Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

            ทำไมเมื่อฝนตกรถจึงติด เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบสุดท้ายมานานแล้ว สาเหตุของรถติดบนถนนหนทางในกรุงเทพมหานครบางวันคาดเดาไม่ได้ ที่คิดว่าหนทางจะสะดวกกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด บางวันรถติดแบบไม่มีเหตุผล จะเดินทางไปไหนมาไหนต้องเตรียมกายเตรียมใจเผื่อไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งถึงสองชั่วโมง ชีวิตของคนกรุงเทพเป็นไปดั่งนี้มานานหลายปีแล้ว รถติดจนกลายเป็นความเคยชิน

            เช้าวันหนึ่งมีฝนโปรยปรายลงมาตั้งแต่เมื่อคืนและยังคงตกต่อเนื่องมาจนถึงตะวันสาย แต่วันนั้นมีธุระที่จะต้องเดินทางไปยังศาลายา นครปฐมแต่เช้า แม้จะทำใจไว้ก่อนแล้วว่าหากวันไหนฝนตกรถก็จะต้องติด จึงออกจากวัดตั้งแต่เช้า ก่อนเวลานัดหมายถึงสามชั่วโมง ตากปรกติหากไม่มีอะไรก็จะใช้เวลาในการเดินทางประมาณสี่สิบนาที แต่วันนั้นใช้เวลาเดินทางนานกว่าสองชั่วโมง
มีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่งมีมนุษย์จากต่างดาวเดินทางมาท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์ เมืองที่เขาเลือกคือกรุงเทพมหานคร เพราะมีคำเล่าลือไปไกลว่าเป็นเมืองที่สวยงามมาก เป็นเหมือนหนึ่งแดนสวรรค์ในโลกมนุษย์ มีปราสาทราชวังและวัดวาอารามที่งดงาม บางแห่งประดับด้วยอัญญมณีอันล้ำค่า มนุษย์ต่างดาวได้ยินคำล่ำลือจึงตัดสินใจเดินทางมาเยี่ยมชมเพื่อให้เห็นกับตาว่างามสมคำเล่าลือหรือไม่

            ช่วงนั้นเป็นฤดูฝน บังเอิญวันที่มนุษย์ชาวต่างดาวมาถึงฝนตกหนัก รถจึงคิดยาวเป็นแพ ถนนหนทางแต่ละแห่งเต็มไปด้วยรถ มนุษย์ต่างดาวขับยานวนเวียนอยู่หลายรอบก็เปลี่ยนใจ เพราะแค่เห็นรถติดก็ไม่น่าดูชมแล้ว สู้ขับยานลอยล่องไปชมความงามของท้องฟ้าในหมู่ดาวอื่นๆดีกว่า บนห้วงนภากาศไม่มีปัญหาด้านการจราจร จะไปไหนมาไหนก็รวดเร็วทันใจ เพียงแค่คิดก็ไปถึงแล้ว มนุษย์ต่างดาวคนนั้นมายังมนุษยโลกเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆก็ไม่เคยกลับมายังโลกนี้อีกเลย เพราะสิ่งที่เขามาเห็นในวันนั้นคือรถติดและน้ำท่วม เมืองในจินตนาการจึงไม่ได้งดงามเหมือนดั่งที่คิดไว้ ความจริงกับจินตนาการมักจะเดินสวนทางกันเสมอ
            อันที่จริงโลกมนุษย์มิได้มีเพียงฤดูฝนฤดูเดียว ยังมีอีกหลายฤดูเช่นฤดูร้อน ฤดูหนาว บางแห่งยังมีฤดูใบไม้ร่วง ฤดูใบไม้ผลิ แต่ละฤดูกาลมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน มีความงามของแต่ละช่วงเวลา บางฤดูมีดอกไม้เบ่งบานหลากสีประดับตกแต่งโลกนี้ให้งดงามตามธรรมชาติ
ฤดูร้อน แม้อากาศจะร้อน แต่ทว่าท้องฟ้าโป่งใส ธรรมชาติงดงาม ทุ่งโล่ง ทางเตียน ผู้คนออกมาละเล่นสนุกสนานเพลิดเพลิน บางแห่งเล่นสาดน้ำในวันสงกรานต์ ความร้อนก็ถูกชดเชยด้วยวัฒนธรรมประเพณี หากเป็นชายทะเลก็ยิ่งสวยงาม ท้องฟ้าสีคราม ทะเลสงบ เหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเล มนุษย์สร้างวัฒนธรรมประเพณีเพื่อให้เหมาะกับฤดูกาล

 

