Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 
      การได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น หากเลือกเกิดได้คงไม่มีใครเลือกได้ว่าทำไมจึงต้องไปเกิดในกับมารดาคนนั้น ทำไมไม่เป็นคนอื่นที่มีฐานะร่ำรวยกว่า เมื่อเกิดมาแล้วจะเลือกทำอาชีพอะไรเรื่องนี้พอเลือกได้ นั่นเพราะทุกวันนี้มีสถาบันที่สอนให้คนประกอบอาชีพตามที่ได้ศึกษาร่ำเรียนมา แต่ก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป เรียนมาอย่างหนึ่งแต่อาจจะต้องทำงานอีกอย่างหนึ่งก็ได้ ที่เรียนมาไม่ได้ใช้ แต่ที่ใช้ไม่ได้เรียน
      เคยถามตัวเองว่าระหว่างการมีเงินกับการไม่เจ็บป่วยหากเลือกได้อย่างหนึ่งจะเลือกอะไร เป็นคำถามธรรมดาที่ไม่น่าจะเลือกยาก บางคนอาจจะตอบว่าก็เลือกทั้งสองอย่างนั่นแหละ มีเงินด้วย สุขภาพดีด้วย ถ้าเลือกได้อย่างนั้นก็นับได้ว่าเป็นความปรารถนาที่ยอดเยี่ยม แต่ถ้าหากจะให้เลือกอย่างเดียวจะเลือกอะไร
      ในยุคแรกที่เกิดคำถามนี้บังเอิญช่วงนั้นมีเงินจำนวนหนึ่ง วางแผนว่าจะซื้อสิ่งที่อยากได้ สิ่งแรกที่คิดได้ในช่วงเวลานั้นคือกล้องถ่ายภาพ จึงไปหาซื้อกล้องถ่ายภาพมาตัวหนึ่ง เพลิดเพลินกับการถ่ายภาพอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง เลนส์ที่ใช้ก็ไม่เพียงพอกับสิ่งที่ต้องการ จึงต้องไปหาซื้อมาเพิ่มเติมอีก มีเลนส์หลายตัว เลนส์ซูม เลนส์มาร์โคร์ เลนส์มุมกว้าง จะถ่ายภาพทิวทัศน์ก็ต้องใช้เลนส์ประเภทหนึ่ง จะถ่ายภาพบุคคลก็ต้องใช้เลนส์ประเภทหนึ่ง จะถ่ายภาพแมลง ภาพดอกไม้ก็ต้องใช้เลนส์อีกประเภทหนึ่ง เวลาเดินทางก็ต้องยุ่งยากกับการพกพาอุปกรณ์ ซึ่งไม่เหมาะกับสถานะที่เป็นอยู่ ผ่านไปไม่นานก็เริ่มป่วยด้วยโรคที่ยอดนิยมในยุคนั้นไข้ป่าหรือมาลาเรีย รักษาอยู่นานก็ยังไม่หายขาดสักที หมดเงินไปพอสมควร กล้องที่ซื้อมาก็เริ่มทยอยขายเพื่อหาเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาล ยังนับว่าเป็นความโชคดีที่ยังพอมีเงินอยู่บ้าง แต่พอเงินหมดโรคก็เบาบาง ถึงแม้จะไม่หายสนิทแต่ก็ไม่แสดงอาการ
      เท่าที่สังเกตมานานหลายปีแล้ว เมื่อใดก็ตามที่มีเงิน จะได้มาด้วยสาเหตุใดก็ตาม มักจะมีอาการป่วยไข้ ต้องเข้าโรงพยาบาลทุกที แต่หากในช่วงเวลาใดที่ไม่ค่อยมีเงิน ก็จะไม่ค่อยเจ็บป่วย ดูเหมือนกับว่าเงินกับสุขภาพจะเดินสวนทางกันเสมอ นับเป็นความโชคดีที่แฝงมากับความโชคร้าย 
      พักหลังก็ไม่ค่อยเจ็บป่วย เพราะไม่ค่อยจะมีเงิน เป็นตรรกะที่ไม่ค่อยอยากให้เกิดขึ้นเท่าใด เพราะในใจก็ยังอยากจะมีเงินและมีสุขภาพดี 
 
