Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 5 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 

          ในช่วงเทศกาลวันแม่ แม้จะไม่ได้เดินทางไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน เพราะมีข้อจำกัดด้วยเงื่อนไขของเวลา บางครั้งชีวิตก็ไม่อาจจะกระทำตามที่ใจคิดได้ ยังนับว่าโชคดีที่โลกนี้เจริญด้วยเทคโนโลยี สามารถที่จะติดต่อสื่อสารกันได้ แม้จะอยู่ไกลกันสักเพียงใดก็ตาม เพียงแต่ยกโทรศัพท์ขึ้นก็สามารถสนทนาปาศรัยกับคนที่เราอยากจะพูดคุยด้วย เหมือนดั่งหนึ่งมีหูทิพย์ แม้จะไม่ได้เห็นหน้า เพียงแค่ได้ยินเสียงก็ยังนับว่าเหมือนได้ไปเยี่ยมอย่างใกล้ชิด และยังปฏิบัติตนตามคำที่แม่สอนไว้ตั้งแต่เด็ก คือจงเป็นผู้ปฏิบัติธรรม ทำแต่ความดี มีความรู้รักษาตนให้พ้นภัยได้

          การโทรศัพท์คุยกับแม่นั้นเป็นโทรศัพท์สายเดียวที่ไม่มีข้อจำกัด แม่อยากคุยอะไร เมื่อไหร่ได้ทุกสถานการณ์ นอกจากจะมีธุระจริงๆอยู่ในสถานที่ที่ไม่เหมาะเช่นบนรถเมล์ ก็ต้องบอกแม่ไปตามความจริงว่าตอนนี้ไม่ค่อยสะดวก จากนั้นจึงจะโทรกลับไปใหม่
          แม่เป็นคนเดียวที่สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง ส่วนมากเสียงของแม่มักจะโทรศัพท์มาตอนเย็นๆ ถามนั่นถามนี่ จากนั้นก็เริ่มคุยเรื่องของแม่ ซึ่งหัวข้อหลักก็คือเรื่องของหลานๆทั้งหลายที่กำลังอยู่ในวัยเรียน แม่อยากให้ลูกหลานทุกคนมีความรู้ แม้จะยากข้นแค้นแสนเข็ญอย่างไรก็จะพยายามหาเงินมาส่งเสียให้ลูกได้เรียนหนังสือจนได้ แม่มักจะสอนลูกของแม่ทุกคนเสมอว่า “เกิดเป็นคนอย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติสองอย่างคือเป็นคนดีและเป็นคนมีความรู้”
          ความดีต้องมาก่อนอื่นใด เนื่องจากแม่เป็นอุบาสิการู้จักวัดมาตั้งแต่เด็ก แม้ในปัจจุบันจะมีอายุมากขึ้นก็ยังไม่ห่างวัด หากวัดมีกิจกรรมการปฏิบัติธรรม แม่จะเป็นคนหนึ่งในจำนวนผู้ปฏิบัติธรรมนั้น

