Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

          คืนที่ผ่านมาฝนตกเกือบตลอดคืน ฟ้าจึงชุ่มฝนอากาศเย็นสบาย ดูการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกวันสุดท้ายแล้ว มหกรรมกีฬาอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ อย่างน้อยประเทศไทยก็ยังมีเหรียญจากยกน้ำหนัก เทควันโด้ และมวยสากลสมัครเล่น ที่ใครๆต่างก็บอกว่าแม้จะเป็นเหรียญเงินแต่ก็เป็นเหมือนเหรียญทองของคนไทยทั้งชาติ เขาชกได้ประทับใจคนทั้งโลกถึงจะเขาแพ้ในการเกมการแข่ง แต่เขาชนะใจผู้ชม กีฬามีแพ้มีชนะการแข่งขันก็เพื่อเชื่อมความสัมพันธไมตรีระหว่างชาวโลก แพ้ไม่เป็นไร โบราณว่า “แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร”
 

          ตอนเช้าอากาศสดใสเป็นวันหยุดชดเชยวันแม่อีกหนึ่งวัน หลวงตาไซเบอร์ฯ กำลังจะเดินผ่านประตูพระอุโบสถก็เหลือบไปเห็นดอกสาละกำลังออกดอกบานสะพรั่งบนต้น ดอกกำลังงาม ประจวบกับแสงแดดยามเช้าไม่ร้อนจนเกินไป ดอกไม้ได้แสงแดดจึงออกดอกชูช่อเหมือนกำลังทักทายกับแสงแห่งตะวัน ดวงอาทิตย์ให้แสงสว่างแก่ชาวโลก ดอกไม้ให้ความสดชื่น เพราะคนดูดอกไม้แล้วมักจะเกิดอารมณ์อันสุนทรีย์


          มีอารมณ์อยากถ่ายภาพดอกสาละต้นนั้นขึ้นมา จึงเดินกลับกุฏิหยิบกล้องเดินมายังต้นสาละอีกครั้ง ในชั้นต้นยกกล้องได้ก็รีบกดชัตเตอร์ แต่ภาพที่ได้มากลับมืดบ้าง ดำบ้าง สว่างเกินไปบ้างไม่พอดีสักภาพ จึงค่อยๆพิจารณาการใช้กล้อง ก็ถึงบางอ้อ ตอนนั้นกล้องตั้งค่าไว้ที่รูรับแสงประมาณ 4.5 แสงแดดจ้าอย่างนั้นภาพจึง
โอเวอร์ไป จึงตั้งค่ากล้องใหม่ไว้ที่หมวด M ซึ่งจะต้องกำหนดค่าเองทั้งหมด รูรับแสงยังอยู่ที่ 4.5  ตั้ง ISO ไว้ห้าร้อย White Balance ตั้งเป็น Auto  จากนั้นก็หาความคมชัดเอาเอง ภาพที่ได้มายังไม่ถูกใจ
          จึงเปลี่ยนค่าใหม่เป็นหมวด A  เปิดรูรับแสงกว้างที่สุด ให้กล้องช่วยหาความชัดให้ แต่ทว่ากล้องโฟกัสไม่ได้อย่างใจ มักจะชัดในที่ที่ไม่ควรชัด ส่วนที่ควรจะเบลอกับชัด ส่วนที่ควรจะชัดกลับเบลอ จึงเปลี่ยนใหม่ ตั้งค่ามาที่หมวด M จากนั้นก็หาความชัดเองเอง ตอนนี้ภาพพอใช้ได้  ดอกไม้บางดอกยังมีหยดน้ำเกาะอยู่บนกลีบดอก พอขยับดอกให้สั่นหยดน้ำก็หยดลงยังพื้นดิน  

 

         ถ่ายภาพดอกสาละจนพอใจจึงถือกล้องเดินเล่นรอบๆพระอุโบสถ เห็นดอกลีลาวดีสีแดงกำลังแทงดอกพ้นใบบานเต็มที่สะท้อนกับท้องฟ้าสีครามสดใสยังมีหยดน้ำฝนติดอยู่บนกลีบดอก วันนี้ฟ้าสีครามดูงามตา  จึงเดินเข้าไปถ่ายภาพได้มาซักสิบภาพ สายลมพัดมาแผ่วพลิ้วใบโพธิ์ใบหนึ่งปลิวว่อนมาตามสายลม จึงเดินเข้าไปใต้ต้นโพธิ์ยกกล้องขึ้นถ่ายภาพใบโพธิ์เล่นๆ โพธิ์ทั้งต้นแต่ถ่ายภาพใบเดียว วันนี้วัดเงียบสงัดผู้ที่มาบวชเนกขัมมะในช่วงวันแม่กลับบ้านหมดแล้ว จึงเหลือไว้แต่ความสงัด วัดเงียบสงบมีน้ำฝนขังอยู่ตามลานวัดเป็นหย่อมๆ
        วันนี้มีอารมณ์ศิลป์ถ่ายภาพดอกไม้ได้สองประเภทและอีกหนึ่งใบไม้ เดินกลับกุฏินั่งคิดอะไรเพลินๆ ก็หวนระลึกนึกถึงพุทธภาษิตที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ในบุปผวรรค ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท(25/14/18) ตอนหนึ่งว่า “มัจจุย่อมจับนระ(คน)ผู้มีใจอันซ่านไปแล้วในอารมณ์ต่างๆ กำลังเลือกเก็บดอกไม้ทั้งหลายนั่นเที่ยวไป เหมือนห้วงน้ำใหญ่พัดบ้านอันหลับแล้วไปฉะนั้น”


