Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

         สามสิบกว่าล่วงมาแล้ว ตอนนั้นยังเป็นหนุ่มหลงเดินทางไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบอาชีพเป็นชาวประมงออกทะเลหาปลา เวลาส่วนมากจึงอยู่ในทะเลลึก ต้องขอบคุณทะเลที่สอนให้ชีวิตรู้จักอดทน อดกลั้น เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นร่างไร้วิญญาณลอยคว้างอยู่กลางทะเลไปแล้ว กลับมาเยือนอีกทีแม้จะไม่ได้ลงทะเลเหมือนในอดีต แต่ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอแห่งทะเล ที่แม้จะสวยงามในบางเวลาแต่ทว่ามีความโหดร้ายแฝงอยู่พร้อมที่กลืนกินสรรพชีวิตได้ทุกเวลา
 

         ทะเลย่อมมีคลื่นส่วนจะมากหรือน้อยนั้นส่วนหนึ่งอยู่ที่กระแสลม หากในยามที่เป็นหน้ามรสุมลมจะแรงเป็นพิเศษ พวกชาวประมงคนที่มีอาชีพออกจับปลากลางทะเลจะต้องจอดเรือไว้หลบลมที่ชายฝั่ง เพราะหากยังขืนแล่นเรือออกทะเลในเวลาที่มีลมแรงเรืออาจล่มกลางทะเลไม่มีวันได้กลับขึ้นฝั่งอีกเลย ทะเลไว้ใจไม่ได้ มีห้าอย่างที่ไม่ควรไว้ใจ ดังบทประพันธ์คำกลอนตอนหนึ่งว่า
                    ใครจะว่าอย่างไรก็ตามเถิด       แต่อย่าเกิดไว้ใจในสิ่งห้า
                หนึ่งอย่าไว้ใจทะเลทุกเวลา          สองสัตว์เขี้ยวงาอย่าวางใจ
                สามผู้ถืออาวุธสุดจักร้าย              สี่ผู้หญิงทั้งหลายอย่ากรายใกล้
                ห้ามหากษัตริย์ทรงฉัตรไชย          ถ้าแม้นใครประมาทอาจตายเอย ฯ

 

 

         บทกลอนนี้จำไม่ได้ว่ามาจากวรรณกรรมเรื่องอะไร ใครเป็นคนประพันธ์ แต่ท่องจำไว้ได้จนจำขึ้นใจ และมักจะนำมาใช้ในเวลาที่คิดอะไรไม่ออก อย่างเช่นการบรรยายธรรมที่เจ้าภาพนิมนต์อย่างปัจจุบันทันด่วน คิดอะไรไม่ออกก็ยกกลอนบทนี้ขึ้นมาและสาธยายไปเรื่อยๆ นั่นเป็นประโยชน์อย่างหนึ่งของการท่องจำ ไม่ท่องก็ไม่จำ แม้บางอย่างจะลืม บางอย่างเพียงแต่เลือนราง แต่บางอย่างจำจนขึ้นใจเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้
         ยืนดูคลื่นที่ถาโถมมาจากท้องทะเลเข้ากระทบฝั่ง คลื่นลูกเก่ายังไม่จางหายไป คลื่นลูกใหม่ก็ก่อตัวขึ้นและถาโถมมาดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ทะเลไม่เคยขาดคลื่น หากยามใดที่ทะเลสงบจะพบกับความงดงามแห่งพื้นน้ำ ยิ่งในเวลาสายัณห์ย่ำสนธยาน้ำทะเลสะท้อนกับแสงแห่งตะวันยามเย็น จะก่อเกิดเป็นความงดงามอย่างยิ่ง คลื่นลูกเก่ายังไม่สงบ ก็ก่อเกิดคลื่นลูกใหม่สาดซัดเข้ายังชายฝั่งระลอกแล้วระลอกเล่า  ธรรมดาเป็นไปดั่งนี้ ทะเลมีคลื่นจึงดูงดงามแม้จะแฝงไปด้วยอันตรายนานาประการ

 

        ชีวิตมนุษย์ย่อมจะต้องพบเห็นกับอุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า เรื่องเก่ายังไม่ทันจางหายเรื่องใหม่ก็จู่โจมเข้ามาอีก จิตใจที่กำลังจะสงบสุขก็พลันพลุกพล่านด้วยความกำหนัดยินดี ความขัดข้องหมองใจหรือภยันตราย ต่างๆ ชีวิตมนุษย์เป็นเฉกเช่นนี้มานานนับหลายศตวรรษแล้ว คนที่พร้อมที่จะต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆก็ต้องอดทน เหมือนกับพื้นทรายที่ชายทะเลถูกคลื่นสาดเข้ากระทบ ทรายยังคงรักษาสภาวะของความเป็นทรายไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้ว่าบางครั้งจะถูกสิ่งปฏิกูลทั้งหลายถมทับก็ไม่หวั่นไหว เมื่อคลื่นลูกใหม่ชัดเข้ามาอีกสิ่งปฏิกูลเหล่านั้นก็ถูกคลื่นกลืนหายไปในทะเล
         หากเห็นทะเลสงบก็อย่านึกว่าจะไม่มีคลื่น บางทีคลื่นที่มาหลังความสงบอาจจะรุนแรงยิ่งกว่า ธรรมชาติของทะเลเป็นไปดั่งนี้มานานชั่วนาตาปี ทะเลมีคลื่นฉันใดชีวิตมนุษย์ก็ย่อมมีคลื่นเฉกเช่นเดียวกัน คลื่นแห่งชีวิตมีแสดงไว้ในราคสูตร ขุททกนิกาย อิตอวุตตก (25/287/252)  ความว่า“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ราคะ โทสะ โมหะ ผู้ใด ผู้หนึ่งเป็นภิกษุก็ตาม ภิกษุณีก็ตาม ยังละไม่ได้แล้ว ผู้นี้เรากล่าวว่า ข้ามสมุทรที่มีคลื่น มีระลอก มีน้ำวนมีสัตว์ร้าย มีผีเสื้อน้ำไม่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ราคะ โทสะ โมหะ ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นภิกษุก็ตาม ภิกษุณีก็ตาม ละได้แล้ว ผู้นี้เรากล่าวว่า ข้ามพ้นสมุทรที่มีคลื่น มีระลอก มีน้ำวน มีสัตว์ร้าย มีผีเสื้อน้ำได้แล้ว ข้ามถึงฝั่งตั้งอยู่บนบก”