          แม่ไม่ได้มีความรู้มากมายอะไร แต่ก็พยายามสอนลูกให้เป็นคนดี เคยถามว่าคนดีในทัศนะของแม่คือคนเช่นใด
          แม่บอกว่า “คนดีคือคนที่ปฏิบัติธรรม เข้าใจธรรมชาติ มีความยุติธรรม มีความซื่อสัตย์ มุ่งในการทำบุญกุศล อย่าทำตนให้เป็นปัญหาแก่สังคม อย่าทำตนให้คนอื่นเดือดร้อน สรุปว่า อย่าเป็นคนชั่วก็แล้วกัน” แม่สรุปง่ายๆอย่างนั้น
          ในพระพุทธศาสนาคำว่า “ธรรม” หรือ “ธัมมะ” มาจากคำในภาษาบาลีว่า “ธมฺม” แปลว่า ธรรมชาติ ความจริง ปรมัตถธรรม บุญ ความดี ความยุติธรรม สิ่งปรากฏการณ์  อารมณ์ทางใจ เจตสิก เหตุ
          คนที่ปฏิบัติธรรมจึงหมายถึงคนที่เข้าใจธรรมชาติ ยึดมั่นในความจริง ทำบุญ มีความยุติธรรม หากเป็นการปฏิบัติขั้นสูงขึ้นไปก็ต้องเป็นประเภทกำหนดรู้ปรมัตถะ ซึ่งหมายถึงประโยชน์อย่างยิ่ง ความจริงอันสูงสุด จุดมุ่งหมายอันยอดเยี่ยมได้แก่นิพพาน ความหมายชั้นสูงสุด ความหมายที่จริงแท้ ธรรมจึงมีตั้งแต่ขั้นธรรมดาจนถึงขั้นสูงสุด
          ผู้ประพฤติธรรมในพระพุทธศาสนาย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เริ่มที่ไม่เสพธรรมอันเลว ไม่ประมาท ไม่เสพความเห็นผิด และไม่เป็นคนรกโลก ดังที่แสดงไว้ในขุททกนิกาย คาถาธรรมบท โลกวรรค (25/23/37) ความว่า “บุคคลไม่พึงเสพธรรมอันเลว ไม่พึงอยู่ร่วมกับความประมาท ไม่พึงเสพมิจฉาทิฐิ ไม่พึงเป็นคนรกโลก ภิกษุไม่พึงประมาทในบิณฑะที่ลุกพึงขึ้นยืนรับ พึงประพฤติธรรมให้สุจริต ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า พึงประพฤติธรรมให้สุจริต ไม่พึงประพฤติให้ทุจริต ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า"

          แปลมาจากภาษาบาลีว่า “หีนํ ธมฺมํ น เสเวยฺย       ปมาเทน น สํวเส
                                          มิจฺฉาทิฏฺฐึ น เสเวยฺย      น สิยา โลกวฑฺฒโน ฯ 
        
                                 อุตฺติฏฺเฐ  นปฺปมชฺเชยฺย   ธมฺมํ สุจริตํ จเร             
                                          ธมฺมจารี สุขํ เสติ           อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ฯ  
          ในอรรถกถาขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม 1 ภาค 2 ตอน 3 หน้าที่ 229 มีคำอธิบายไว้ว่า “คำว่าธรรมอันเลวภาษาบาลีคือ “หีนํ  ธมฺมํ” ในอรรถกถาอธิบายไว้ว่าได้แก่ธรรมคือเบญจกามคุณ แท้จริง  ธรรมคือเบญจกามคุณนั้น อันชนเลวโดยที่สุดแม้อูฐและโคเป็นต้นพึงเสพ ธรรมคือเบญจกามคุณ ย่อมให้สัตว์ผู้เสพบังเกิดในฐานทั้งหลายมีนรกเป็นต้นอันเลวเพราะเหตุนั้น  ธรรมคือเบญจกามคุณนั้นจึงชื่อว่าเป็นธรรมเลว
          คำว่า “กามคุณ” หมายถึงส่วนที่น่าใครน่าปรารถนา ส่วนที่ดีหรือส่วนอร่อยของกาม รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ  เฉพาะส่วนที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เรียกว่า “กามคุณ”
          คำว่า “ความประมาท” หมายความว่า  ไม่พึงอยู่ร่วมแม้ด้วยความประมาท  มีอันปล่อยสติเป็นลักษณะ
          คำว่า  “โลกาวฑฺฒโน” อธิบายความว่า  ก็ผู้ใดทำอย่างนี้ (คือเสพกามคุณ และขาดสติ) ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเป็นคนรกโลก เพราะเหตุนั้น  ไม่พึงเป็นคนรกโลก เพราะไม่ทำอย่างนั้น
          คำว่า “คนรกโลก” เป็นคำที่อธิบายตีความได้ยาก ดังนั้นจึงขอยึดตามพระอรรถกถาจารย์ที่ท่านได้อธิบายและตีความไว้แล้ว

          ในอรรถกถาขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม 1 ภาค 2 ตอน 3 หน้าที่ 235 อธิบายคำว่า “ธรรม” ไว้ว่าบทว่า  “ธมฺมํ”   ความว่า   เมื่อละการแสวงหาอันไม่ควรแล้วเที่ยวไปตามลำดับตรอกชื่อว่าพึงประพฤติธรรมคือการเที่ยวไปเพื่อภิกษานั้นนั่นแลให้เป็นสุจริต 
          คำว่า “สุขํ  เสติ” นั่นสักว่าเป็นเทศนา อธิบายว่าเมื่อประพฤติธรรมคือการเที่ยวไปเพื่อภิกษาชื่อว่าประพฤติธรรมเป็นปกติ ย่อมอยู่เป็นสุขโดยอิริยาบถแม้ทั้ง 4  ในโลกนี้และโลกหน้า
         คำอธิบายในอรรถกถาการประพฤติธรรมคือการดำเนินตามทางสุจริต ใครทำหน้าที่ มีงานอะไรก็ต้องทำให้สุจริตในสังคีติสูตร ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค(11/228/227) ได้แสดงสุจริตไว้สามประการคือ “สุจริต สามอย่างคือ(1) กายสุจริต    ความประพฤติชอบทางกาย (2) วจีสุจริต ความประพฤติชอบทางวาจา (3) มโนสุจริต ความประพฤติชอบทางใจ
          ใครที่ประพฤติตนในความสุจริตทั้งกาย วาจาและใจ ผู้นั้นก็ย่อมได้ชื่อว่าผู้ประพฤติธรรม และย่อมจะได้รับผลแห่งการปฏิบัติตามสมควรคืออยู่เป็นสุข นอนเป็นสุข หรือมีความสุขในทุกอิริยาบถ ตามคำในภาษาบาลีว่า “ธมฺมจารี สุขํ เสติ” ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข 

          คำว่า “ธมฺมจารี” หมายถึงผู้ประพฤติธรรม ผู้ปฏิบัติตามธรรม

          ถึงแม้ว่าแม่จะไม่ได้มีความรู้ทางด้านภาษาบาลีเลยก็ตาม แต่เพราะการประพฤติปฏิบัติตนเข้าวัดฟังธรรมจากพระภิกษุมามาก บางอย่างอธิบายตามหลักวิชาไม่ได้ แต่อธิบายตามหลักของการปฏิบัติได้ แม่จึงมักเน้นย้ำแก่ลูกๆอยู่เสมอว่า เกิดเป็นคนต้องทำตนเป็นคนดีและเป็นคนมีความรู้ คำว่า “คนดี” และ “คนมีความรู้” ตามทัศนะของแม่อธิบายไม่ยาก แม่บอกง่ายๆว่า “คนดี อย่าทำให้ใครเดือดร้อน คนมีความรู้ ต้องเอาตัวรอดให้ได้”
          วันแม่ปีนี้คงต้องเยี่ยมแม่ทางโทรศัพท์ ส่งใจไปหาฝากใจไปคารวะ ขอให้แม่มีสุขภาพดี มีจิตใจที่เข้มแข็ง แม้จะอยู่ไกลกันสักเพียงใดก็ตาม ลูกก็ยังพยายามปฏิบัติตนตามคำสอนของแม่ “พยายามเป็นคนดีและเป็นคนมีความรู้” ประพฤติปฏิบัติตามธรรม ทุกวันนี้ยังอยู่สุขสบายตามฐานะ ไม่ได้ร่ำรวยด้วยทรัพย์สินเงินทอง แต่ทว่าร่ำรวยด้วยความสงบสุขและอยู่อย่างสันติสุข

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
11/08/58

Go to top