Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 
    เสียงเพลงพบรักที่หัวลำโพงแว่วมาจากคนเร่ขายไม้กวาดที่เปิดเพลงผ่านวิทยุแว่วมาแต่ไกล พร้อมทั้งได้ยินเสียงโฆษณาขายไม้กวาดไปด้วย “ไม้กวาดไหมครับ ราคาไม่แพง” คงคาดเดาได้ไม่ยากว่าคนเหล่านี้น่าจะมาจากอีสานดินแดนที่เคยแห้งแล้งในอดีต และยังคงแห้งแล้งมาจนถึงปัจจุบัน แต่ในความแห้งแล้งได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวนาบางจังหวัดไปมาก เพราะในพื้นที่แห้งแล้งนั้นกลับเป้นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิชั้นเยี่ยม เป็นที่ต้องการของพลเมืองโลก ในความแห้งแล้งก็ยังมีของดีซ่อนอยู่ ในอดีตชีวิตของคนต่างจังหวัดที่ต้องการเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ต้นทางอาจจะแตกต่างกัน แต่ปลายทางอยู่ที่เดียวกันคือหัวลำโพง ซึ่งเป้นจุดเริ่มต้นของการเผชิญโชคของคนต่างจังหวัดในเวลาเดียวกัน
    ได้ยินเพลงนี้มานานมากแล้ว เสียงเพลงทำนองหมอลำ ได้ฟังเมื่อใดก็ยังรับรู้ได้ถึงหัวอกคนเดินทางไกลที่ไม่รู้อนาคตว่าจะเป็นเช่นใด อนาคตที่คาดหวัง กับความจริงที่พานพบอาจจะไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ความฝันกับความจริงมักจะเดินสวนทางกันเสมอ ความจนที่เป็นอยู่กับความรวยในความฝัน อาจจะมีพอมีพอมีความเป็นไปได้อยู่บ้าง ต้องเดินเข้าหา มิใช่นั่งรอนอนรอ ย่อมจะมีโอกาสรวยได้บ้าง
    หัวลำโพง มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “สถานีรถไฟกรุงเทพ” เริ่มก่อสร้างในปลายสมัยรัชกาลที่ 5 คือในปี พ.ศ.2453 การก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดใช้บริการอย่างเป็นทางการโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ ทรงกระทำพิธีกดปุ่มสัญญาณไฟฟ้าให้รถไฟขบวนแรกเดินเข้าสู่สถานีกรุงเทพ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2459  หากนับตั้งแต่วันเปิดใช้งานครั้งแรกจนถึงปัจจุบันก็มีอายุ 105 ปีแล้ว 
 
    ย้อนความจำว่าเคยพบหัวลำโพงครั้งแรกตั้งแต่เมื่อใด เวลาคิดย้อนกลับไม่ยากนัก เวลาผ่านมาแค่ 44 ปีเท่านั้นเอง เนื่องจากบ้านเกิดอยู่ต่างจังหวัด ช่วงแรกของชีวิตเจริญเติบโตอยู่กับชนบท คุ้นเคยวิถีชีวิตแบบชนบทการเดินทางระหว่างหมู่บ้านก็ใช้รถจักรยาน แม้แต่เวลาที่เรียนหนังสือจนถึงชั้นมัธยมต้นก็ยังใช้รถจักรยานเป็นหลัก หากจะเดินทางระหว่างอำเภอก็จะใช้บริการรถสองแถวซึ่งตามปรกติจะมีวันละเที่ยวเช้าไปเย็นกลับ ต้องทำภารกิจให้เสร็จและต้องมาให้ทันรถสองแถวโดยสาร ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องไปอาศัยนอนพักค้างคืนที่วัด นอนบนศาลาอันวังเวง สู้กับฝูงยุงที่มาขอส่วนแบ่งเลือดเป็นอาหาร การเดินทางที่ไกลที่สุดก็ระหว่างจังหวัดซึ่งอาศัยรถโดยสารประจำทาง 
    ต้องบอกว่าจวบจนอายุยี่สิบปีจึงได้เดินทางมากรุงเทพมหานครครั้งแรก พาหนะที่นำพามายังกรุงเทพฯ คือรถไฟ กรุงเทพที่ได้สัมผัสครั้งแรกในชีวิตคือสถานีรถไฟหัวลำโพง มาคนเดียว กระเป๋าใบเดียว เงินเหลืออีกไม่ถึงห้าร้อยบาท ต้องประหยัดที่สุด เพราะงานทำก็ยังไม่มี สะพายกระเป๋าเดินหางานตามป้ายประกาศข้างทาง ยากเอาการอยู่ วันแรกยังหางานไม่ได้ก็ต้องย้อนกลับมาเริ่มต้นที่หัวลำโพงอีกครั้ง อาศัยนอนที่ด้านหน้าหัวลำโพงนั้นแหละพร้อมกับผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง คงมีอารมณ์ทและความรู้สึกที่ใกล้เคียงกัน รอจนสว่างค่อยออกหางานใหม่ คิดย้อนกลับไปก็ยังสงสารในโชคชะตาของคนจรที่มาเสี่ยงโชคในกรุงเทพฯ 
 
