Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 4 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

         ในสังคมมนุษย์นั้นนับถือกันว่าคนที่มีความรู้ย่อมมีโอกาสที่จะทำดีได้ัมากกว่าคนที่ไม่รู้ ตามทัศนะของพระพุทธศาสนาแล้วได้จัดเรื่องของสิ่งที่ควรรู้กับสิ่งที่ไม่ควรรู้ไว้ ในทางการปฏิบัติควรรู้ตามสิ่งที่เรียกว่าทางแห่งการทำความดีคือรู้ในการกระทำทางกาย วาจา จิตของตนเองแล้วดำเนินการปฏิบัติตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ถือว่าเป็นผู้รู้ดีย่อมเป็นผู้เจริญ ส่วนผู้ที่รู้ในทางตรงกันถือว่ารู้ชั่วเป็นทางแห่งความเสื่อม       
         คำว่า "ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ ผู้รู้ชั่วเป็นผู้เสื่อม" นี้มาจากคาถาในปราภวสูตร ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (๒๕/๓๐๓/๒๖๗) เมื่อพระพุทธเจ้าประทับที่เชตวันวิหารเมืองสาวัตถี ได้ตอบคำถามของเทวดาตนหนึ่งที่เข้ามาถามถึงเหตุแห่งความเสื่อมและความเจริญ พระพุทธเจ้าจึงได้แสดงไว้อย่างนั้น ดังภาษาบาลีว่า  "สุวิชาโน ภวํ โหติ      ทุวิชาโน ปราภโว" 
          ผู้รู้ดีหมายถึงรู้ในแนวทางแห่งการทำดีที่เรียกว่ากุศลกรรมบถสิบประการที่มาใน(ที. มหา. ๑๐/๓๕๙., ที ปาฏิ. ๑๑/๒๘๔. ม. มู. ๑๒/๕๒๓.) ซึ่งเป็นการกระทำทางกาย วาจา ใจนั่นเองได้แก่         


การกระทำทางกายที่เรียกว่ากายกรรมเกิดได้ ๓ อย่าง
                      ๑.  ปาณาติปาตา  เวรมณี             เว้นจากทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง
                      ๒.  อทินนาทานา  เวรมณี             เว้นจากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้  ด้วยอาการแห่งขโมย 
                      ๓.  กาเมสุ  มิจฉาจารา  เวรมณี      เว้นจากประพฤติผิดในกาม

การกระทำทางวาจาคือพูดที่เรียกว่า วจีกรรม ๔ อย่าง

                      ๔.  มุสาวาทา  เวรมณี                  เว้นจากพูดเท็จ
                      ๕.  ปิสุณาย  วาจาย  เวรมณี         เว้นจากพูดส่อเสียด
                      ๖.  ผรุสาย  วาจาย  เวรมณี           เว้นจากพูดคำหยาบ
                      ๗.  สัมผัปปลาปา  เวรมณี            เว้นจากพูดเพ้อเจ้อ

การกระทำทางใจคือการคิดที่เรียกว่า มโนกรรม ๓ อย่าง
                      ๘.  อนภิชฌา                               ไม่โลภอยากได้ของเขา
                      ๙.  อพยาบาท                              ไม่พยาบาทปองร้ายเขา
                    ๑๐.  สัมมาทิฏฐิ                              เห็นชอบตามคลองธรรม
           กรรมทั้ง ๑๐ อย่างนี้เป็นทางบุญควรดำเนิน ผู้รู้ในสิ่งที่ควรรู้ในเรื่องทั้งสิบเรื่องนี้เป็นผู้จะเจริญ  ส่วนผู้ที่รู้ในทางตรงกันข้ามเป็นผู้เสื่อม


           พุกามประเทศได้ชื่อว่าเป็นทะเลแห่งเจดีย์ มีเจดีย์เรียงรายสลับซับซ้อนสูงๆต่ำๆหลายพันองค์ ที่ซุ้มประตูรอบเจดีย์แต่ละองค์มักจะมีคนแก่เฝ้ารักษาคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่จะเข้าไปไหว้พระสวดมนต์ ในเวลาปลอดคนคนแก่เหล่านั้นก็จะเป็นผู้ไหว้พระสวดมนต์นั่งเจริญจิตภาวนาเสียเอง ดังเช่นยายคนหนึ่งที่เจดีย์ไม่มีชื่อแห่งพุกาม เมียนมาร์ ยายอายุมากแล้วปฏิบัติธรรมคือการเฝ้ารักษาเจดีย์และสวดมนต์ทุกวัน ยายบอกว่าบ้านอยู่แถวนี้จึงมาได้ทุกวัน อีกอย่างงานต่างๆก็ไม่ต้องทำแล้ว เพราะมีลูกหลานรับผืดชอบไปหมดแล้ว ยายสละทรัพย์สมบัติทุกอย่างแล้ว ปล่อยให้ชีวิตอยู่ในธรรมะ จะตายวันไหนก็มิได้สนใจ เพราะชีวิตมีความตายเป็นสุดอยู่แล้ว  
           ยายบอกกับเราว่า "ยายไม่มีความรู้อะไร รู้อยู่อย่างเดียวว่าควรทำดี อันไหนที่คิดว่าเป็นความดียายจะทำทันที"


พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
เรียบเรียง
๐๕/๐๒/๕๓

                          

Go to top