม 1 ภาค 3  หน้าที่ 102 สรุปได้ว่า “บุคคลเมื่อจะฝันนั้นย่อมฝันเพราะเหตุ 4 ประการคือ (1) ฝันเพราะธาตุกำเริบ (2)ฝันเพราะเคยทราบมาก่อน (3) ฝันเพราะเทวดาสังหรณ์ (4)  ฝันเพราะบุพนิมิต 

         1.ฝันเพราะคนผู้มีธาตุกำเริบ  เพราะประกอบด้วยปัจจัยอันทำให้ดีเป็นต้นกำเริบ  และเมื่อฝันย่อมฝันต่าง ๆ เช่นเป็นเหมือนตกจากภูเขาเหมือนเหาะไปทางอากาศ และเหมือนถูกเนื้อร้าย ช้างร้าย และโจรเป็นต้นไล่ติดตาม ความฝันประเภทนี้มักไม่เป็นความจริง
        2.ฝันเพราะเคยทราบมาก่อน ย่อมฝันถึงอารมณ์ที่ตนเคยเสวยมาแล้วในกาลก่อน  พวกเทวดาย่อมนำอารมณ์มีอย่างต่าง ๆเข้าไปเพื่อความเจริญบ้าง เพื่อความเสื่อมบ้าง เพราะเป็นผู้มุ่งความเจริญบ้าง เพราะเป็นผู้มุ่งความเสื่อมบ้างแก่บุคคลผู้ฝัน ความฝันประเภทนี้มักไม่ค่อยเป็นความจริง
        3.ฝันเพราะเทวดาสังหรณ์ ผู้นั้นย่อมฝันเห็นอารมณ์เหล่านั้นด้วยอนุภาพของพวกเทวดานั้น ฝันแบบนี้จริงก็มี เหลวไหลก็มี เพราะว่าพวกเทวดาโกรธแล้วประสงค์จะให้พินาศโดยอุบาย  จึงแสดงให้เห็นวิปริตไปบ้าง หรือเทวดารักอาจมาเข้าฝันได้ บางคนร่ำรวยเป็นเศรษฐีเพราะฝันประเภทนี้ก็มี เทวดามาเข้าฝันก็ยังดีกว่าผีมาเข้าฝัน      
        4.ฝันเพราะบุพนิมิต  ย่อมฝันที่เป็นบุพนิมิตแห่งความเจริญบ้าง  แห่งความเสื่อมบ้าง ซึ่งต้องการจะเกิดขึ้น ด้วยอำนาจแห่งบุญและบาปเหมือนพระมารดาของพระโพธิสัตว์ ทรงพระสุบินนิมิตในการที่จะได้พระโอรสฉะนั้น เหมือนพระโพธิสัตว์ทรงมหาสุบิน 5  ประการ และเหมือนพระเจ้าโกศลทรงพระสุบิน 16 ประการฉะนั้นแล ความฝันที่คนฝันเพราะบุพนิมิตเป็นความจริงโดยส่วนเดียว ฝันเช่นนี้แหละที่เรียกว่าฝันที่เป็นจริง

        ความฝันจึงอาจเป็นจริงหรือเท็จก็ได้ ถ้าไปถึงฝั่งฝันก็เรียกว่าฝันเป็นจริง แต่ถ้าไปไม่ถึงตามที่ฝันก็ต้องเรียกว่า “ฝันมันไกลเลยไปไม่ถึง”วันหนึ่งหลวงตาไซเบอร์ฝันเห็นประเทศไทยสงบสุขสันติ รัฐบาลบริหารประเทศด้วยความสงบเรียบร้อย เศรษฐกิจเฟื่องฟู ผู้คนทำมาหากินอย่างสงบสุข ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ผลิตสินค้าออกมาขายได้กำไรดี ไม่มีการชุมนุมต่อต้านเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย เดินไปไหนมีแต่คนยิ้มแย้มแจ่มใส นักการเมืองไม่ทะเลาะกัน ผู้คนใส่เสื้อหลายหลากสีเดินสวนกันไปมาอย่างมีความสุข พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาตกใจว่า เรื่องนี้เรากำลังฝันหรือว่าเป็นความจริงกำลังปรากฎ หรือว่าอาหารไม่ย่อยธาตุเลยกำเริบเลยเป็นเหตุให้ฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง  

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
เรียบเรียง
24/03/53

Go to top