Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 5 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 
            สถานที่บางแห่งแค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่สถานที่บางแห่งแม้จากมานานแล้ว แต่ยังอยู่ในความทรงจำ ซึ่งเป็นความทรงจำที่เก่าเกินกว่าจะบรรยายให้ใครฟังได้ เพราะสถานที่ที่เคยมีได้ถูกเปลี่ยน จนลบเลือนไม่เห็นเค้าโครงเดิมอีกเลย พอบอกเล่าให้คนในสมัยนี้ฟังก็เหมือนกับกำลังเล่านิทานที่ไม่เคยมีอยู่จริง อีกไม่นานสถานที่ บุคคล เหตุการณ์ ก็คงจะกลายเป็นเรื่องเล่าปรัมปราในยุคสมัยหนึ่ง ทั้งๆที่บางแห่งคนเล่าก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่เหมือนกับว่าอยู่ในโลกที่ไม่เคยมีอยู่จริง ใครบางคนเราไม่ค่อยได้คิดถึง แต่ใครคนนั้นกลับกำลังคิดถึงเรา ในบางห้วงเวลาคนที่เราไม่ค่อยได้คิดถึงคนนั้น กลับมีเรื่องที่สามารถอธิบายให้เราเข้าใจได้ การคิดถึงคนที่ไม่ค่อยได้คิดถึงอาจจะมีสิ่งที่คาดไม่ถึงได้เช่นกัน
            ช่วงหลายเดือนมานี้มักจะฝันถึงวันเด็ก สมัยที่เรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาตอนต้น ฝันถึงบ้านเก่าที่ไม่มีอยู่แล้ว เพราะถูกรื้อถอนสร้างบ้านหลังใหม่ และได้ข่าวว่าได้ขายให้เป็นสมบัติของคนอื่นไปนานแล้ว พ่อแม่พี่น้องก็ย้ายจากบ้านเกิดไปตั้งรกรากที่จังหวัดอื่นนานแล้ว เวลากลับไปเยี่ยมญาติก็ไปที่บ้านใหม่ที่ไม่คุ้นเคย เพราะมีความทรงจำที่หมู่บ้านนี้น้อยมาก แต่มีแม่ที่ยังดำเนินชีวิตอยู่ที่บ้านใหม่ วัดใหม่ เวลาเดินทางไปเยี่ยมแม่ก็เหมือนไปในถิ่นที่ไม่คุ้นเคย 
            ในความฝันยังเป็นบ้านหลังเก่า บ้านที่ถือกำเนินเกิดที่นี่ มีบุคคล มีเหตุการณ์ มีสถานที่ในอดีตที่คุ้นเคย คุณตา คุณยาย คุณพ่อ น้องสาวที่เสียชีวิตไปแล้ว ยังมาปรากฏตัวให้เห็นในมโนภาพแห่งความฝัน พอสะดุ้งตื่นก็จะหลับต่อไม่ค่อยได้ หรือว่าผู้คนเหล่านั้นกำลังมาเชิญให้ไปอยู่ด้วย หรือว่าใกล้จะถึงเวลาที่จะต้องจากลาโลกใบนี้ไปแล้ว 
            จำไม่ได้แล้วว่าเคยกลับไปบ้านเกิดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ นานมากแล้วครั้งที่อยู่นานที่สุดก็ประมาณปีที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ครั้งนั้นหนีน้ำท่วมกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด ติดน้ำท่วมนานถึงหนึ่งเดือน ก็อยู่อย่างธรรมดา ไม่ไกด้ติดต่อสื่อสารเป็นพิเศษกับใครเลย นอกจากพระภิกษุที่อยู่ในวัดเพียงไม่กี่รูป ตอนเช้าก็ได้พบปะผู้คนบ้าง ได้ทักทายปราศรัยกับคนที่เคยรู้จัก ซึ่งต่างก็เข้าวัยชรากันแล้ว ส่วนพวกเด็กหนุ่ม เด็กสาวก็ไม่รู้จักใคร และไม่มีใครเคยรู้จักเรามาก่อน ชีวิตผ่านไปแล้วก็ผ่านเลยไป เด็กสมัยก่อนปัจจุบันคือคนที่อยู่ในวัยชรา เป็นไปตามธรรมดาสามัญที่ควรจะเป็น
