Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

           แม้ว่าโลกนี้จะมีสิ่งมหัศจรรย์มากมายให้ได้ศึกษาค้นหา แต่ทว่าในช่วงเวลาแห่งชีวิตหนึ่งคงไม่มีโอกาสได้เดินทางไปดูสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นได้ทั่วถึง หรือหากจะมีใครบางคนที่ชอบการเดินทางก็อาจจะมีอยู่บ้างที่ได้เดินทางไปทัศนาสิ่งทั้งหลายด้วยตาตนเอง แต่คนส่วนมากไม่ได้มีโอกาสอย่างนั้น อาจจะมีบ้างที่ได้เดินทางไปเที่ยงชมความงดงามของสรรพสิ่งในบางช่วงโอกาส แต่หากไม่ได้เดินทางไปไหน เพียงแค่ได้ทักทายต้นไม้ใบหญ้าที่ชูดอกออกใบใกล้ๆที่พักก็ถือว่าเป็นการเดินทางอย่างหนึ่ง

           พยามยามใช้ชีวิตแบบตัวคนเดียวมานาน บางครั้งอยู่ในป่า บางครั้งอยู่ในถ้ำ บางครั้งอยู่ในสังคมที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ทว่าในที่สุดก็ต้องย้อนกลับมายังที่เก่า ในที่ที่มีญาติพี่น้อง มีแม่คอยติดตามข่าวคราวการเคลื่อนไหวตามลีลาแห่งชีวิต แท้จริงแล้วมนุษย์เหมือนกับเราไม่ได้อยู่คนเดียวจริงๆสักครั้ง ส่วนหนึ่งอยู่เพื่อคนอื่นทั้งนั้น
           การจะเดินทางไกลไปที่ไหนสักแห่งนั้น แม้ปัจจุบันจะสะดวกสบาย ใช้เวลาเดินทางไม่นาน แต่ทว่าบางครั้งก็รีบร้อนเกินไป จนแทบจะไม่มีเวลาได้สัมผัสชื่นชมกับความงามของสถานที่นั้นเลย บางครั้งแม้แต่จะถ่ายภาพสักภาพก็ยังแทบจะไม่ทันเวลา ดูเหมือนเวลาจะเป็นตัวกำหนดสภาวะของชีวิต เป็นชีวิตของการทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินตราและนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ส่วนหนึ่งมิใช่ทำงานเพื่อนตนเองแต่กลับกลายเป็นการทำงานเพื่อคนอื่น เพื่อครอบครัว เพื่อการศึกษา เพื่ออนาคตของลูก  มีเวลาเหมือนไม่มีเวลา มีเงินตราก็เหมือนไม่มี มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่อยากไป แต่ยังไม่เคยได้ไป

           ช่วงนี้หน้าฝนการเดินทางลำบาก อีกอย่างไม่อยากไปไหน เช้าหลังฝนตกอากาศสดใส สำรวจดูกล้องถ่ายภาพที่ไม่ได้ใช้งานมานาน อากาศชื้นแบบนี้หากไม่ดูแลรักษาให้ดี มีโอกาสขึ้นรา อาจจะทำให้กล้องเสียหายได้ ช่วงฤดูฝนอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ก็ควรตรวจดูกล้องหรือนำกล้องออกมาใช้งานบ้าง เช้าที่อากสสดใสเดินถือกล้องไปที่สวนป่าหลังวัด ที่ทางวัดมีโครงการสร้างเป็นสวนป่าเพื่อเป็นสถานที่สำหรับการปฏิบัติธรรม มีโครงการสร้างอาคาร วางศิลาฤกษ์ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง สถานที่ตรงนั้นจึงเป็นลานหญ้าที่มีต้นไม้ใบหญ้างอกขึ้นแซมดิน มีดอกไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติประเภทดอกต้อยติ่ง ดอกหญ้า ซึ่งมีอายุไม่นานก็เหี่ยวแห้งไปตามธรรมชาติของไม้ล้มลุกพวกนี้ มาอยู่ในโลกไม่นาน ออกดอกเบ่งบานเป็นเครื่องประดับโลกเพียงชั่วครู่ก็โรยราและจากโลกนี้ไป เหลือไว้แต่เผ่าพันธุ์ที่พร้อมจะงอกแตกหน่อออกใบในอนาคตกาล ดอกนี้แห้งเหี่ยวไป ดอกใหม่ก็มา นั่นคือความเป็นธรรมดาของธรรมชาติ โลกจึงไม่เคยขาดจากต้นไม้ใบหญ้า
           มนุษย์ก็คงไม่แตกต่างไปจากเผ่าพันธุ์ของต้นไม้สักเท่าไหร่ เมื่อแก่ชราก็จากโลกนี้ไป ปล่อยหน้าที่ให้ลูกหลานได้สืบต่อเผ่าพันธุ์กันต่อไป มนุษย์จึงไม่เคยหายไปจากโลก แม้ว่าบางพื้นที่จะมีมหันตภัยร้ายแรงคร่าชีวิตของผู้คนจำนวนมากก็ตามทีเถิด แต่ก็ยังคงมีคนที่รอดชีวิตและสืบต่อเผ่าพันธุ์ไม่เคยสูญหายไปไหน ดูเหมือนว่ามนุษย์มีจำนวนมากขึ้นทุกวัน หากไม่มีการล้มตายบ้าง อีกไม่นานมนุษย์ก็ต้องล้นโลก