    ได้งานทำครั้งแรกคืองานก่อสร้าง มีหน้าที่แบกปูน ผสมทราย สมัยนั้นยังใช้แรงงานคนเป็นหลัก  แถวๆลาดพร้าว ค่าจ้างวันละ 70 บาท มีที่พักให้ฟรี มีข้าวให้กินอีกวันละสามมื้อ ก็ถือได้ว่ามีงานทำมีที่ซุกหัวนอนแล้ว ทำงานได้ 15 วันเงินก็ออก มีงานมีเงินชีวิตก็เริ่มมีเพื่อน ได้เงินมาก็พากันเที่ยว ได้รู้จักสถานที่ในกรุงเทพมากขึ้น
    ผ่านไปหนึ่งเดือนเพื่อนก็ชวนไปหางานใหม่ เป็นงานที่น่าจะสบายกว่างานก่อสร้าง คืองานทำอิฐ ก็ยังหนีไม่พ้นหิน ดินทราย ทำงานทั้งวันได้เงินเดือนๆละ 750 บาท มีที่พักฟรี มีอาหารให้อีกสามมื้อ จากนั้นก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อนชวนไปทำงานที่ไหนก็ไป ส่วนมากจะเป็นโรงงาน เช่นโรงงานทำลูกโป่ง โรงงานทำจอบ โรงงานพลาสติก เปลี่ยนไปเรื่อย เวลาผ่านไปไม่นานก็ถึงเวลาที่จะต้องเกณฑ์ทหาร งานสุดท้ายก็อยู่ที่โรงงานทำถุงพลาสติก บอกเจ้าของโรงงานว่าจะลาไปเกณฑ์ทหาร เขาบอกว่าไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีกนะ คงทำงานได้ดีมาก จนเจ้าของโรงงานไม่อยากให้กลับมาอีก 
    ถึงเวลากลับบ้านก็ขึ้นรถไฟที่หัวลำโพงเหมือนเดิม ชั้นสามเพราะราคาถูกที่สุด ไม่มีที่นั่ง มีแค่ที่ว่างพอได้ยืน พร้อมกับคนหนุ่มที่จะต้องไปเกณฑ์ทหารอีกจำนวนมาก ชีวิตก็สนุกดี ทำงานหนักแต่ไม่มีเงินเก็บเลย ได้มาก็ใช้ไป ไม่มีก็ยืม จากนั้นก็ทำงานใช้หนี้ มีหนี้สินพอสมควร 
 
 
   หลายวันก่อนผ่านไปหัวลำโพงตั้งใจจะเดินทางไปต่างจังหวัดด้วยรถไฟ จองตั๋วไว้ก่อนถึงเวลาค่อยไปที่สถานี อาคารหลังเก่ายังเหมือนเดิม แต่บรรยากาศไม่เหมือนเดิม หัวลำโพงในอดีตที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน แต่ช่วงเวลานี้กลับเงียบเชียบ อาจจะมาจากผู้คนมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น หรือเพราะรถไฟยังคงใช้คันเก่าเมื่อร้อยปีก่อน 
    เสียงเพลงพบรักที่หัวลำโพงจบไปนานแล้ว เสียงคนเร่ขายไม้กวาดก็จากไปนานแล้ว แต่ทำไมในใจยังคิดถึงหัวลำโพงสถานที่เริ่มต้นในการเข้ามายังกรุงเทพครั้งแรกเมื่อสี่สิบก่อน สงกรานต์ปีนี้หากจะมีการเดินทางไกลไปต่างจังหวัดก็อยากเริ่มต้นที่หัวลำโพงอีกสักครั้ง สถานีรถไฟที่กำลังจะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ในเวลาอีกไม่นาน เพราะสถานีใหม่กำลังจะแล้วเสร็จ นึกถึงห้วงเวลาการเดินทางในอดีต เหตุการณ์แม้จะผ่านไปนานแสนนานแต่ความทรงจำกลับแจ่มชัด ครั้งแรกของการเผชิญโชคชะตาในกรุงเทพมหานคร ชีวิตคนจรเริ่มต้นที่ไหนสักแห่งแต่ปลายทางอยู่ที่หัวลำโพง   วันนี้มีถิ่นพำนักในกรุงเทพมหานคร หากจะเดินทางไปต่างจังหวัดก็น่าจะลองทบทวนอดีตด้วยการเดินทางด้วยรถไฟเริ่มต้นที่หัวลำโพง
 
 
พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
10/04/64
Go to top