            ลองค้นดูเบอร์โทรศัพท์ในเครื่องว่ามีเบอร์ใครบ้างที่เคยเกิดร่วมกันในหมู่บ้านแห่งนี้ มีอยู่สองสามเบอร์ เบอร์แรกไม่มีเสียตอบรับ เบอร์ที่สองก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน เบอร์ที่สามเป็นคนที่ไม่ค่อยได้คิดถึง แต่มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อที่ไม่เคยใช้เลย เบอร์นี้อยู่มานานเกินยี่สิบปีแล้ว คงเปลี่ยนเบอร์โทรไปนานแล้ว แค่ลองเสี่ยงดู บังเอิญมีคนรับสายซึ่งก็ยังงงๆว่าต้นสายคือใคร พอเอ่ยนามบอกซื่อ ปลายสายก็บอกว่านึกว่าท่านตายนานแล้ว ไม่เคยได้พูดคุยกันเลยนานกว่ายี่สิบปี ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสที่วัดป่าอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองบัวลำภู พอถามถึงสองท่านที่โทรถึงก่อน ท่านบอกสองท่านนั้นเสียชีวิตไปนานหลายปีแล้ว ทำไมช่วงนี้คนที่เราคิดถึงส่วนมากจะอยู่ในสถานะ “เสียชีวิตแล้ว”
            การโทรศัพท์ถึงคนที่ไม่ค่อยได้คิดถึง กลับได้ทราบข่าวที่ทำให้รู้ว่าคนที่เราคิดถึงไม่คิดถึงเราแล้ว แต่อีกไม่นานสถานะของเราทั้งสองก็คงจะไม่แตกต่างจากคนที่เราคิดถึง วันนี้ได้สนทนากับคนที่ไม่ค่อยได้คิดถึง เล่าความหลังถึงคนที่เราคิดถึง บางครั้งคนที่เราไม่ได้คิดถึงกลับคิดถึงเรา เพียงแต่มีม่านบางอย่างที่ทำให้ไม่อาจจะติดต่อกันได้ ปลายสายยังคงสนทนาถึงเรื่องราวเก่าๆที่ผ่านมาแล้วในอดีต เล่าถึงเหตุการณ์บางอย่างที่เคยประสบชะตากรรมร่วมกันมา เล่าถึงครูบาอาจารย์ที่จากไปแล้ว มีสิ่งหนึ่งที่ท่านบอกว่ายังติดใจในสิ่งที่เคยทำกับท่าน ตอนนั้นท่านหมายถึงอะไร  ก็ชี้แจงให้ท่านฟังว่าตอนนั้นมันคิดอย่างนั้นจริงๆ ก็พูดออกไปจริงๆ ทำจริงๆ โดยเจตนานั่นแหละ ก็พูดความจริงให้ท่านฟัง ท่านบอกว่าผมข้องใจมานาน คิดถึงเมื่อไหร่จิตใจมันร้อนรนทุกครั้ง จึงบอกท่านว่าขอโทษ ขออภัย ขออโหสิกรรม ส่วนที่ยังติดค้างกันอยู่ก็ขอให้ยกเลิกกันไป ลืมให้หมด แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ ท่านบอกว่าวันนี้ผมสบายใจมาก ที่ได้ชำระเหตุขัดข้องทางใจ แม้จะเป็นทางโทรศัพท์ก็ตามเถิด บางอย่างเราลืม แต่คนอื่นจำ เช่นการยืมเงินคนยืมมักจะลืม ส่วนผู้ให้ยืมมักจะจำ ถ้าเวลาใดคนให้ยืมลืม ส่วนคนที่ยืมจำนั่นนับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ชีวิตกับข้อเท็จจริงมักจะเดินสวนทางกันบ่อยครั้ง 
       คนแก่ก็มักจะพูดเรื่องเก่า ต่างจากคนหนุ่มที่มักจะพูดถึงอนาคต ซึ่งหากจะมองตามข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะมีประโยชน์อันใดกับชีวิตเลย อดีตก็ผ่านไปแล้ว กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ เลือกจำในสิ่งที่ควรจำดีกว่า สิ่งไหนที่จำแล้วไม่เกิดประโยชน์ก็ลืมเลือนไปบ้างก็ได้ แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งของมนุษย์คือมักจะไปจำในสิ่งที่ควรลืม และมักจะลืมในสิ่งที่ควรจำ ประมาณนั้นมีความจำดีๆไว้หล่อเลี้ยงจิตใจไว้บ้างก็ดี  อนาคตก็ยังมาไม่ถึง อาจจะเป็นอย่างที่เราคาดหวังหรือไม่คาดกหวังก็ได้  บางครั้งก็กลายเป็นวิมานในอากาศ พอเมฆหายวิมานก็ภินท์พัง
 
 