           เดินเล่นในสวนป่าหลังวัด ถ่ายภาพต้นไม้ใบหญ้าไปตามเรื่อง ภาพก็ไม่ได้สวยอะไร เพราะดอกไม้ก็แสนธรรมดา ต้นหญ้าก็ธรรมดา ผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาก็ส่งเสียงทักทายบ้าง “ถ่ายภาพอะไรหรือหลวงพ่อ ดอกต้อยติ่งมันสวยตรงไหน ดอกไม้ธรรมดาผู้คนเดินเหยียบย่ำจมดิน”
           ใครที่ถามก็มักจะตอบคล้ายๆกันว่า “ถ่ายไปอย่างนั้นแหละ” ปัญหาไม่ได้อยู่ที่งามหรือไม่งาม แต่อยู่ที่การได้ถ่ายภาพต่างหาก ส่วนอื่นๆเป็นเพียงองค์ประกอบรองลงมา การได้ทำในสิ่งที่เรารักนั่นคือความสุขอย่างหนึ่ง ส่วนผลงานจะออกมาอย่างไรนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
           อยู่ที่สวนป่าตั้งแต่เช้าจนจนแดดยามเที่ยงวันใกล้จะมาเยือน ถือกล้องก้มๆเงยๆ ถ่ายภาพได้บ้างไม่ได้บ้าง บางครั้งวัดแสงได้พอดี หามุมได้พอเหมาะกำลังจะกดชัตเตตร์ กระแสลมก็กรรโชกแรง เป้าหมายก็ปลิวว่อนร่อนไปตามแรงลม พอลมสงบสภาพแสงก็เปลี่ยนไป ต้องเริ่มต้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า

           พยายามจะถ่ายภาพผึ้งที่บินว่อนมาเกาะดอกไม้เพื่อกินน้ำหวาน ผึ้งได้ยินเสียผิดปรกติก็บินหายไป บางครั้งต้องนั่งรอ รอจนผึ้งเผลอจึงได้ภาพตามที่ต้องการ ดูเหมือนว่าชีวิตจะไม่ได้มีคุณค่าไม่มีคุณประโยชน์อันใด เพราะไม่ได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่อะไรเลย แต่ทว่าชีวิตธรรมดา ชีวิตที่รอคอยบางช่วงโอกาสกลับเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขอย่างหนึ่ง แม้จะอยู่กลางเปลวแดดร้อนก็แทบจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
           ถามตัวเองว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่อใคร ก็หาคำตอบที่เหมาะสมไม่ได้ พ่อก็เสียชีวิตแล้ว มีแม่ที่อายุมากแล้วอยู่กับน้องสาวคนเล็ก มีหลาน เหลน วิ่งเล่นพอให้ได้ออกกำลังปาก กลับไปเยี่ยมแม่อยู่บ้างแม้จะไม่บ่อยนัก แต่หากแม่อยากคุยด้วยก็สามารถโทรศัพท์มาพูดคุยได้ทุกเวลา เป็นโทรศัพท์สายเดียวที่ไม่เคยจำกัดเวลา แม่อยากสนทนานานเท่าไหร่ก็ได้ อยากพูดอะไรก็ได้ แทบทุกครั้งจึงมักจะได้ฟังแม่เล่าถึงเรื่องของหลานแม่ คนนั้นเรียนจบชั้นนั้นแล้ว กำลังจะเข้าเรียนชั้นนั้น อีกคนกำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งอีกสองสามปีคงจบปริญญากันแล้ว ปีนี้มันสัมปะหลังราคาดี เขาคงพากันซื้อรถกระบะมาใช้ในการขนส่ง อีกจิปาถะที่แม่มักเล่าผ่านโทรศัพท์ จนกระทั่งแม่ไม่มีอะไรจะพูดก็มักจะปิดการสนทนาว่า “ท่านยังสบายดีอยู่หรือ” ซึ่งเมื่อได้รับคำตอบก็วางสาย 

           หากจะตอบว่าชีวิตปัจจุบันอยู่เพื่อแม่ก็คงไม่ชัดเจนนัก เพราะต่างฝ่ายต่างอยู่ อยู่กันคนละจังหวัด ที่แท้เราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อใครดอก มีชีวิตและลมหายใจอยู่เพื่อตัวเราเอง
           แม้จะไม่ได้เดินทางไปไหนไกล เพียงแค่ได้สัมผัสกับต้นไม้ใบหญ้าที่เกิดขึ้นตามริมรั้ว ตามลานวัดที่เดินผ่านมาผ่านไปทุกวัน แต่ทว่ากลับไม่เคยได้ชื่นชมความงาม ไม่เคยได้บันทึกภาพแห่งความงดงามที่แฝงเร้นอยู่ตามธรรมดาของสรรพสิ่ง ในวันที่ไม่รู้จะไปไหน การได้เดินเล่นริมรั้วกลับเป็นการเดินทางที่มีความสุขอย่างหนึ่ง เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆ ที่หาได้ใกล้ๆตัวเรานี่เอง


 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
21/06/58

Go to top