Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

         กระท่อมมุงหญ้าคาอยู่ใกล้ต้นตะแบกขนาดห้าคนโอบ แวดล้อมด้วยหมู่แมกไม้นานาชนิด แต่กลับมีกระแสลมโชยพลิ้วมาแผ่วเบา ที่แท้ลมมาตามทางเดินหหน้ากระท่อม คนที่ทำทางเดินเข้ากระท่อมช่างเป็นคนสังเกตแม้กระทั่งทิศทางลมก็ยังอุตส่าห์เปิดทางลมมายังกระท่อมหลังนี้จนได้ อีกสามด้านเป็นหมู่ไม้น้อยใหญ่เรียงรายเป็นแนวป่า 

         ที่นี่เป็นสำนักสงฆ์กลางป่าช้าเก่า เงียบสงบวังเวง นอกจากเวลาเช้าที่พระสงฆ์ฉันภัตตาหารแล้ว ก็ไม่มีใครเข้ามารบกวน นานๆจะมีพิธีเผาศพสักครั้งซึ่งก็เผากลางลานตามมุมต่างๆของสำนักสงฆ์มิได้มีเมรุเผาศพที่ถาวรแต่ประการใด ความเป็นป่าช้ายังคงอยู่ แต่มีสำนักสงฆ์เกิดขึ้นกลางป่าช้า
         ความทรงจำในวัยเด็กแทรกเข้ามา ไม่ไกลจากไม้ต้นนี้น่าจะเคยเป็นหลุมฝังศพของอดีตนักเลงโตคนหนึ่ง เขาเสียชีวิตเพราะถูกยิงตาย ตามธรรมเนียมของชาวบ้านเรียกว่า “ตายโหง” ศพไม่เผาต้องฝังอย่างเดียว พิธีทำกันอย่างรีบเร่ง ไม่ต้องรอญาติพี่น้อง ซึ่งรอก็คงไม่มีเพราะไม่มีใครอยากเป็นญาติกับโจร ชาวบ้านต่างก็ทราบกิตติศัพท์ของเขาดี ไม่มีใครร้ายเกิน ตายได้ก็ดีประมาณนั้น คนที่ทำให้เขาตายเป็นใครก็ไม่รู้ ญาติก็ไม่เอาความ


         ชายคนนี้เคยแวะมาขอน้ำดื่มและขอผลไม้กินหลายครั้ง จะเรียกว่าขอก็คงไม่ถนัดนัก เขามาถึงอยากได้อะไรก็หยิบไปตามใจฉัน จะว่าขโมยหรือปล้น ชิงก็ไม่เชิงนัก ผลไม้จากต้นตามฤดูกาลพออิ่ม มีถือติดมือบ้างนิดหน่อย ดื่มน้ำพอแก้กระหาย  แล้วเขาก็เดินทางต่อไป กับพวกชาวไร่ดูเหมือนเขาจะไม่มีพิษมีภัยกับใคร แต่สำหรับชาวบ้านเป็นคนละเรื่องกัน ข่าวลือว่าเขาเป็นโจรลักควาย  ซึ่งมักจะหายอยู่เป็นประจำ โดยที่ไม่มีใครจับโจรได้ มีประวัติปล้นฆ่า อีกสารพัด เข้าคุกมาหลายครั้ง เขาเป็นจอมโจรที่ทางราชการต้องการตัว ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ข่าวสุดท้ายที่ได้ยินมาว่าเขามีภรรยาคนหนึ่งที่หมู่บ้านปลายแดน
         หมู่บ้านไกลปืนเที่ยงอย่างนั้น ไม่ต้องถามหาเจ้าหน้าที่ตำรวจดอก สถานีตำรวจมีอยู่แห่งเดียวในตัวอำเภอ ห่างกันยี่สิบกิโลเมตร กว่าจะมาถึงขโมยกับโจรก็ไปถึงไหนแล้ว นั่นมันเหตุการณ์ที่ผ่ามาเกือบห้าสิบปีแล้ว
         ปัจจุบันได้ข่าวว่ามีสถานีตำรวจประจำตำบลแล้ว ขโมยกับโจรน่าจะลดลง ชาวบ้านคนทำมาหากินคงอยู่กันอย่างสงบสุข
         กระแสลมที่โชยแผ่วมา สัมผัสกายเย็นสบาย ตั้งแต่เที่ยงวันจนบ่ายคล้อยแล้วที่หลบแดดร้อนที่กระท่อมแห่งนี้ กระท่อมที่ตั้งอยู่ใกล้หลุมฝังศพของอดีตจอมโจร กระท่อมที่แปรสภาพเป็นกุฎิพระ แม้จะง่วงแต่กลับไม่อยากหลับ เอนกายลงนอนเล่นพอผ่อนคลาย ในใจก็คิดไปถึงอดีตจอมโจรคนนั้น
         ตะแบกต้นนี้ดำรงอยู่มานานน่าจะเกินร้อยปี แต่ก็ยังอยู่และแผ่กิ่งก้านสาขาออกไป ลำต้นขยายใหญ่ขึ้น และคงอยู่อีกหลายปีหากไม่ถูกโค่นล้ม สาเหตุหนึ่งที่ยังไม่ถูกตัดเพราะมีข่าวลือว่า "ไม้ต้นนี้ผีดุ" มีข่าวลืออีกว่ามีคนตายเพราะพยายามจะตัดต้นไม้ต้นนี้หลายคนแล้ว


         แต่ละชีวิตมีจุดหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะยาก ดี มี จน ดีหรือเลวอย่างไร สุดท้ายก็ต้องคืนกลับสู่ปฐพี บางคนถูกเผา บางคนถูกฝัง ชีวิตสิ้นสุดที่ความตาย ควรทำอย่างไรก่อนจะตาย ตอนนั้นคิดถึงคำสนทนาของเทวดาตนหนึ่งกับพระพุทธเจ้า มีปรากฎในอุปเนยยสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (15/7-8) ความว่า “เทวดานั้นครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วแล ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า“ชีวิตคืออายุมีประมาณน้อย ถูกต้อนเข้าไปเรื่อย เมื่อบุคคลถูกชราต้อนเข้าไปแล้ว ย่อมไม่มีผู้ป้องกัน บุคคลเมื่อเห็นภัยนี้ในมรณะ พึงทำบุญทั้งหลายที่นำความสุขมาให้ ฯ
         พระพุทธเจ้าตอบเทวดาว่า “ชีวิตคืออายุมีประมาณน้อย ถูกต้อนเข้าไปเรื่อย เมื่อบุคคลถูกชราต้อนเข้าไปแล้ว ย่อมไม่มีผู้ป้องกัน บุคคลเมื่อเห็นภัยนี้ในมรณะ พึงละอามิสในโลกเสีย มุ่งสันติเถิด”
         สาระสำคัญของพระสูตรนี้สรุปได้ว่าต้องเข้าใจชีวิตว่าไม่ได้ยืนยาวอะไร มีเพียงน้อยนิดเท่านั้นอยู่ได้ไม่เกินร้อยปีหรือหากจะมีเกินบ้างก็ไม่มาก ย่อมแก่ชราไปกาล มีทางเลือกอยู่สองทางคือ “ทำบุญ” ตามคำเสนอของเทวดาหรือ “มุ่งสู่สันติ” จะเลือกอะไรอยู่ที่เราเลือกเอง

          บนหลุมศพของอดีตจอมโจร ไม่มีร่องรอยอะไรเหลืออยู่แล้ว คนรุ่นหลังก็คงไม่เคยมีใครจำได้ว่า แต่โจรคนนั้นกลับปรากฎในความทรงจำแม้เวลาจะผ่านไปเกือบห้าสิบแล้ว แต่ชาวบ้านส่วนหนึ่งที่มีอายุเกินห้าสิบปีขึ้นไปคงพอจดจำกิตติศัพท์ขอเขาได้อยู่บ้าง วันนี้มาพักที่กระท่อมน้อยกลางป้่าช้า อยู่ใกล้หลุมฝังศพของใครอีกหลายคน อย่างน้อยแม้เขาจะเลวตอนมีชีวิตอยู่ แต่เศษซากแห่งความทรงจำสามารถนำมาเป็นอุปกรณ์สอนใจตัวเองได้ ปล่อยวางละอามิสมุ่งสู่สันติเถิด..ภราดา


พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
07/06/61

Go to top