Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 4 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

        ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าชื่อจะเป็นสิ่งที่จะมีคนตามหา ชื่อจะกลายเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องตามหาให้พบ วันหนึ่งมีพระภิกษุรูปหนึ่งบอกว่ากำลังตามหาพระภิกษุที่มีชื่อว่า “บุญ” จะเป็นบุญอะไรก็ได้ ขอให้มีคำว่า “บุญ” อยู่ในชื่อจะอยู่หน้าหรือกลางหรือหลังก็ได้ ผมกำลังสร้างพระพุทธรูปมีนามอันเป็นมงคลนามว่า “หลวงพ่อบุญหลาย” จึงต้องให้พระภิกษุที่มีนามว่า “บุญ” จารแผ่นทองให้ เพื่อจะได้นำไปหลอมหล่อรวมเป็นองค์พระพุทธปฏิมาต่อไป

        หลายปีมานี้มีผู้นิยมสร้างพระพุทธรูปและตั้งชื่อให้เป็นที่น่าสนใจเช่น “หลวงพ่อทันใจ” อันเป็นการบ่งบอกให้รู้เป็นนัยยะว่าจะทำอะไรก็ขอให้สำเร็จผลรวดเร็วทันใจประมาณนั้น หรือว่าคนในยุคสมัยนี้ไม่ค่อยจะมีความอดทนมากนัก ทำอะไรก็อยากเห็นผลทันที เรื่องนี้มีผลไปถึงการอธิบายคติความเชื่อเกี่ยวกับชาติหน้า ทำบุญชาตินี้แต่รอรับผลชาติหน้า ชาตินี้จะยากดีมีจนอย่างไรก็ไม่เป็นไร แต่ชาติหน้าขอให้เกิดมามีความสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม เป็นต้น
        แต่ทว่าเพราะความเจริญของยุคสมัย อยากสวยงามอยากรูปหล่อก็ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า แค่มีเงินก็สามารถเปลี่ยนแปลงหน้าตาให้สวยหรือหล่อเหมือนพระเอกละครคนใดก็ได้ เพราะมีการทำสัญกรรมตกแต่งเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาให้ตามที่ลูกค้าต้องการ บางคนเดินทางไปเกาหลีสองสามครั้งกลับมาพ่อแม่จำไม่ได้ เพราะรูปร่างหน้าตาได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปในอีกรูปแบบหนึ่งแล้ว
        แม้แต่ชื่อนามสกุลอยากเปลี่ยนให้ไพเราะหรือมีความหมายขนาดไหนก็ได้ เรียกว่าชื่อเดิมที่พ่อแม่ให้มาลืมไปได้เลย ชีวิตเป็นของเขา เขาจะเปลี่ยนอย่างไรก็ย่อมได้  ความเชื่อเกี่ยวกับการทำบุญชาตินี้แล้วให้ผลชาติหน้า เริ่มจะมีคนเชื่อน้อยลง เพราะคนเริ่มมีแนวความคิดในการทำบุญขาตินี้แล้วได้ผลในชาตินี้ ซึ่งบางอย่างทำได้จริงๆ เช่นรูปร่างหน้าตา แม้แต่สถานที่เกิดอยากเกิดที่ไหนก็เปลี่ยนแปลงที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชนได้ แทบทุกอย่างแม้จะเปลี่ยนได้ แต่การกระทำ หรือ "กรรม" เปลี่ยนไม่ได้ ทำอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น


