Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

            หลายท่านคงคุ้นเคยกับชายหญิงจำนวนหนึ่งเดินบ้าง ขี่จักรยานบ้างเสนอขายล็อตเตอร์รี่ ยิ่งใกล้วันหวยออกยิ่งมีปริมาณที่มากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ในวัด ยิ่งวัดใดมีหลวงพี่มาจากเมืองเลย ก็จะกลายเป็นที่พึ่งพาได้อาหารจากหลวงพี่ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายลงไปได้มาก เงินทุกบาทที่ขายได้คือแรงกายที่แลกมา


            คนเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากอำเภอวังสะพุง และอีกหลายอำเภอในจังหวัดเลย การประกอบอาชีพด้วยการขายล็อตเตอร์รี่ปัจจุบันรายได้ไม่ค่อยดีนักได้กำไรครั้งละไม่กี่บาท ไม่เหมือนในอดีตที่รายได้ดีจนบางคนมีรถมีบ้านจากหยาดเหงื่อแรงกายของการขายล็อตเตอร์รี่ เงินเหล่านี้ได้หล่อเลี้ยงชีวิตของอีกหลายผู้คนที่กำลังเฝ้ารอที่บ้าน พ่อแม่จากบ้านมาเร่ขาย พอได้เงินก็กลับไป เดือนหนึ่งทำงานยี่สิบวันคือก่อนหวยออกสิบวัน เดือนหนึ่งสองครั้ง มีเวลาพักอีกสิบวัน
            คนเหล่านี้บางคมมีความรู้เรียนจบถึงปริญญาตรี แต่ชอบอาชีพอิสระจึงมาขายล็อตเตอร์รี่ “ผมไม่ได้ข่มขู่ใคร จะซื้อหรือไม่ ก็ไม่ได้ว่าอะไร บางครั้งราคาแพงกว่าราคาที่กำหนดบนสลากปกติมีราคาคู่ละ ๘๐ บาท แต่เวลาขายจริงปัจจุบันมีความจำเป็นต้องขายคู่ละ ๑๐๐-๑๑๐ บาท ผมรับมาจากพ่อค้าคนกลางก็ราคา ๙๐ บาทแล้วครับ จะขายตามราคาคงไม่ได้อะไร ผมขายมาสิบกว่าปีแล้วครับ ในช่วงแรกๆขายดีมาก ทำให้ผมสามารถเก็บเงินซื้อบ้านได้ ตอนนั้นคนขายไม่มาก ต่อมาชาวบ้านเห็นว่าเป็นอาชีพที่เหนื่อยน้อยแต่ได้ผลตอบแทนมากจึงเริ่มมีปริมาณมากขึ้น” พอมีคนขายมากแต่คนซื้อเท่าเดิมก็ขายได้น้อยลง บางครั้งขายไม่หมดต้องขาดทุน

 


            คำสนทนาของคนขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในยุคที่หวยใต้ดินยังคงมีอยู่ หวยออนไลน์กำลังมีปัญหามีแนวโน้มว่าจะถูกยกเลิก คนจนยังคงเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้นกันต่อไป “ผมทำงานสุจริต แม้จะไม่ค่อยมีเกียรติ ไม่ได้นั่งทำงานในห้องแอร์ แต่ผมก็ไม่ได้ไปโกงกินใคร อีกอย่างการเดินหรือขี่จักรยานผมถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว” ชายกลางคนคนเดิมย้ำหนักแน่น 
            เมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับหวยออนไลน์เขาตอบว่า “ถ้าหวยออนไลน์ออกมาผมก็ต้องหางานใหม่ทำ เพราะคนคงซื้อล็อตเตอร์รี่น้อยลง หันไปเล่นหวยหยอดเหรียญแทน” 
            อาชีพที่อุบาสกอุบาสิกาในพระพุทธศาสนาไม่ควรประกอบเป็นอาชีพ พระพุทธเจ้าแสดงไว้ในวณิชชสูตร อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต (๒๒/๑๗๗/๑๘๖) ความว่า  “การค้าขาย ๕ ประการอันอุบาสกไม่พึงกระทำคือการค้าขายศาตรา   การค้าขายสัตว์   การค้าขายเนื้อสัตว์  การค้าขายน้ำเมา  และการค้าขายยาพิษ” อาชีพทั้งห้าประการนี้อุบาสกอุบาสิกาไม่พึงกระทำ การขายสลากกินแบ่งไม่น่าจะจัดเข้าในอาชีพทั้งห้าได้
            อำเภอวังสะพุงมีสถานที่สำคัญทางศาสนาหลายแห่งเช่นพระพุทธบาทถ้ำผาบิ้ง อยู่บริเวณวัดถ้ำผาบิ้ง บ้านผาบิ้ง ตำบลนาแก ห่างจากอำเภอวังสะพุงประมาณ ๙ กิโลเมตร กรมศิลปากรจดทะเบียนเป็นโบราณสถานพร้อมกับพระธาตุศรีสองรัก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ พระเจดีย์วัดป่าสัมมานุสรณ์ อยู่บ้านโคกมน ตำบลผาน้อย เคยเป็นวัดที่พำนักของหลวงปู่ชอบ ฐานสโม พระกรรมฐานผู้มีสัมมาปฏิบัติ ผู้คนเคารพศรัทธาทั่วประเทศ และเสมาหินทรายที่บ้านปากแบ่งและบ้านนาหลัก ตำบลวังสะพุง  
            อำเภอวังสะพุงอาจจะไม่ค่อยมีคนรู้จักมากเท่าอำเภอภูกระดึง เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียง แต่คนขายสลากกินแบ่งรัฐบาลจากอำเภอวังสะพุงมีคนรู้จักไปทั่วประเทศ

            กลุ่มแม่ค้าเหล่านี้มิได้มีแต่ในกรุงเทพอย่างเดียว แม้แต่ที่พระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยก็ยังพบเห็นคนขายล็อตเอเตร์รี่เป็นจำนวนมาก พระธาตุศรีสองรักอยู่ห่างจากตัวจังหวัดเลยประมาณ ๙๐ กิโลเมตร ในแต่ละวันจะมีคนไปสักการะบูชาเพราะเชื่อกันว่าเป็นพระธาตุตัวแทนแห่งความรักแห่งหนึ่ง สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๑๐๖ ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์แห่งกรุงศรีอยุธยากับพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์)เพื่อเป็นสักขีพยานในการทำสัญญาทางพระราชไมตรี  และเป็นด่านกั้นเขตแดนของสองพระนครในสมัยนั้น 
            การทำมาหากินด้วยอาชีพที่สุจริตแม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็ตาม แต่การงานที่สุจริตย่อมให้ให้ผู้ทำมีความสุข เงินทองที่หาได้จากหยาดเหงื่อแรงกายย่อมมีคุณค่า เมื่อนำมาใช้จ่ายก็จะต้องคำถึงถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ การทำงานที่สุจริตเป็นสิ่งหนึ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ  แม้หนทางที่ก้าวจะยาวไกล หากยังมีใจที่มุ่งมั่นก็มีวันไปถึง พวกเขาเดินทางไกลจากวังสะพุง จังหวัดเลย มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง เหมือนกับมาเร่ขายฝันและนำฝันแห่งความร่ำรวยมาฝากคนจนที่กำลังรอคอยความหวังว่าสักวันคงถูกรางวัลที่ ๑ ร่ำรวยเป็นเศรษฐี แต่หลายคนเมื่อกาลเวลาผ่านไปยังจนเหมือนเดิม เกิดเป็นคนก็ต้องมีความหวัง แต่ความหวังจะมาถึงเมื่อไรนั้น...ฉันก็ไม่รู้   

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
เรียบเรียง
๑๕/๐๒/๕๓

Go to top