Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

        หลายเดือนมาแล้วที่ไม่ได้ขีดเขียนอะไรในโลกไซเบอร์ ไม่มีเหตุผลไม่มีข้ออ้าง เพียงแต่รู้สึกเนือยๆไป ข้อมูลแทบทุกอย่างที่ควรรู้ มีปรากฏในโลกโซเซียลหมดแล้ว หากอยากรู้เรื่องอะไรเพียงแค่กดปุ่มก็สามารถค้นหาข้อมูลได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว คนที่จะมาเสียเวลาอ่านเรื่องยาวๆน่าจะมีน้อยลง เว็บไซต์ไซเบอร์วนารามคงต้องเปลี่ยนแนวใหม่ เพื่อให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น จนแล้วจนรอดก็คิดไม่ออกว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ไปแนวไหน เอาไว้พร้อมเมื่อไหร่ถึงเวลาคงรู้เอง ตอนนี้เริ่มต้นแล้ว อ่านเรื่องเบาๆแด่เพื่อนผู้จากไป

        คิดอะไรเพลินๆในตอนเช้าดูแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง หน้าฝนแต่อากาศร้อนอบอ้าว บัดดลนั้นเสียงโทรศัพท์ที่ไม่เคยรู้จักแทรกมายามเช้า ต้นสายเป็นเสียงผู้หญิงถามว่าใครกำลังพูดสาย จึงถามกลับไปว่าต้องการพูดสายกับใคร ต้นสายบอกไม่รู้ แต่จะโทรมาบอกว่า “ลุงดี นามสมมุติ” เสียเสียชีวิตแล้ว พอได้ยินชื่อลุงดีจึงย้อนถามกลับไปว่าลุงดีที่อยู่ร้อยเอ็ดใช่ไหม เมื่อต้นสายบอกว่าใช่ จึงได้เอ่ยชื่อตนเองออกไป
        ต้นสายบอกว่าลุงดีป่วยเป็นอัมพฤกษ์มานานหลายปีแล้ว จนกระทั่งครั้งสุดท้ายเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตด้วยอาการสงบด้วยวัยเพียง 59 ปี และได้ฌาปนกิจไปแล้วเมื่อสามวันก่อน จึงขอแจ้งข่าวให้ทราบ ดิฉันเป็นภรรยาลุงดี ต้นสายบอกก่อนจะวางสาย
        ลุงดีคือเพื่อนคนหนึ่งที่เคยเรียนชั้นประถมปลายร่วมกันสมัยเป็นเด็ก ระดับประถมศึกษาปีที่ 5-7 เรียนด้วยกันสามปี พอจบการศึกษาก็แยกย้ายกันไปตามภาระหน้าที่ ผู้เขียนมักเรียแกเล่นๆ “ไอ้เลว” ตรงข้ามกับกับชื่อจริง และมักจะเรียกชื่อพ่อแทนชื่อเต็มๆ สมัยนั้นเล่นกันจนไม่รู้ที่ต่ำที่สูง มักจะเรียกชื่อพ่อแทนชื่อเพื่อน
        แต่สำหรับ “ดี” มีที่มาแปลกกว่าใครอื่น แกบอกว่าพ่อแกในปัจจุบันคือลูกแกในสมัยก่อน ฟังแล้วสับสนมึนงงดีเหมือนกัน สมัยเด็กแกมักจะเรียกพ่อแกว่าลูก จนกระทั่งความจริงในปัจจุบันปรากฏชัดจึงกลับมาเรียกพ่อเหมือนคนอื่น ๆ
        เรื่องเป็นมาอย่างนี้ พ่อของเด็กชายดีเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตเคยสงสัยเรื่องการตายแล้วเกิด ช่วงนั้นพ่อกำลังป่วยหนัก จึงคิดเล่นๆว่า หากพ่อเสียชีวิตไปแล้วหากยังมีความเกี่ยวพันกันอยู่ให้กลับมาเกิดอีก เพื่อให้จำได้จึงได้เขม่าไฟสีดำทาที่เท้าข้างซ้าย พร้อมทั้งตั้งจิตอธิษฐานว่า “หากพ่อกลับมาเกิดอีกขอให้มีรอยเท้าสีดำติดมาด้วย จะได้จำได้”
        พ่อเสียชีวิตไปได้ไม่นานภรรยาก็ตั้งครรภ์ เมื่อถึงกำหนดคลอดปรากฎว่าเด็กทารกเป็นเพศชายและมีปานดำที่เท้าข้างซ้ายเหมือนที่ทำกับพ่อไว้ก่อนเสียชีวิตจริง ๆ พอลูกชายโตจนพูดได้ก็เรียกพ่อว่าลูก พ่อที่ถูกเรียกว่าว่าลูกก็ยังมึนงง พอรู้เดียงสาก็เดินไปนั่นไปนี่ พร้อมกับชี้ทรัพย์สมบัติทั้งหลายเหมือนกับสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ เด็กชายดีจำอดีตของตนเองได้หมด เรียกว่าระลึกชาติได้  พ่อและญาติพี่น้องทุกคนก็เชื่ออย่างนั้น
        เด็กชายดีเรียนหนังสือตามปกติเหมือนเด็กทั่วไป แม้ว่าจะระลึกชาติได้ แต่ความจริงในปัจจุบันสถานะเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นก็กลับมาเป็นลูก ก็ต้องยอมเปลี่ยนตามสถานการณ์ เคยถามดีอยู่เสมอว่า “ยังจำอดีตชาติได้อยู่ไหม”  ดีบอกว่า “จำได้ก็ไม่มีประโยชน์อันใด เวลาเปลี่ยนสถานะเปลี่ยนต้องยอมรับมันให้ได้ บางเรื่องก็แกล้งลืมเสียบ้างก็ได้”