        ในสมัยโบราณมีปรัชญาสายหนึ่งมีความเชื่อว่ามนุษย์เกิดหนเดียว ตายหนเดียว โลกหน้าไม่มี บุญหรือบาปไม่มี อยากทำอะไรก็ทำได้เลย ไม่ต้องไปเชื่อสิ่งที่มองไม่เห็น ชีวิตหลังความตายจะมีอยู่จริงหรือไม่ ไม่มีใครตอบได้ คนที่ตายไปแล้วก็ไม่มีใครกลับมาบอกเราสักคน ถ้ามีจริงต้องกลับมาบอกสิ เราจะได้ทำความถูกต้องเพื่อจะได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี แต่นี้หลายคนแล้วที่จากโลกนี้ไปก็ไม่เคยกลับมาบอกเลยสักคน มีคำสนทนาในปายาสิราชัญญสูตร ระหว่างพระเจ้าปายาสิกับพระกุมารกัสสปะ เกี่ยวกับปัญหาเกี่ยวกับการตายแล้วเกิด โลกนี้และโลกหน้า
        มีแนวคิดอีกหลายอย่างที่เกิดจากการครุ่นคิดของมนุษย์ ไม่ต้องบรรลุธรรมอะไรก็ได้ แค่คิดให้มากหน่อย ใช้เหตุผลให้เหาะสมก็กลายเป็นแนวคิดได้แล้ว   คนพวกนี้เรียกว่า “นักตรึก นักคิด” ในอรรถกถาพรหมชาลสูตร ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค  แสดงไว้สี่จำพวกคือ
                1. อนุสฺสติโก  นึกตามที่ได้ฟังเรื่องราวมา
                2. ชาติสฺสโร  นึกโดยระลึกชาติได้
                3. ลาภี  นึกเอาแต่ที่นึกได้
                4. สุทฺธตกฺกิโก  นึกเอาลอยๆ
        นักคิดเหล่านี้จะคิดผิดหรือถูกก็ไม่อาจจะแน่ใจได้ ที่สำคัญคือพวกเขากล้าคิด บางคนฟังเรื่องราวต่างๆมาแล้วก็วิเคราะห์สังเคราะห์สรุปเป็นความเชื่อของตนเองและยังเผยแพร่ไปให้คนอื่นได้รับรู้ด้วย การระลึกชาติได้ก็แสดงให้เห็นถึงการเวียนว่ายตายเกิดว่าชาติก่อนเคยเกิดเป็นอะไร อยู่ที่ไหน เคยทำอะไรไว้บ้าง บางคนเก็บทรัพย์สินเงินทองไว้มาก ใช้ไม่หมดต้องเสียชีวิตก่อน พอกลับมาเกิดอีกครั้งก็สามารถชี้บอกที่เก็บทรัพย์สมบัติตั้งแต่ชาติปางก่อนไว้ได้
        นักคิดสองพวกแรกน่าเชื่อถืออยู่บ้าง แต่นักคิดอีกสองกลุ่มหลังนี่สิ คิดเองเออเอง นึกขึ้นมาเฉยๆ เหมือนหลวงพี่ที่คิดสร้างหลวงพ่อบุญหลาย โดยรวบรวมพระภิกษุที่มีคำว่า “บุญ”อยู่ในชื่อให้ได้มากที่สุด จากนั้นก็นำไปสร้างพระพุทธปฏิมาจากนามที่ได้ว่า “บุญหลาย” หลายน่าจะแปลว่ามาก บุญหลายคือมีบุญหลายคน เมื่อนำมาสร้างเป็นพระพุทธปฏิมา ก็จะเป็นเหมือนการรวมของแหล่งบุญ ใครที่มาสักการะคือคนที่มีบุญมากหรือบุญหลาย ประมาณนั้น พวกนี้น่าจะเป็นนักคิดประเภท “สุทธตักกิโก” นึกเอาลอยๆ จากสมมุติฐานที่ตนเองตั้งขึ้นเอง
        ข้าพเจ้าตั้งแต่เกิดพ่อก็ตั้งชื่อว่า “บุญไทย” หมายถึงผู้เกิดมามีบุญ  คงจะจริงอย่างนั้นเพราะไปไหนก็จะมีบุญนำหน้าตลอด เคยคิดจะเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง แต่หาชื่อที่ไพเราะกว่าชื่อนี้ไม่ได้ ดังนั้นชื่อนี้จึงยังคงยังอยู่กับตัวข้าพเจ้ามานานแสนนาน และคงจะเลิกใช้ไปในวันที่ถูกเผานั่นแล  จะมีชื่ออย่างไรก็ไม่ใช่สาระสำคัญหากยอมรับและพอใจกับสิ่งที่เป็น การจะเป็นอะไร จะทำอะไรนั้น แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชื่อเลย


        บางครั้งชื่อกับสิ่งที่เป็นอาจจะตรงกันข้ามก็ได้ ดังที่ชายคนหนึ่งชื่อบาปต้องการเปลี่ยนชื่อ ในนามสิทธิชาดก ขุททกนิกาย ชาดก (27/97) ความว่า “มาณพตนหนึ่งชื่อว่าปาปกะ ได้เห็นคนชื่อว่านายเป็นตายลง เห็นนางทาสีชื่อว่านางรวยทรัพย์จน เห็นคนชื่อว่านางทางหลงทาง แล้วก็กลับมา” ทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน มีเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งเคยโด่งดังสมัยหนึ่งจำได้พอลางๆว่า “คนชื่อน้อยตัวใหญ่ก็มากมี คนชื่อมีทุกข์ยากก็เหลือหลาย คนชื่อบุญหลายตายไปเมื่อวานนี้…โอ้ยมันบ่แน่หรอกนาย”
        เมื่อพิจารณาดูแล้วเห็นว่าไม่น่าจะมีความเสียหายอันใด ก็แค่เขียนอะไรสักอย่างลงบนแผ่นทอง ในฐานะคนที่บังเอิญเกิดมามีชื่อว่า “บุญ” คาถาอาคมก็ไม่ได้เรียนมาก่อนหรอก ได้คาถาหลวงปู่อดีตเจ้าอาวาสก็ขอยืมมาใช้ก่อน ช่วงนี้หากพอทำอะไรได้ที่ไม่ได้ให้ตนเองและคนอื่นเดือดร้อนก็ทำ หลังจากได้ทำตามคำขอของหลวงพี่รูปนั้น คือจารแผ่นทองให้แล้ว ก็ได้แต่หวังว่าชื่อของเราเมื่อนำไปรวมกับผู้ที่มีนามว่า “บุญ” ท่านอื่นๆ แล้ว จะทำให้พระพุทธปฏิมาองค์นั้นมีนามสมกับชื่อว่า “หลวงพ่อบุญหลาย” จริงๆ หากสร้างเสร็จแล้ว ข้าพเจ้าจะหาเวลาไปสักการะท่านสักครั้ง

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
20/08/64

Go to top