Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 5 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 

          ในวันที่เดินทางไปร่วมประชุมเสนอผลงานของนักศึกษาระดับปริญญาเอกร่วมกับมหาวิทยาลัยบานารัส ฮินดูนั้น โปรแกรมการเดินทางมีปัญหา เนื่องจากรถออกจากเมืองคยามุ่งหน้าสู่พารณสี ตามกำหนดการต้องแวะเข้าสักการะธัมเมกขสถูป ที่สารนาถก่อนห้าโมงเย็น จากนั้นจึงจะเข้าร่วมประชุมสัมมนา กำหนเวลาไว้ประมาณบ่ายสามโมงเย็น แต่บ่ายโมงรถพึ่งเคลื่อนเข้าสู่เมืองพาราณสี และมีปัญหาด้านการจราจรซึ่งติดอย่างหนัก รถแทบจะเคลื่อนตัวไม่ได้ หากเหตุการณ์เป็นไปทำนองนี้กว่าจะถึงมหาวิทยาลัยพารณสีเร็วที่สุดน่าจะห้าโมงเย็น แต่การประชุมสัมมนากำหนดไว้เวลาบ่ายสามโมงเย็น

          บนท้องถนนที่มีรถนานาชนิด อีกทั้งยังมีวัวเดินเล่นกลางถนนอย่างสบายอารมณ์ การที่จะเดินทางไปสู่เป้าหมายให้ทันเวลาตามวิธีการเดิมดูเหมือนว่าแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้ แม้ว่าอากาศช่วงนั้นจะหนาวเย็น แต่ทว่าหลายคนเริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้า สู้กับอะไรก็พอไหว แต่หากคิดจะสู้กับปัญหาจราจรติดขัดอย่างนี้ มีแต่จะต้องพ่ายแพ้ พอรถเคลื่อนตัวมาถึงหน้าสถานีรถไฟเมืองพารณสี ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยพาราณสีท่านหนึ่งที่เคยพำนักที่อินเดียมานานสิบสี่ปีเข้าใจสถานการณ์ของเมืองนี้ดีจึงเสนอวิธีการว่า “ให้ขบวนใหญ่มุ่งหน้าไปที่ธัมเมกขสถูป สารนาถ ส่วนผู้ที่จะนำเสนองานและคณาจารย์ส่วนให้แยกตัวไปที่มหาวิทยาลัย”
       แนวคิดนี้เสนอขึ้นทันเวลาพอดี ที่ประชุมรับหลักการและดำเนินตามแผนการทันที รถบัสโดยสารสองคันยังมุ่งตรงสู่เป้าหมายเดิม แต่นักศึกษาและคณาจารย์อีกสิบรูปคน เปลี่ยนจากรถบัสโดยสารมาใช้รถริกชอร์หรือรถสามล้อเครื่องแทน ในเส้นทางที่เราไม่คุ้นเคยย่อมต้องอาศัยผู้บอกทาง

          จะเรียกว่าสามล้อซิ่งก็คงไม่ผิดนัก เพราะเพียงชั่วเวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีก็สามารถแหวกการจรจรที่ติดขัดอย่างหนักออกมาได้ โซเฟอร์ผู้ชำนาญทางขับรถสามล้อคู่ชีพลัดเลี้ยวไปตามตรอกเล็ก ซอยน้อย จนทะลุถนนใหญ่ พร้อมทั้งเสียงก่นด่าของผู้สัญจรบนท้องถนนคนอื่นๆแว่วมาตามหลัง ก็พวกเล่นขับรถแบบไม่เกรงใจใคร บีบแตรเสียงดังลั่นไปตลอดทาง หากเป็นกรุงเทพมีหวังโดนรุมประชาทัณฑ์ไปแล้ว แต่ที่นี่เมืองพารณสีเสียงแตรรถเป็นเรื่องธรรมดา และยังมีคำเตือนไว้ท้ายรถแทบทุกคันด้วยว่า “กรุณาบีบแตร”
          ที่สี่แยกแห่งหนึ่งมีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวกัน บังโคลนรถเก๋งคันหนึ่งหลุดออกมาอยู่กลางถนน โซเฟอร์สามล้อคันที่พาคณะเราไปจอดรถรีบเดินไปหยิบเศษบังโคลนท้ายรถ ในขณะที่ผู้โดยสารกำลังงุนงนกับเหตุการณ์ โซเฟอร์สามล้อตีนผีก็ขับแหวกฝูงชนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์ออกมาได้อย่างปลอดภัยพร้อมด้วยบังโคลนของรถอีกคันติดมาในรถด้วย
          ตอนนั้นแต่ละคนคิดเหมือนกันว่า โซเฟอร์สามล้อคงจะหวังดีนำไปส่งคืนเจ้าของ แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว เขาคงไม่มีโอกาสได้คืน แต่คงกลายเป็นสินค้าที่สามารถทำเงินได้ ก็ได้แต่ปลงอนิจจังมนุษย์หนอมนุษย์ช่างมีความโลภไม่มีที่สิ้นสุด ทำงานบนความทุกข์ของคนอื่น