เพื่อนๆสมัยเรียนมัธยมปลาย...วัยใกล้เกษียณแล้ว..บางคนเกษียณแล้ว

         เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาตอนปลายก็แยกย้ายกันไป ดีเรียนจบมัธยมศึกษาตอนต้นก็หยุดเรียน หันไปเอาดีทางชกมวย จนพอมีชื่อเสียงในละแยกจังหวัด ได้ข่าวว่าเคยต่อยที่เวทีในเมืองหลวง พอเอาตัวรอดได้ ภายหลังได้ทราบข่าวว่าไปทำงานที่ต่างประเทศ
        เราได้พบกันอีกครั้งเมื่อดีกลับจากต่างประเทศ ส่วนผู้เขียนอุปสมบทที่วัดในชนบทแห่งหนึ่ง เขามีเงินใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย แต่ก็พอมีสติซื้อที่ไร่ที่นาไว้บ้าง ภายหลังได้ข่าวว่าแต่งงานและย้ายภูมลำเนาไปพำนักที่จังหวัดร้อยเอ็ด
        ผู้เขียนก็แวะไปเยือนอยู่หลายครั้ง โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารกันบ้าง ปีที่ผ่านมาก็ยังสนทนาปราศรัยกันดีอยู่ ดีบอกว่า “ผมอาการหนักไม่รู้จะอยู่ได้อีกกี่ปี หลวงพี่ระวังหน่อยนะ ชีวิตไม่แน่นอนจริง ๆ อย่าประมาทในการใช้ชีวิต มีเงินก็เก็บไว้บ้าง ผมเตือนในฐานะเพื่อน อย่าคิดพึ่งคนอื่น พึ่งตนเองนั่นแหละดีที่สุด”
        ตอนนั้นยังงงๆกับสิงที่ดีพูด คำพูดเช่นนี้น่าจะเป็นพระสงฆ์เป็นผู้พูดให้ฆราวาสฟัง แต่พระต้องมานั่งฟังฆราวาสพูด คิดดูแล้วก็ดีเหมือนกัน เพื่อนเตือนเพื่อน แม้จะมีฐานะแตกต่างกันอย่างไร เพื่อนก็ยังคงเป็นเพื่อน แนะนำตักเตือนกันได้ มีเพื่อนดีเหมือนมีเส้นทางเดินที่สะดวก
        การคบเพื่อนดีพระพุทธศาสนาเรียกว่า “กัลยาณมิตร” ซึ่งเป็นองค์ประกอบภายนอกที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ในอังคุตตรนิกาย เอกนิบาต ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่เป็นเหตุให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น หรืออกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว เสื่อมไป เหมือนความเป็นผู้มีมิตรดี เมื่อบุคคลมีมิตรดี กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเสื่อมไป”(อง.เอก.20/72/11)
        การเลือกคบมิตรดีจึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้คนทำดีมีประโยชน์ ในทางตรงกันข้ามหากคบมิตรเลวก็จะนำพาให้ไปสู่การทำความชั่วได้ง่ายขึ้น กัลยาณมิตรจึงเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่จะทำให้คนดำเนินไปสู่ทางที่ถูกต้องและนำไปสู่ความสำเร็จได้  
        เดินทางไปร้อยเอ็ดครั้งสุดท้ายก่อนเข้าพรรษาตั้งใจจะไปเยี่ยม “ดี” เพื่อนเก่า แต่เมื่อโทรศัพท์ไปกลับไม่มีใครรับสาย และไม่มีใครโทรกลับ จึงไม่ได้ไปเยือน ขอให้เพื่อนผู้ระลึกชาติได้คนนั้นจงไปสู่สุคติ และหากเป็นไปได้ก็ขออย่าให้ระลึกชาติได้อีกเลย ชีวิตลำบากชาติเดียว อย่าให้ความจำในอดีตกลับมาหลอกหลอนปัจจุบันอีกเลย มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันได้มากที่สุดนั่นแหละคือพรอันประเสริฐแล้ว
        ไปดีเถิดนะดีเพื่อนยาก วันนี้ฉันยังมีลมหายใจ แต่ไม่รู้อีกนานเท่าใด ก็จะต้องตามกฏแห่งความทเป็นธรรมดา โลกนี้เหมือนบ้านชั่วคราว มาอยู่ได้ไม่นานก็ต้องจากไปเหมือนกันทุกคน ชีวิตต่่อจากนี้ไปจะดำเนินชีวิตด้วยความประมาท หมดเวลาเมื่อไหร่ก็จากไปเมื่อนั้น

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
19/07/60

Go to top