          แปลมาจากภาษาบาลีว่า “ปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตํ          พฺยาสตฺตมนสํ นรํ
                                           สตฺตํ คามํ มโหโฆว           มจฺจุ อาทาย คจฺฉติฯ
          อีกตอนหนึ่งว่า “มัจจุผู้ทำซึ่งที่สุด ย่อมทำนระผู้มีใจอันซ่านไปแล้วในอารมณ์ต่างๆ กำลังเลือกเก็บดอกไม้ทั้งหลาย ไม่อิ่มแล้วในกามคุณนั่นแล ไว้ในอำนาจ”
          แปลมาจากภาษาบาลีว่า “ปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตํ        พฺยาสตฺตมนสํ นรํ
                                           อติตฺตํเยว กาเมสุ            อนฺตโก กุรุเต วสํ คจฺฉติฯ

          ในอรรถกถาปุปผวรรคมีคำอธิบายสรุปได้ว่า “คนบางคนหยั่งลงสู่ท่ามกลางกามคุณห้า อันเป็นเช่นกับสวนดอกไม้ ได้รูปอันชอบใจแล้ว ปรารถนากลิ่น รส โผฏฐัพพะอันเป็นที่ชอบใจอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือได้อารมณ์อันชอบใจอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ยังปรารถนาอารมณ์อย่างอื่นต่อไป นระ(คน)ผู้มีใจข้องในกามคุณอันถึงพร้อมแล้วหรือยังไม่ถึงพร้อมแล้วซึ่งกำลังเก็บดอกไม้กล่าวคือกามคุณห้าอยู่อย่างนี้


          สัตว์ผู้ประมาทแล้วเปรียบดังผู้หลับใหล ห้วงน้ำใหญ่พัดพาชาวบ้านผู้กำลังหลับใหลลงสู่มหาสมุทรเป็นอาหารของปลาและเต่าฉันใด  มัจจุราชคือความตายย่อมพานระผู้มีใจข้องแล้วในอารมณ์ต่างๆ ตัดอินทรีย์คือชีวิตของนระ(คน)นั้นให้จมลงในมหาสมุทรคืออบายทั้งสี่ฉันนั้นเหมือนกัน
          มัวแต่ชื่นชมความงามของดอกไม้บานในเวลาเช้า ใจก็ซ่านไปในอารมณ์แห่งความพึงพอใจ ชีวิตเป็นเช่นนี้เองเผลอเมื่อไหร่ใจวอกแวกทุกที ดอกไม้อยู่ได้ไม่นานก็ต้องเหี่ยวเฉาโรยราร่วงหล่นลงสู่ดินกลายเป็นปุ๋ยบำรุงต้นเพื่อก่อให้เกิดดอกไม้ดอกใหม่เกิดขึ้นมาอีก ชีวิตก็เฉกเช่นดอกไม้พอถึงวันเวลาก็ต้องจากโลกนี้ไป คนรุ่นเก่าจากไปคนรุ่นใหม่ก็ก่อกำเนิดเกิดขึ้นมาเป็นวัฏจักรที่ไม่มีวันสิ้นสุด ดอกไม้ให้ความสดใสงดงามแก่ชาวโลก และยังเป็นสิ่งที่ใช้ในการบูชาสิ่งที่ควรเคารพ ดอกไม้แม้จะเบ่งบานเพียงครู่เดียวก็ยังมีประโยชน์แก่ผู้ที่มีความงามในหัวใจ ตัวเราเล่าเกิดมาในโลกนี้แล้วจะทำประโยชน์อะไรแก่ชาวโลกบ้าง


         หลวงตาไซเบอร์ฯนั่งรำพึงกับตัวเองในวันที่ไม่ได้ออกไปไหน ไม่มีงานอะไร ไม่อยากเดินทางไปไหน ขออยู่เฝ้ากุฏิถ่ายภาพดอกไม้ใบหญ้าตามประสา ถ่ายภาพอย่างเดียวแต่ไม่เก็บดอกไม้  และภาคบ่ายตั้งใจว่าจะนอนอ่านหนังสือเล่นเพลินๆ นวนิยายสองเล่มของ Lee Child สำนวนแปลของโรจนา นาเจริญ กำลังรออยู่  อ่านนิยายได้จินตนาการ อ่านตำราวิชาการได้ความรู้

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
13/08/55

Go to top