Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

          วันเวลาผ่านไปเร็วเผลอเดี๋ยวเดียวเข้าพรรษามาได้กึ่งเดือนแล้ว  ช่วงนี้ไม่ได้เดินทางไปไหนไกล เพราะอยู่ในช่วงเข้าพรรษา นอกจากเดินทางไปทำงานตามปรกติที่ศาลายา นครปฐม แม้อยู่ที่วัดก็ยังทำงานเล็กๆน้อยๆตามหน้าที่ มีเวลาว่างก็นั่งเขียนบทความเล่นๆ ไม่ได้เขียนจริงจังอะไร อยากเขียนอะไรก็เขียน บางเรื่องก็อาจจะออกไปในเชิงเพ้อฝันมากเกินไปด้วยซ้ำ หากคิดจะเขียนเรื่องที่ยากๆมักจะเขียนไม่ค่อยออก แต่ชีวิตมนุษย์หากจริงจังมากเกินไปชีวิตก็ตึงเครียด เหมือนกับสายพิณนั่นไง หากตึงเกินไปไม่นานสายก็ขาด แต่หากหย่อนเกินไปเสียงก็ไม่เพราะ ต้องอยู่ในระดับกลางๆสำเนียงเสียงถึงจะน่าฟัง
 

          บังเอิญว่ามีกล้องอยู่ในมือตัวหนึ่ง หยิบยืมเลนส์ถ่ายภาพจากเพื่อนมาตัวหนึ่ง เขาให้มาทดลองใช้งานเป็นเลนส์มาโครซึ่งใช้ถ่ายภาพในระยะใกล้ ประเภทสิงสาราสัตว์ หรือต้นไม้ใบหญ้าขนาดเล็ก ทำให้มีขนาดใหญ่ ความจริงตั้งใจยืมมาเพื่อที่จะถ่ายภาพพระเครื่องซึ่งเก็บสะสมมาหลายปี แต่การถ่ายภาพอย่างนั้นต้องใช้แสงธรรมชาติ วันไหนที่มีแดดพอดีจึงถ่ายภาพได้คมชัด วันไหนฝนตกก็ต้องงดถ่ายภาพไปด้วย การถ่ายภาพส่วนหนึ่งคือการเล่นกับแสง ยิ่งเป็นแสงจากธรรมชาติภาพที่ได้ย่ิ่งนุ่มนวลมีมิติ


          ตามปรกติไม่เคยมีเลนส์ถ่ายภาพประเภทนี้ เพราะที่ใช้อยู่เป็นประจำก็คือเลนส์ธรรมดาแถมมากับกล้อง และอีกตัวเป็นเลนส์เทเลซูมซึ่งใช้ถ่ายภาพระยะไกล เพราะบางครั้งเข้าใกล้ไม่ได้ ภาพส่วนมากที่นำเผยแผ่ทางเว็บไซต์ไซเบอร์วนารามก็มักจะมาจากเลนส์ถ่ายภาพตัวนี้ เพราะสามารถถ่ายภาพได้ดีในเวลาที่มีแสงน้อย แต่ข้อเสียคือหนักมาก หากจะเดินทางไกลต้องแบกไปด้วยก็ต้องหาคนช่วยแบก จนมีคนทักว่าหลวงตาไซเบอร์ฯออกจะมีกล้ามโตมากไปหน่อย ก็เพราะหากเดินทางไกลที่จะต้องถือกล้องไปด้วยก็มักจะมีเลนส์ตัวนี้ติดมือไปด้วยเสมอ แต่ถ้าหากอยู่ในวัดก็ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพ เพราะไม่ค่อยจะมีอะไรให้ถ่าย จึงต้องเก็บกล้องให้นอนแน่นิ่งเฉยๆ
          แต่ธรรมชาติของกล้องนอนนิ่งอยู่นานไม่ได้  ยิ่งในหน้าฝนอย่างนี้ก็ต้องหาเรื่องถ่ายภาพให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง  เพื่อที่จะกล้องจะได้ออกกำลัง และป้องกันการขึ้นรา ช่วงนี้อากาศไม่ค่อยแน่นอนบางวันแดดกล้า บางวันฝนตก วันไหนที่มีอารมณ์อยากถ่ายภาพก็จะถือกล้องเดินหาดอกไม้ใบหญ้าตามกำแพงวัดหรือลานวัด ถ่ายภาพดอกไม้เล่นๆเพื่อให้กล้องได้ออกกำลัง


          เดินเล่นถือกล้องมองหาดอกไม้ตามริมกำแพงเห็นมีดอกไม้หลายประเภทชูดอกออกช่อรอรับแสงแห่งตะวันจึงค่อยๆถือกล้องถ่ายภาพเล่นเพลินๆ ดอกกล้วยไม้ริมทางหากมองดูตามธรรมดาไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่พอใช้เลนส์มาโครส่องดูกลับเห็นความงามที่ซ่อนอยู่ในกลีบดอก ซึ่งมีสีอมชมพู ความงามของดอกไม้บางทีก็อยู่ที่กลีบดอก บางครั้งก็อยู่ที่สีสัน กล้องถ่ายได้แต่สีแต่ถ่ายความหอมไม่ได้  เลนส์ใหม่ยังไม่คุ้นมือจึงยังหาความคมชัดของภาพไม่ค่อยได้
          ดอกไม้สีเหลืองไม่รู้จักชื่อแต่สีสันสดใสงดงาม ถ่ายยากหาความคมชัดได้ลำบาก ใช้ระบบอัตโนมัติไม่ได้ต้องใช้ระบบหาความชัดเอาเอง มีความรู้สึกว่าดอกไม้สีเหลืองและสีขาวถ่ายภาพให้คมชัดได้ยาก หากเป็นสีอื่นไม่เป็นไร หรือว่าสายตาเริ่มฟ้าฟางมองสีเหลืองและสีขาวไม่ค่อยชัด