      ปีนี้ลองเช็คดวงดูด้วยตนเอง พอมีความรู้ทางด้านโหราศาสตร์อยู่บ้าง เคยร่ำเรียนมาจากหลวงพ่อรูปหนึ่ง ท่านได้ถ่ายทอดวิชาดูดวงชะตาให้ เมื่อเกือบสามสิบปีมาแล้ว ใช้ดูโชคชะตาตัวเอง ไม่ได้ดูให้คนอื่น นอกจากคนที่มีความคุ้ยเคยจริงๆ เพราะไม่เคยคิดจะใช้วิชานี้ในการประกอบอาชีพ แม้จะรู้โชคชะตาล่วงหน้า แต่บางทีก็มีความไม่แน่นอนแทรกเข้ามา ต้องดูบริบทของเหตุการณ์ สถานที่ ห้วงเวลาด้วย โหราศาสตร์ที่เรียนมาจึงเพียงเป็นวิชาที่ดูเล่นๆเพื่อการพักผ่อน
      ปีนี้ดวงชะตาตกเลขสี่ ตามตำราบอกว่าจะได้ทรัพย์สินเงินทอง แต่จะมาจากไหนยังไม่อาจทราบได้ อาจจะมาจากการทำงานหรืออาจจะมาโชควาสนา เทวดาอุดหนุนก็ได้ จากประสบการณ์ที่เฝ้าสังเกตมาหลายปีเมื่อมีเงินก็มักจะเจ็บป่วย โชคชะตาเป็นมาแบบนี้หลายรอบปีแล้ว 
      สิ่งที่มนุษย์ปรารถนาแล้วได้ยากนั้น มีแสดงไว้ในอิฏฐสูตร อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต (22/43/48) ความว่า “ดูกรคฤหบดี ธรรม 5 ประการนี้น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้โดยยากในโลก 5 ประการเป็นไฉน คืออายุ  วรรณะ  สุขะ  ยศ  สวรรค์  ดูกรคฤหบดี ธรรม 5 ประการนี้แล น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้โดยยากในโลก”
      ผู้ที่อยากอายุยืน อยากมีผิวพรรณผ่องใส อยากมีความสุข อยากได้ยศ อยากไปสวรรค์ สิ่งที่ควรจะต้องทำคือต้องไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ไม่ประมาทในการทำบุญ ดังที่แสดงไว้ในอิฏฐสูตร ความว่า “ชนผู้ปรารถนาอายุ วรรณะ ยศ เกียรติ สวรรค์ ความเกิดในตระกูลสูง และความเพลินใจ พึงทำความไม่ประมาทให้มากยิ่งขึ้น บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญความไม่ประมาทในการทำบุญ บัณฑิตผู้ไม่ประมาทแล้ว ย่อมยึดถือประโยชน์ทั้งสองไว้ได้ คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน และประโยชน์ในสัมปรายภพ ผู้มีปัญญา ท่านเรียกว่าบัณฑิต เพราะบรรลุถึงประโยชน์ทั้งสองนั้น”
      ปีนี้หากโชตชะตาและตำราโหราศาสตร์ยังคงใช้ได้ ก็จะต้องได้เงินสักก้อนน่าจะมากด้วย และก็จะต้องเจ็บป่วยตามมา เงินมากก็ป่วยมาก เงินน้อยก็ป่วยน้อย เอาแค่พอประมาณก็น่าจะพอ อย่างน้อยในช่วงเวลานี้อยู่อย่างมีเงินดีกว่าอยู่อย่างยากจน ถ้าเลือกได้ขอเลือกมีเงินไว้ก่อน การที่จะอยู่หรือจะไปนั้นเป็นเรื่องธรรมดา เพราะไม่มีใครอยู่ได้ตลอดกาล ต้องเจ็บป่วยและตายเป็นธรรมดา แต่นั่นเป็นแค่ความปรารถนา ความจริงที่กำลังเผชิญอยู่คือเงินก็ไม่ค่อยมี แถมยังเจ็บไข้ได้ป่วยอีกต่างหาก ชีวิตนี้แม้จะทุกข์ยากอย่างไรก็ต้องอยู่ต่อไปให้ได้ 
 
 
พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
06/04/64
 
Go to top