Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

            การเป็นนักเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้นหากยึดมั่นในหลักการและอุดมการณ์ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แล้ว แม้แต่ความตายก็มิใช่ปัญหา เพราะตั้งความปรารถนาเพื่อให้หลักธรรมของพระพุทธศาสนาตั้งมั่นในจิตใจของประชาชน แม้จะเขามีความโหดร้ายอำมหิตจิตวิปลาสสักปานใดก็ตาม  
            พระเถระที่ถือว่าเป็นยอดแห่งนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา มีหลักการมั่นคงหนักแน่นคือพระปุณณมันตานีบุตร ครั้งหนึ่งได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลลาไปเผยแผ่พระพุทธศาสนายังดินแดนที่ถือว่ามนุษย์มีความโหดร้ายที่สุดแห่งหนึ่งคือสุนาปรันตะชนบท
            พระปุณณะก่อนจะเดินทางไปยังสุนาปรันตะชนบทได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อขอคำชี้แนะ พระพุทธเจ้าได้สอบถามว่าหากเกิดปัญหาขึ้นจะทำอย่างไร ดังที่ปรากฎในปุณโณวาทสูตร มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ (14/754/36) มีเนื้อหาโดยสรุปดังต่อไปนี้
            พระพุทธเจ้าถามว่า “พวกมนุษย์ชาวสุนาปรันตชนบทดุร้ายหยาบช้านัก  ถ้าพวกเขาจักด่า  จักบริภาษเธอ  เธอจักมีความคิดอย่างไรในมนุษย์พวกนั้น"  
            พระปุณณะทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ถ้าพวกมนุษย์ชาวสุนาปรันตชนบทจักด่า  จักบริภาษข้าพระองค์ ข้าพระองค์จักมีความคิดในพวกเขาอย่างนี้ว่าพวกมนุษย์ชาวสุนาปรันตชนบทนี้  ยังดีนักหนาที่ไม่ให้การประหารเราด้วยฝ่ามือ พระเจ้าข้า”
            พระพุทธเจ้าถามต่อไปว่า “ถ้าเข้าการประหารเธอด้วยฝ่ามือ  เธอจักมีความคิดอย่างไร”
            พระปุณณะทูลตอบว่า "ข้าพระองค์จักคิดว่า ดีนักหนาที่ไม่ให้การประหารเราด้วยก้อนดิน”  
            พระพุทธเจ้าถามต่อไปว่า “ถ้าพวกมนุษย์ชาวสุนาปรันตชนบทจักให้การประหารเธอด้วยก้อนดินเล่า”
            พระปุณณะทูลตอบว่า “ข้าพระองค์ก็จักคิดว่าพวกมนุษย์ชาวสุนาปรันตชนบทนี้  ยังดีหนักหนาที่ไม่ให้การประหารเราด้วยท่อนไม้"

 


