Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

         

        ปีใหม่พึ่งผ่านไปได้หนึ่งเดือน แต่สภาพอากาศไม่ค่อยแน่นอน อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ประเดี๋ยวหนาว ประเดี๋ยวร้อน ปรับตัวไม่ค่อยทัน ไม่รู้ว่าดินฟ้าอากาศเป็นอะไรไป คนที่มีสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอาจจะเจ็บป่วยได้ง่ายๆ ต้องรักษาสุขภาพให้อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะรับกับอากาศที่แปรปรวน หากมีการเตรียมพร้อมให้ดี ก็พร้อมที่จะดำรงอยู่ในโลกนี้ได้อย่างสันติสุข

          อาทิตย์ที่ผ่านมามีโครงการตรวจสุขภาพของพระภิกษุสามเณร โดยโรงพยาบาลพญาไท ตรวจสุขภาพโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งโครงการนี้ให้สิทธิสำหรับพระภิกษุที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้เขียนมีอายุอยู่ในวัยที่ได้สิทธิ์นี้ จึงตัดสินใจไปตรวจสุขภาพลองดูบ้าง เผื่อบางทีจะได้พบกับโรคบางอย่างที่แอบซ่อนเร้นอยู่ภายในร่างกายแห่งนี้
        คำสั่งแพทย์ก่อนเดินทางไปพบคือต้องอดอาหาร ปล่อยให้ท้องหิวตลอดทั้งคืน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอันใด เพราะเป็นเพื่อนกับความหิวมานานแล้ว ความหิวไม่ได้มีอิทธิพลต่อร่างกายแต่อย่างใด ฝึกร่างกายมานานจนเกิดความเคยชิน ความหิวเป็นเรื่องธรรมชาติที่คุ้นเคย เพราะชีวิตนี้มักจะมีความหิวเป็นเพื่อนอยู่แล้ว
         ตื่นตั้งแต่ตีห้าไปถึงโรงพยาบาล แพทย์ก็เริ่มตรวจร่างกายตามที่กำหนดไว้ วัดความดัน ชั่งน้ำหนัก ตรวจเลือด ตรวจปอด ตับ ไต ไส้พุง เป็นต้น เรียกว่าตรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใช้เวลานานกว่าสองชั่วโมง


         ถึงเวลาฟังผลการตรวจ แพทย์ถามว่า “จะฟังข่าวดีหรือข่าวร้ายก่อน” ตอนนั้นตอบไปโดยที่แทบไม่ต้องคิดว่า “ฟังข่าวดีก่อนก็แล้วกัน”  คุณหมอก็วินิจฉัยสภาพตามที่ตรวจพบไปเรื่อยๆ หัวใจ ตับ ไต ไส้ พุง เป็นปรกติดีทุกอย่าง จากนั้นก็บอกว่า “ต่อไปเป็นข่าวร้าย มีไขมันในเส้นเลือดมากเกินไป มีไขมันเกาะที่ตับ เส้นเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจผิดปรกติ ทำงานได้ไม่เต็มที่ พูดง่ายๆคือท่านมีอาการเส้นเลือดในหัวใจตีบ”
          ตอนนั้นก็ยังยิ้มได้ ก็แค่โรคเส้นเลือดตีบ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หมอถามว่าจะให้หมอนัดเลยไหม
          เอ่ยถามหมอไปว่า “ค่ารักษาเบื้องต้นประมาณเท่าไหร่”
          คุณหมอตอบว่า “เบื้องต้นน่าจะสี่ห้าหมื่นบาท หรือหากจะรักษาจริงๆก็น่าจะมีทุนเบื้องต้นสักสองแสนบาท”
         นี่คือข่าวร้ายจริงๆ เพราะตอนนั้นมีเงินอยู่ประมาณห้าพันบาท จึงบอกคุณหมอไปว่า “เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน หาเงินได้เมื่อไหร่จะมาพบคุณหมออีกที” ตอบไปทั้งๆที่ในใจค้านว่าจะไปหาเงินที่ไหน คงต้องปล่อยให้ตายไปเพราะโรคนี้ คนจนอีกจำนวนมากต้องล้มตายเพราะไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล เราเองก็ไม่น่าจะหาเงินเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลได้เหมือนคนจนอีกหลายล้านคน 