          วันนั้นไปถึงห้องประชุมก่อนเวลาเพียงห้านาที รักษาเวลา รักษากติกาไว้ได้อย่างหวุดหวิด เมื่อนักศึกษาไทยออกมาต้อนรับ แม้อากาศจะหนาวลมแรง ก็ยังเห็นใครบางคนปาดเหงื่อที่หน้าผาก มันหวุดหวิดจริงๆในขณะที่อาจารย์จากมหาวิทยาลัยพารณสีเดินเข้าสู่ห้องประชุมพอดี
          งานสัมมนาทางวิชาการก็เริ่มต้นขึ้นตามกำหนดเวลาเดิม แม้จะมีคนมาร่วมงานน้อยไปหน่อย แต่ก็ได้แจ้งให้ทราบว่าขบวนผู้เข้าร่วมประชุมกำลังตามมาในเวลาอีกไม่นาน
          งานดำเนินไปด้วยดีตามกำหนดการเดิม นักศึกษาไทยนำเสนอผลงานการวิจัย นักศึกษาไทยในเมืองพาราณสีและคณาจารย์ซักถามปัญหา จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณห้าโมงเย็น ขบวนนักศึกษาและคณาจารย์ที่เดินทางไปนมัสการธัมเมกขสถูปก็เดินทางมาถึง
          กรุงเทพมหานครได้ชื่อว่าเมืองที่มีปัญหาการจราจรตัดขัดติดอันดับโลกแต่ก็ติดบางช่วงเวลา ยังมีเวลาที่ท้องถนนโล่งว่างอยู่บ้าง แต่ที่เมืองพาราณสีในวันนั้นต้องยอมรับว่ารถติดจริงๆ หากไม่เปลี่ยนเส้นทาง ไม่เปลี่ยนวิธีการคงไปไม่ทันงาน

          การปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง บางครั้งการดำเนินสู่เป้าหมายไม่จำเป็นต้องใช้เส้นทางเดียว บางทีอาจจะมีทางอื่นให้เลือกที่แม้จะไม่ค่อยสะดวกนัก แต่ก็ทำให้ไปถึงจุดปลายทางได้ทันเวลา
          ชีวิตของมนุษย์บางครั้งก็ต้องปรับเปลี่ยนวิถีแห่งการปฏิบัติบ้าง ทางให้เดินมีหลายทาง บางครั้งทางที่เราเลือกอาจจะมีปัญหา ก็เปลี่ยนเส้นทางเสียบ้าง โลกนี้ยังมีทางให้เลือกอีกมากมายหลายทาง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตอาจจะดำเนินไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น
          แต่ทว่าทางไหนที่ควรไปทางไหนที่ไม่ควรไป บางครั้งตัวเราเองก็อาจจะเลือกผิดก็ได้ จึงต้องอาศัยท่านผู้รู้ ผู้ชำนาญ ผู้มีประสบการณ์มาก่อนเป็นผู้ชี้ช่องทาง ในพระพุทธศาสนา เหล่าพุทธสาวกและพุทธบริษัททั้งหลายเดินตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ที่ทรงค้นพบวิธีออกจากทุกข์ เดินไปสู่ความดับทุกข์ ตามหลักอริยสัจจ์สี่คือกำหนดรู้ทุกข์ การละเหตุเกิดแห่งทุกข์  การทำให้แจ้งภาวะที่สิ้นทุกข์ และการเจริญดำเนินไปสู่ทางแห่งความดับทุกข์ที่เรียกว่าอริยมรรคมีองค์แปดกล่าวโดยสรุปคือศีล สมาธิ ปัญญานั่นเอง ส่วนใครจะเดินทางตามทางที่พระพุทธองค์ทรงชี้บอกทางหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกของแต่ละคน เพราะพระพุทธองค์ก็ทรงบอกว่าพระองค์เป็นแต่เพียงผู้บอกทาง ดังที่แสดงไว้ในโธตกมาณวกปัญหานิทเทส  ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส(30/219/116) ความว่า “ดูกรพราหมณ์ตถาคตเป็นแต่ผู้บอกทาง ใครถามทางแล้วก็บอกให้ บุคคลทั้งหลายปฏิบัติอยู่ด้วยตนพึงพ้นได้เอง”

          ภาษาบาลีใช้คำว่า “มคฺคกฺขายี พฺราหฺมณ  ตถาคโต มคฺคํ ปุฏฺโฐ อาจิกฺขติ อตฺตนา ปฏิปชฺชมานา มุญฺเจยฺยุนฺติ”
          ใครอยากจะมีชีวิตอย่างไร อยากเป็นอยู่อย่างไร จะวางแผนในอนาคตไว้อย่างไร นั่นเป็นเรื่องของแต่ละคน วิถีแห่งการดำเนินชีวิตก็แตกต่างกันไปตามวิถีทางที่เราเลือก ส่วนใครจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความเพียรพยายามด้วยกำลังและเรี่ยวแรงของแต่ละคน
          ดูเหมือนกับว่าเมืองพาราณสีเป็นเมืองที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีในอดีตไว้ได้มากที่สุด มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก บางอย่างยังคงอยู่ติดต่อกันเป็นเวลานาน จนกลายเป็นเสน่ห์ที่หาดูไม่ได้ในเมืองอื่นเช่นการเผาศพริมฝั่งแม่น้ำคงคาที่เล่าขานกันมาว่า เปลวไฟที่เผาศพลุกโชนไม่เคยมอดดับมานานกว่าสี่พันปี เป็นวิถีที่ชาวเมืองได้เลือกดำเนินตามความเชื่อที่ยึดถือกันมานาน

          วันนั้นเมื่องานสัมมนาเสร็จสิ้น พาราณสีก็ตกอยู่ในความมืด ท้องถนนที่เคยมีปริมาณรถมากก็พลันว่างโล่ง ผู้คนกลับเข้าสู่เคหสถานเพื่อพักผ่อนหลับนอนดูประหนึ่งว่าผู้คนในเมืองนี้ยังคงดำเนินชีวิตตามแสงตะวัน อาทิตย์ขึ้นก็ตื่นขึ้นมาทำงาน พออาทิตย์ลับขอบฟ้าก็เลิกงานพักผ่อนรอวันใหม่ที่จะมาเยือนในเวลารุ่งสางของอีกวัน ดำเนินชีวิตมีลมหายใจแบบวันต่อวัน

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
06/02/58

Go to top