            พระพุทธเจ้าถามต่อไปว่า “ถ้าเขาจักให้การประหารเธอด้วยท่อนไม้เล่า”
            พระปุณณะทูลตอบว่า“ข้าพระองค์จักคิดว่าพวกมนุษย์ชาวสุนาปรันตชนบทนี้ ยังดีนักหนาที่ไม่ให้การประหารเราด้วยศาตรา"
            พระพุทธเจ้าถามต่อไปว่า “ถ้าเข้าจักให้การประหารเธอด้วยศาตราเล่า”
            พระปุณณะทูลตอบว่า “ข้าพระองค์จักคิดว่า พวกมนุษย์ชาวสุนาปรันตชนบทนี้  ยังดีนักหนาที่ไม่ปลิดชีพเราเสียด้วยศาตราอันคม”  
            พระพุทธเจ้าถามต่อไปว่า “ถ้าพวกเขาจักปลิดชีพเธอเสียด้วยศาตราอันคมเล่า  เธอจักมีความคิดอย่างไรในมนุษย์พวกนั้น” 
            พระปุณณะทูลตอบว่า “ข้าพระองค์จักคิดว่ามีเหล่าสาวกของพระผู้มีพระภาค  ที่ึอึดอัดเกลียดชังร่างกายและชีวิต  พากันแสวงหาศาตราสังหารชีพอยู่ เราไม่ต้องแสวงหาสิ่งดังนั้นเลย  ก็ได้ศาตราสังหารชีพแล้ว ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้สุคต  ข้าพระองค์จักมีความคิดในมนุษย์พวกนั้นอย่างนี้ พระเจ้าข้า" 
            พระพุทธเจ้าจึงอนุโมทนาว่า “ดีละๆ  ปุณณะ เธอประกอบด้วยทมะและอุปสมะดังนี้แล้ว  จักอาจเพื่อจะอยู่ในสุนาปรันตชนบทได้แล  เธอจงสำคัญกาลที่ควรในบัดนี้เถิด”        
           จากนั้นท่านพระปุณณะยินดีอนุโมทนาพระภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล้ว ลุกจากอาสนะถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคทำประทักษิณ  แล้วเก็บเสนาสนะถือบาตรจีวรเดินทางจาริกไปยังสุนาปรันตชนบท เป็นอันว่าท่านพระปุณณะอยู่ในสุนาปรันตชนบทนั้น ท่านพระปุณณะได้ให้พวกมนุษย์ชาวสุนาปรันตชนบทกลับใจแสดงตนเป็นอุบาสกประมาณ  500  คน กลับใจแสดงตนเป็นอุบาสิกาประมาณ  500  คน  ภายในพรรษานั้นเอง  และตัวท่านได้ทำให้แจ้งซึ่งวิชชาสามภายในพรรษานั้นเหมือนกัน  
             พระที่คิดได้อย่างนี้จะมีสักกี่รูป แค่เขาพูดไม่เข้าหูเพียงไม่กี่คำก็หน้าดำหน้าแดง ไม่อยากพบเห็นหน้าคนเหล่านั้นแล้ว แต่พระปุณณะยังคิดในแง่ดี แม้ขณะที่เขากำลังจะฆ่า ไม่ต้องหาศตราวุธให้เหนื่อย นับว่าเป็นพระที่หายากมาก


            อย่าว่าแต่มนุษย์ที่มีความโหดร้ายเลย แม้แต่ช้างป่ายังฟังภาษาธรรมะรู้เรื่อง ดังกรณีของหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู ครั้งหนึ่งเมื่อหลวงปู่ขาวกำลังบำเพ็ญเพียรในป่า มีช้างตัวหนึ่งคอยรบกวนข้างที่พัก ช้างพยายามสอดงวงเข้ามาแต่ไม่ถึงเพราะเป็นเงื้อมหิน แต่ช้างก็ไม่ยอมหนีไปไหน หลวงปู่ขาวจึงตัดสินใจออกไปพูดกับช้างให้รู้เรื่อง โดยแอบหลังต้นไม้หน้าที่พักแล้วเริ่มต้นพูดกับช้างว่า “พี่ชาย น้องขอพูดด้วยสักคำสองคำ ขอพี่ชายจึงฟังคำของน้อง พี่ชายเป็นสัตว์ของมนุษย์นำมาเลี้ยงไว้ในบ้านเป็นเวลานานจนเป็นสัตว์บ้าน ความรู้สึกทุกอย่างตลอดจนภาษามนุษย์ที่เขาพูดกันและพร่ำสอนพี่ชายมาตลอดนั้น พี่ชายรู้ได้ดีทุกอย่างยิ่งกว่ามนุษย์บางคนเสียอีก ดังนั้นพี่ชายควรรู้ขนบธรรมเนียมและข้อบังคับของมนุษย์ ไม่ควรทำอะไรตามใจชอบ เพราะการกระทำบางอย่างแม้จะถูกใจเรา แต่เป็นการขัดใจเขาก็มิใช่ของดี ต่อไปนี้ขอให้พี่ชายรับศีลห้า และพยายามรักษาให้ดี"   จากนั้นจึงบอกช้างว่า "ขอให้ พี่ชายไปได้แล้ว"

            ช้างยืนนิ่งสักครู่แล้วก็เดินจากไป ตังแต่นั้นมาช้างไม่เคยมารบกวนอีกเลย
            สัตว์ยังรับรู้ถึงพลังแห่งเมตตาของพระพุทธศาสนาได้ คนแม้โหดร้ายอำมหิตสักปานใดก็ตาม ก็มักจะพ่ายแพ้ต่อความดี ในช่วงเทศกาลแห่งวันมาฆบูชา เรามาช่วยกันสร้างความดี ส่งเสริมคนดีให้มีจำนวนมากขึ้น โลกจะได้อยู่กันอย่างสันติสุข 

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
เรียบเรียง
26/02/53

 

 

Go to top