Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 3 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

             บุคคลจะชื่อว่าเป็นคนชั่วเพราะชาติก็หาไม่ จะชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะชาติก็หาไม่ ที่แท้ชื่อว่าเป็นคนชั่วเพราะกรรม ชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะกรรม(การกระทำ) ต่างหาก ในสังคมหนึ่งๆการจะจำแนกว่าใครคือคนดี ใครคือคนชั่วเป็นเรื่องที่ยากเพราะการจำแนกคนนั้นไม่สามารถแยกได้ด้วยชาติกำเนิดหรือทรัพย์สินเงินทอง แต่จำแนกได้เพราะการกระทำ 

            การที่จำกำหนดว่าใครเป็นคนดีหรือคนชั่วนั้นพระพุทธศาสนาให้มองไปที่กรรมหมายถึงการกระทำของแต่ละบุคคล มิใช่ให้ดูที่ชาติกำเนิด บางคนแม้จะเกิดในสกุลต่ำแต่ก็สามารถเป็นคนดีได้ ตรงกันข้ามแม้บางคนจะเกิดในตระกูลสูงก็อาจเป็นคนชั่วได้ พระสูตรนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงแก่วาเสฏฐพราหมณ์ในวาเสฏฐสูตร มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่มที่ ๑๓ ข้อ ๗๐๗ ภาษาไทย หน้า ๔๘๓ ฉบับภาษาบาลีหน้า ๔๘๙ ความว่า
            บุคคลจะชื่อว่าเป็นคนชั่วเพราะชาติก็หาไม่ จะชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะชาติก็หาไม่ ที่แท้ชื่อว่าเป็นคนชั่วเพราะกรรม ชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะกรรม เป็นชาวนาเพราะกรรม เป็นศิลปินเพราะกรรม เป็นพ่อค้าเพราะกรรม เป็นคนรับใช้เพราะกรรม แม้เป็นโจรก็เพราะกรรม แม้เป็นทหารก็เพราะกรรม เป็นปุโรหิตเพราะกรรม แม้เป็นพระราชาก็เพราะกรรม บัณฑิตทั้งหลายมีปกติ   เห็นปฏิจจสมุปบาท ฉลาดในกรรมและวิบาก ย่อมเห็นกรรมนั้นแจ้งชัดตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า โลกย่อมเป็นไปเพราะกรรม หมู่สัตว์ย่อมเป็นไปเพราะกรรม สัตว์ทั้งหลายถูกผูกไว้ในกรรม เหมือนลิ่มสลักของรถที่กำลังแล่นไปฉะนั้น บุคคลชื่อว่าเป็นพราหมณ์ด้วยกรรมอันประเสริฐนี้ คือ ตบะพรหมจรรย์  สัญญมะ และทมะ กรรม ๔ อย่างนี้ เป็นกรรมอันสูงสุดของพรหมทั้งหลาย ทำให้ผู้ประพฤติถึงพร้อมด้วยวิชชา ๓ ระงับกิเลสได้ สิ้นภพใหม่แล้ว ดูกรวาเสฏฐะ ท่านจงรู้อย่างนี้ว่าผู้นั้นชื่อว่าเป็นพรหม เป็นท้าวสักกะ ของบัณฑิตผู้รู้แจ้งทั้งหลาย.(ม.ม.๑๓/๗๐๗/๔๘๙)


           คำแปลทั้งหมดนี้มาจากพระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลีว่า                          

                                                   
อชานนฺตา โน จ  พฺรูหนฺติ  ชาติยา โหติ พฺราหฺมโณ
                                                   น ชจฺจา วสโล โหติ          น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ  
                                                   กมฺมุนา  วสโล โหติ          กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ  
                                                   กสฺสโก กมฺมุนา โหติ        สิปฺปิโก โหติ กมฺมุนา  
                                                   วานิชฺโช กมฺมุนา โหติ       เปสฺสิโก โหติ กมฺมุนา  
                                                   โจโรปิ กมฺมุนา โหติ         โยธาชีโวปิ กมฺมุนา  
                                                   ยาชโก กมฺมุนา โหติ        ราชาปิ โหติ กมฺมุนา  
                                                   เอวเมตํ ยถาภูตํ               กมฺมํ ปสฺสนฺติ ปณฺฑิตา  
                                                   ปฏิจฺจสมุปฺปาททสา         กมฺมวิปากโกวิทา  
                                                   กมฺมุนา วตฺตติ โลโก        กมฺมุนา วตฺตติ ปชา  
                                                   กมฺมนิ พนฺธนา สตฺตา       รถสฺสาณีว ยายโต  
                                                   ตเปน พฺรหฺมจริเยน           สํยเมน ทเมน จ       
                                                   เอเตน พฺราหฺมโณ โหติ     เอตํ พฺรหฺมานมุตฺตมํ   
                                                   ตีหิ วิชฺชาหิ สมฺปนฺโน        สนฺโต ขีณปุนพฺภโว  
                                                   เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ         พฺรหฺมา สกฺโก วิชานตนฺติ ฯ 


พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
เรียบเรียง
๐๔/๐๓/๕๓

Go to top