         ในพระพุทธศาสนามีคำสอนที่แสดงไว้ไม่ให้คิดย้อนถึงอดีต ไม่ต้องคำนึงถึงอนาคต ดังที่แสดงไว้ใน ภัทเทกรัตตสูตร  มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ (14/534/299) ความว่า “บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง สิ่งใดล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว และสิ่งที่ยังไม่มาถึง ก็เป็นอันยังไม่ถึง" แแปลมาจากภาษาบาลีว่า
                        อตีตํ นานฺวาคเมยฺย   นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ
                        ยทตีตมฺปหีนนฺตํ       อปฺปตฺตญฺจ อนาคตํ ฯ
            ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ทำได้เพียงคิดใกล้ๆ ไปช้าๆ ก้าวทีละก้าวไม่ยาว ไม่สั้นเกินไป พยายามไม่คิดถึงใคร เพราะถึงคิดถึงก็ไปเยี่ยมไม่ได้ อยู่กับตัวเองหากไม่ระวังจิตปล่อยให้คิดไปโดยไร้จุดหมาย อาจจะบ้าได้ง่ายๆ หาอะไรทำบ้างก็ได้ ไม่ควรอยู่เฉยๆ หรือหากจะอยู่เฉยๆก็ต้องอยู่กับลมหายใจ พยายามกำหนดลมหายใจไว้ วันนี้เรายังอยู่ ขณะนี้เรายังอยู่ ขณะนี้กับสิ่งที่มีอยู่ สิ่งที่เป็นอยู่ ไม่ปล่อยช่วงขณะให้ผ่านเลยไป ดังที่พระเรวตะเถระ ได้แสดงไว้ในเรวตเถรคาถา ขุททกนิกาย เถรคาถา (26/381/312) ความว่า “ขโณ โว มา อุปจฺจคา ขณะอย่าได้ล่วงเลยท่านทั้งหลายไปเสีย”
            แม้ไม่มีการทำงานภายนอก แต่ก็ยังมีการทำงานภายใน ชีวิตนี้ก็มีงานทำได้ตลอด ในวันที่ฝนพรำ นั่งพิจารณาดูความเป็นไปในปัจจุบัน จากวัยเด็กกลายเป็นคนชรา เหมือนเวลาพึ่งผ่านไปไม่กี่วัน วัน เดือน ปี ที่ผ่านเลยไป เราได้อะไรมาบ้าง สิ่งที่มีกับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่เคยคิดว่าในชีวิตนี้ต้องมี ต้องทำให้ได้ พอเข้าวัยชราสิ่งนั้นกลับไร้ความหมาย เพราะติดตามเราไปไม่ได้สักอย่าง มาคนเดียวก็ไปคนเดียวเหมือนคนอื่นๆนั่นแล 
            การย้อนคิดถึงอดีต ก็ไม่ใช่สิ่งไร้สาระเสียทั้งหมด คนสามัญธรรมดาส่วนมากก็ยังคิดถึงอดีต ส่วนพระอริยบุคคลท่านไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต มีแต่ปัจจุบัน แต่คนทั่วไปยังคงมีอยูา ยังห้ามความคิดไม่ได้ เพราะอย่างน้อยก็ได้สอบทวนถึงเพื่อนที่เคยเรียน เคยอยู่ร่วมกันมาก่อนว่าใครที่ยังอยู่ ใครที่จากไปแล้ว ใครที่เคยมีเวรมีกรรมต่อกัน หากเป็นไปได้ก็หาเบอร์โทรศัพท์ โทรไปขอโทษ ขออโหสิกรรมกัน เพราะการได้สนทนากับเพื่อนเก่าในวันนี้ จึงทำให้รู้ว่าบางอย่างเราไม่ได้จดจำ แต่เพื่อนกลับจำจนฝังใจ พอเพื่อนเล่าให้ฟังถึงรู้ว่าเพื่อนยังมีสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจอะไรบางอย่างที่เราไม่เคยรู้ แต่เพื่อนไม่เคยลืม ก็แค่ยอมรับกับสิ่งที่เคยทำ และขออภัย ขอโทษ ก็กลับมาเป็นเพื่อนกันต่อไป จนกว่าเวลาของใครจะมาถึงก่อน
 
 
พระมหาบุญไทย ปุญญมโน
31/08/64
 
Go to top