            ฤดูฝนก็ไม่ใช่มีแต่ฝนและรถติดอย่างที่เห็น ตามรอบนอกในต่างจังหวัด ฝนคือโอสถทิพย์ที่หลั่งชโลมพื้นดิน ทำให้เกษตรกรได้เพาะหว่านพืชพันธุ์ธัญญาหาร เพื่อจะได้เป็นอาหารของชาวโลก ต้นไม้ใบหญ้าก็ออกใบเขียวสดน่าทัศนาเป็นอย่างยิ่ง
            ฤดูหนาว อากาศเย็นสบาย สายลมพัดผ่านในบางช่วงเวลา ดอกไม้มักจะออกดอกในช่วงนี้ ความหนาวจึงถูกชดเชยด้วยความงดงามของมวลบุบผา จะว่าไปพื้นที่บางแห่งยังก่อกองไฟเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นได้ หากมนุษย์ต่างดาวเดินทางมาในช่วงเวลานั้น อาจจะหลงใหลในธรรมชาติอันงดงามของฤดูหนาวก็ได้
            โลกเปลี่ยนไปตามฤดูกาล มนุษย์ก็ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไปตามโลกเหมือนกัน แต่อาจจะมีบางส่วน บางพื้นที่ที่พยายามฝืนธรรมชาติ จนแทบจะไม่รู้จักความร้อน ความหนาว เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกสามารถปรับเปลี่ยนสภาพอากาศให้เป็นไปตามที่ตนเองต้องการ
หากมนุษย์ต่างดาวรออีกสักพัก เมื่อช่วงเวลารถติดผ่านไป ก็จะได้เห็นรุ้งกินน้ำที่โผล่ตัวขึ้นเบื้องหลังขอบฟ้า หลังฝนตก รุ้งที่พากผ่านขอบฟ้าก็เป็นความมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง เพียงแต่ต้องรอเวลาที่เหมาะสมจึงจะได้เห็น บางครั้งมนุษย์ก็รอไม่ค่อยได้ มักจะเป็นประเภท รอไม่ได้ ใจไม่เย็น จึงเป็นทุกข์ หากเปลี่ยนมุมมองใหม่เป็นรอให้ได้ ใจเย็น ย่อมเป็นสุข ความสุขหรือความทุกข์ส่วนหนึ่งเกิดจากจิตใจเราเข้าไปรับรู้และกำหนดเอง

 

            หากจะตัดสินทุกอย่างเพียงที่ตาเห็นอาจจะไม่ได้พบความจริงแท้ เพราะในตัวของมนุษย์มิได้มีเพียงแค่ตาเท่านั้นยังมีสิ่งที่สามารถสัมผัสรับรู้ได้อีกตั้งหลายอย่างคือ หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ซึ่งมีอยู่ในอัตตภาพของความเป็นมนุษย์ เป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้ ดังที่แสดงไว้ในทสุตตรสูตร ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (11/424/261) ความว่า “ธรรมหกอย่างที่ควรกำหนดรู้คืออายตนะภายในหกได้แก่อายตนะคือตา  อายตนะคือหู อายตนะคือจมูก  อายตนะคือลิ้น  อายตนะคือกาย  อายตนะคือใจ  ธรรมหกอย่างเหล่านี้ควรกำหนดรู้”
            เหตุการณ์บางอย่างกับสถานที่บางแห่งย่อมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต้องกำหนดรู้ด้วยอายตนะจากนั้นทำใจให้ยอมรับกับสภาพที่จะต้องประสบพบเห็นและสัมผัสด้วยความเป็นจริง การได้เกิดมาเป็นมนุษย์นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี มีโอกาสได้สัมผัสกับสิ่งทั้งหลายด้วยอายตนะทั้งหกประการ บางอย่างแม้จะไม่ถูกตา ไม่ถูกหู ไม่ถูกจมูก ไม่ถูกลิ้นและไม่ถูกกาย แต่อาจจะถูกใจก็ได้ หากกำหนดรู้และทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น จะอยู่ที่ไหน จิตใจก็ไม่วุ่นวาย

            โลกเดือดร้อนวุ่นวายเพราะอายตนะภายในและอายตนะภายนอกสัมผัสกัน เมื่อยึดมั่นถือมั่นก็เดือดร้อน ดังที่แสดงไว้ในโลกสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (15/197/56 ) ความว่า “เมื่ออายตนะหก เกิดขึ้นโลกจึงเกิดขึ้น โลกย่อมทำความชมเชยในอายตนะหก โลกยึดถืออายตนะหกนั่นแหละโลกย่อมเดือดร้อนเพราะอายตนะหก”
            เช้าวันฝนตกแม้จะยืนรอรถนานกว่าปรกติ ก็ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตผู้คนที่ต่างก็รีบร้อนแข่งกับเวลาเพื่อที่จะได้รีบไปให้ทันทำงาน ในช่วงที่นั่งอยู่ในรถคนขับพยายามสาธยายเกี่ยวกับปัญหารถติดในกรุงเทพมหานคร “แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกต้องขับรถตามหน้าที่ ทำมาหากินไปตามที่ผมถนัด เพราะผมตัดสินใจเลือกเองว่าอาชีพนี้ดีที่สุด เหมาะสมที่สุดสำหรับผมแล้ว ผมขออนุญาตเปิดเพลงฟังแก้เหงานะครับ” เสียงเพลงจากเครื่องเล่นแว่วดังมาเข้าหู ตาก็เริ่มจะหลับ เสียงคนขับคงดื่มด่ำกับเสียงเพลงที่เขาเลือกเอง ส่วนคนโดยสารหลับไปตอนไหนไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็ถึงที่หมายปลายทางแล้ว
            ประเทศไทยมิได้มีแต่กรุงเทพ ยังมีสถานที่อื่นๆอีกมากมายให้ได้สัมผัสกับความงาม ได้สัมผัสกับธรรมชาติที่ยังคงมีความบริสุทธิ์ พร้อมที่จะให้ใครสักคนได้ไปเยือน หากมนุษย์ต่างดาวคนนั้นลงมาพบกับทุ่งนาป่าเขา ลำธารน้ำใสไหลเย็น อาจจะเปลี่ยนความคิดใหม่ตั้งหลักปักฐานอยู่อย่างถาวรในโลกมนุษย์แห่งนี้เลยก็ได้

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
11/06/58

Go to top