 

          ดอกไม้ริมทางบางครั้งก็อาจจะทำให้ผู้ที่นำดอกไม้ไปบูชาสิ่งที่ควรเคารพบังเกิดในวิมานสวรรค์ได้เหมือนกันดังกรณีของนางปีตเทพธิดาในปีตวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ (26/47/67)  ความว่า “ครั้งหนึ่งพระอินทร์ได้ถามนางเทพธิดาตนหนึ่งผู้มีอาภรณ์สีเหลืองในปีตวิมานว่า “ดูกรนางเทพธิดาผู้เจริญ ผู้นุ่งห่มผ้าล้วนแล้วด้วยสีเหลือง มีธงก็เหลือง ตกแต่งด้วยเครื่องอลังการเหลือง มีกายอันลูบไล้ด้วยจุณจันทน์เหลือง ทัดทรงดอกบัวหลวง มีปราสาทอันแล้วด้วยทองคำ มีที่นอนและที่นั่งสีเหลือง ทั้งภาชนะที่รองรับขาทนียะและโภชนียะสีเหลือง มีฉัตรสีเหลือง  รถสีเหลือง มีม้าและพัดล้วนแล้วสีเหลือง เมื่อชาติก่อนท่านเป็นมนุษย์  ได้กระทำบุญอะไรไว้ ฉันถามท่านแล้วขอท่านจงบอก นี้เป็นผล แห่งกรรมอะไร 
          นางเทพธิดาตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้น้อมนำเอาดอกบวบขมซึ่งมีรสขมไม่มีใครชอบ จำนวนสี่ดอก ไปบูชาพระสถูปตั้งจิตอุทิศต่อพระบรมธาตุของพระบรมศาสดา ด้วยจิตอันเลื่อมใสกำลังส่งใจไปในพระบรมธาตุของพระศาสดานั้น ไม่ทันได้พิจารณาถึงหนทางที่มาแห่งแม่โค ทันใดนั้น แม่โคได้ขวิดหม่อมฉันผู้มีความปรารถนาแห่งใจยังไม่ถึงพระสถูป ถ้าหม่อมฉันได้สั่งสมบุญนั้นไซร้ หม่อมฉันพึงได้ทิพยสมบัติยิ่งกว่านี้เป็นแน่ ข้าแต่ท้าวมัฆวานจอมเทพผู้เทพกุญชร เพราะบุญกรรมนั้น หม่อมฉันละอัตภาพมนุษย์แล้ว จึงได้มาอภิรมย์อยู่กับพระองค์ 


         ท้าวมัฆวานผู้เป็นอธิบดีแห่งทศเทพผู้ทรงเทพกุญชร ได้ทรงสดับเนื้อความนี้แล้ว เมื่อจะทรงยังทวยเทพเจ้าชาวดาวดึงส์สวรรค์ให้เลื่อมใส ได้ตรัสกะมาตลีเทพบุตรว่า ดูกรมาตลีจงดูผลแห่งกรรมอันวิจิตรน่าอัศจรรย์นี้ ทานวัตถุแม้มีประมาณน้อยอันนางเทพธิดานี้ทำแล้ว ย่อมเป็นบุญมีผลมาก เมื่อจิตเลื่อมใสในพระตถาคตสัมพุทธเจ้าในพระปัจเจกพุทธเจ้า หรือในสาวกของพระตถาคต ทักษิณา ย่อมไม่เชื่อว่ามีผลน้อยเลย มาเถิดมาตลีแม้เราทั้งหลายพึงรีบเร่งบูชาพระบรมสารีริกธาตุของพระตถาคตให้ยิ่งๆขึ้นเถิด เพราะการสั่งสมบุญย่อมนำสุขมาให้ เมื่อพระตถาคตจะยังทรงพระชนม์อยู่หรือเสด็จปรินิพพานไปแล้วก็ตาม เมื่อจิตสม่ำเสมอผลก็ย่อมสม่ำเสมอ เพราะเหตุที่ตั้งจิตไว้ชอบธรรม สัตว์ทั้งหลายย่อมไปสู่สุคติ ทายกทั้งหลายได้กระทำสักการะบูชาในพระตถาคตเหล่าใดไว้แล้ว ย่อมไปสู่สวรรค์ พระตถาคตเหล่านั้นย่อมเสด็จอุบัติขึ้น เพื่อประโยชน์แก่ชนเป็นอันมากหนอ” 

 

          ถ่ายภาพอย่างเดียวไม่ได้เก็บดอกไม้ไปบูชาพระบรมสารีริกธาตุที่พึ่งบรรจุบนยอดเจดีย์ในวันอาสาหบูชาบูชาที่ผ่านมา เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน บางทีแม้จะไม่ทำให้ได้ไปเกิดในวิมานก็ยังได้ความสุขและความเพลิดเพลินจากการที่ได้ถ่ายภาพดอกไม้ แม้จะเป็นดอกไม้ริมทาง หากรู้จักนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ก็จะดลบันดาลให้เกิดในสวรรค์วิมานได้เหมือนกัน ตอนนี้ยังไม่อยากไปเกิดในสวรรค์  ยังอยากถ่ายภาพเล่นเพลินๆเขียนบทความเล่นๆ อีกสักพัก แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกสักกี่ปี

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
16/08/55

Go to top