        เพื่อนพระภิกษุที่เดินทางไปตรวจสุขภาพด้วยกัน ต่างก็มีโรคประจำตัวคนละโรคสองโรค ไม่มีใครที่ไม่มีโรคเลย ทุกท่านตรวจพบโรคในร่างกายหมดทุกรูป เป็นอันว่าตัวเราเองก็ไม่ได้โดดเดี่ยวเดียวดาย เพราะมีเพื่อนร่วมโรคอีกหลายท่าน
         โรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของมนุษย์ ผู้ที่มีชีวิตอยู่โยไม่มีโรคนั้นหายาก และเป็นลาภอันประเสริฐอย่างยิ่ง มีพุทธภาษิตอยู่บทหนึ่งในสุขวรรค ขุททกนิกาย ธรรมบท (25/25/29) ความว่า “ลาภทั้งหลายมีความไม่มีโรคเป็นอย่างยิ่ง” แปลมาจากภาษาบาลีว่า “อาโรคฺยปรมา ลาภา” หรือผู้คนมักจะแปลอีกอย่างว่า “ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง” ซึ่งก็มีความหมายใกล้เคียงกัน
         ใครที่ไม่มีโรคประจำตัวก็ถือว่าเกิดมาโชคดี ส่วนผู้ที่มีโรคก็ไม่ควรตกใจจนเกินเหตุ การมีโรคในร่างกายเป็นเรื่องธรรมดา หากรักษาได้ก็รักษากันไป หากรักษาไม่ได้ก็ปล่อยให้พวกโรคทั้งหลายอยู่เป็นเพื่อนต่อไป


       พระพุทธศาสนาแสดงถึงความเป็นไปของร่างกายตอนหนึ่งว่า ร่างกายนี้เป็นรังของโลก ดังที่แสดงไว้ในชราวรรค ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท (25/21/35) ความว่า “ท่านจงดูอัตภาพอันบุญกรรมทำให้วิจิตรแล้ว มีกายเป็นแผล อันกระดูกสามร้อยท่อนปรุงขึ้นแล้ว กระสับกระส่าย อันมหาชนดำริกันโดยมาก ไม่มีความยั่งยืนมั่นคง รูปนี้คร่ำคร่าแล้ว เป็นรังแห่งโรค ผุพังกายของตนอันเปื่อยเน่าจะแตกเพราะชีวิตมีความตายเป็นที่สุด”
           ถอดความมาจากภาษาบาลีว่า “ ปสฺส จิตฺตกตํ  พิมฺพํ      อรุกายํ สมุสฺสิตํ            
                                                    อาตุรํ พหุสงฺกปฺปํ         ยสฺส นตฺถิ ธุวณฺฐิติ ฯ  
                                                    ปริชิณฺณมิทํ รูปํ           โรคนิทฺธํ ปภงฺคุณํ  
                                                    ภิชฺชติ ปูติ สนฺเทโห      มรณนฺตํ หิ ชีวิตํ ฯ  

         การได้เกิดมาเป็นมนุษย์ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากอยู่แล้ว  การดำเนินชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยในโลกที่วุ่นวายยิ่งยากกว่า  ผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวเลยยิ่งหาได้ยากอย่างยิ่ง  ค่อยๆประคับประครองตน ทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด ค่อยเป็นค่อยไป มีชีวิตอยู่ถึงวันใดก็จบสิ้นกันวันนั้น ในช่วงที่มีชีวิตอยู่นี้จะทำอะไรก็รีบทำ อย่ารอวันเวลา เพราะโรคภัยไข้เจ็บอาจจะพรากชีวิตของเราไปเมื่อใดก็ได้  การมีโรคประจำตัวบ้างก็ดีไปอย่าง จะได้เป็นเครื่องเตือนใจได้ว่า บางครั้งเราก็มีเพื่อนที่ไม่อยากคบอยู่ใกล้ๆตัวเรานี่เอง ตอนนี้ถือว่ามีโรคเส้นเลือดในหัวใจตีบเป็นเพื่อนร่วมเดินทางแห่งชีวิตแล้ว
     

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
01/02/59

Go to top