 

         ราคะ เป็นคำนามเพศชาย แปลว่า สี เครื่องย้อม ความกำหนัด ความยินดี  หากจิตใจใครที่ถูกย้อมด้วยความกำหนัด ความยินดี ก็ต้องหาทางแสดงออกตามที่จิตบงการ
         โทสะเป็นคำนามเพศชาย แปลว่า โทสะ ความประทุษร้าย ความโกรธ  ความขัดเคือง ความเกลียดชัง ความมุ่งร้าย โทษ ความเสียหาย ความผิดพลาด ข้อบกพร่อง ข้อควรตำหนิ จิตใจที่มีโทสะครอบงำจะคิดทำกิจการอย่างใดก็ทำด้วยมุ่งร้าย เกลียดชัง
         โมหะ เป็นคำนามเพศชาย แปลว่าความหลง ซึ่งอธิบายได้ยากที่สุดหลงอะไร หลงอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะไม่หลง ก็ต้องศึกษาให้รู้สภาวะทั้งหลายตามความจริง ตามที่มันเป็น คนส่วนหนึ่งอยากให้สิ่งนั้นเป็นไปตามที่เราอยากให้มันเป็น เมื่อไม่เป็นไปตามที่เราคิดไว้จิตใจก็วุ่นวาย

         หากราคะ โทสะ โมหะ มีอยู่ในจิตใจของผู้ใด ผู้นั้นก็เหมือนกับกำลังประสบกับคลื่นแห่งชีวิต หากมากจนหักห้ามไม่ไหวก็จะก่อให้เกิดอันตราย เกิดความเสียหาย เกิดความผิดพลาดได้ง่าย  พระผู้มีพระภาคจึงได้แสดงประพันธคาถาในราคสูตรว่า “เรากล่าวว่า ผู้ใดสำรอกราคะ โทสะ โมหะ และอวิชชาได้แล้ว ผู้นั้นข้ามพ้นสมุทรที่มีสัตว์ร้าย มีผีเสื้อน้ำ มีคลื่นน่าพึงกลัว ข้ามได้โดยยากได้แล้ว ผู้นั้นล่วงธรรมเป็นเครื่องข้อง ละมัจจุราช หาอุปธิมิได้ ละทุกข์  เพื่อความไม่เกิดอีก ถึงความสาบสูญแล้ว ย่อมไม่เข้าถึงการนับยังมัจจุราชให้หลงได้แล้ว”


         การจะข้ามมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาลย่อมข้ามได้โดยยาก เพราะในมหาสมุทรมากด้วยภยันตรายต่างๆเช่นสัตว์ร้าย และระลอกคลื่นอันน่ากลัว  ชีวิตมนุษย์ก็ต้องประสบพบเห็นกับคลื่นแห่งชีวิตที่ถาโถมเข้ามาวันแล้ววันเล่า ต้องทนให้ได้กับคลื่นและภัยทั้งหลาย หากทนไม่ได้ใจร้อนแม้นอนก็เป็นทุกข์ แต่หากทานทนได้ใจสงบพบสุข
         สามสิบกว่าปีมาแล้วช่วงหนึ่งของชีวิตที่เคยออกหาปลาเป็นชาวประมงอยู่กลางทะเล เมาคลื่น มึนงงหลงชีวิต แต่ก็ประคับประคองตนให้พ้นจากภยันตรายต่างๆ จนชีวิตรอดมาได้อีกสามสิบปีให้ต่อต้องเผชิญกับคลื่นชีวิตภายในจิตใจคือราคะ โทสะ โมหะ บางครั้งเหมือนกับจะจางหาย แต่บางคราวก็เกิดเป็นคลื่นภายในจิตที่พร้อมจะก่อตัวทำอันตรายได้ทุกเวลา คลื่นในทะเลยังมีเวลาสงบบ้าง แต่คลื่นในจิตหากพลั้งเผลอเมื่อใดก็พร้อมที่จะก่อตัวถาโถมเข้าท่วมทับชีวิตและจิตใจได้ทุกขณะจิต

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
26/07/55

 

Go to top