Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 5 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 

           เสียงไก่ขันแว่วมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แม้อากาศจะหนาวเหน็บแต่เมื่อได้ยินเสียงทักทายจากลำนำป่า จึงต้องออกมาสูดอากาศอันบริสุทธิ์ท่ามกลางป่าเขา เช้าตรู่ลมยังสนิทต้นไม้ใบหญ้าสงบนิ่งไม่ติงไหว ชูดอกออกใบเหมือนกำลังรอทักทายดวงอาทิตย์ที่เริ่มมีแสงเรื่อเรือจากยอดภู ไม่นานนักดวงอาทิตย์กลมโตก็โผล่พ้นจากทิวเขาส่งประกายแสงอันเรื่อเรือ ปลุกต้นไม้ใบหญ้าให้ตื่นขึ้นมารับกับแสงแห่งทิวาวาร

           ถือกล้องเดินเท้าเปล่าออกเดินเล่นในบริเวณสำนักสงฆ์ที่กำลังตะตื่นขึ้นจากความหลับ ยืนรอพระอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนตัวช้าๆบนขอบภูเขา หยาดน้ำค้างที่เกาะตัวอยู่ตามยอดหญ้าส่งประกายรับแสงแห่งอรุณ พอแสงอาทิตย์เริ่มแรงขึ้น น้ำค้างก็ค่อยๆหยดลงบนพื้นดิน ดอกไม้ก็เริ่มก่อตัวคลี่ดอกออกรับแสง

           เริ่มต้นปีใหม่อยู่ที่สำนักสงฆ์กลางหุบเขาแห่งหนึ่งที่จังหวัดชัยภูมิ อยู่กับความเป็นธรรมชาติ ท่ามกลาง ต้นไม้ใบหญ้าและขุนเขา โดยไม่ต้องกังวลใจในสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น เพราะวันนี้มีผู้นิมนต์พระภิกษุทั้งวัดไปฉันภัตตาหารที่บ้านของชาวไร่ข้างๆวัดนั่นเอง
           ย้อนกลับมาที่กองไฟที่ก่อไว้ผิงกันหนาวตั้งแต่เมื่อคืน บัดนี้ดับสนิทมีเพียงขี้เถ้าที่เหลือจากเชื้อไฟ ได้กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยมาจากเตาไฟข้างๆ “นิมนต์ฉันกาแฟก่อนครับ” เสียงเพื่อนพระภิกษุรูปหนึ่งแทรกเข้ามา
           “กาแฟสดบดจากไร่ครับ ต้มจากกาต้มน้ำ ได้รสแท้กาแฟหอมครับ”
           ในบรรยากาศกลางป่าอย่างนี้ยังมีกาแฟสด นำเมล็ดกาแฟสดมาบดเอง ต้มเอง ได้รสชาติกาแฟที่ไม่แตกต่างจากในร้านใหญ่ๆ ไม่ได้คิดว่าอุตส่าห์เดินทางมากลางป่ายังมีกาแฟสดมีคนบดและต้มส่งกลิ่นหอมอยู่กลางไพรอย่างนี้

           กาแฟสดในเช้าวันปีใหม่หอมกรุ่นนุ่มคอจริงๆ จิตใจก็สดใส คิดถึงคำโฆษณาที่ดอยอ่างขางขึ้นว่าที่ว่า “กาแฟสักแก้ว โปสการ์ดสักใบ ถึงใครสักคน” ที่นี่มีแต่กาแฟ ไม่มีโปสการ์ดขาย และใครคนนั้นที่นึกขึ้นได้เป็นคนแรกคือโยมแม่ ที่ตั้งใจเดินทางมาเยี่ยมแต่แวะพักข้างทางได้สองคืนแล้ว วันเริ่มต้นปีใหม่ใครคนแรกที่อยากพบที่สุดในตอนนี้คือโยมแม่ เพราะตอนนั้นไม่มีใครให้คิดถึง
           โยมคนหนึ่งที่เดินทางมาวัดตั้งแต่เช้าเอ่ยทักทายว่า “สวัสดีปีใหม่ครับ หลวงพ่อ ผมนำกล้วยสุกมาถวายครับ”
           กล้วยน้ำหว้าที่กำลังสุกได้ที่ รสชาติหอมหวาน ฉันกล้วยสุกกับกาแฟสด ใครที่ไม่เคยลิ้มรสลองหามาชิมดู รสชาติอร่อยรื่นคออย่าบอกใคร เช้าวันเริ่มต้นปีจึงอิ่มท้องด้วยกล้วยน้ำหว้าสุกและกาแฟสดบดใหม่ๆ กลางบรรยากาศแห่งขุนเขาและความหนาวของต้นปี ชีวีก็สดใสใจก็เป็นสุขแล้ว ชีวิตไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจความเป็นไปของชีวิตจะแห่งหนตำบลใดก็ตามทีเถิด หากจิตใจสงบก็พบสุขได้ทุกเวลา ทุกสถานที่

           โยมนิมนต์ฉันภัตตาหารเวลาสิบโมงเช้า วันเดียวมื้อเดียวจบ สำหรับภารกิจด้านการบริหารท้อง สะดวกเรียบง่ายดี เนื่องจากบ้านอยู่ข้างวัดจึงเดินเล่นไปก่อนกำหนดเวลา เมื่อไปถึงบ้านเจ้าภาพพวกเด็กๆกำลังวิ่งเล่นหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานตามประสาของของเด็กที่ไม่ต้องไปโรงเรียน เนื่องเพราะเป็นวันหยุดในเทศกาลปีใหม่ พวกเขาหยอกล้อเล่นกันใกล้ๆสวนมะขามหวาน จึงบอกว่า “ใครที่หามะขามหวานได้ หลวงพ่อจะซื้อ” พอได้ยินดังนั้นพวกเด็กก็วิ่งไปที่สวนมะขามหวานและเริ่มหามะขามหวานที่สุกได้ที่ซึ่งพวกเขามีวิธีว่าผลไหนสุกผลไหนไม่สุก เอ่ยถามเด็กคนหนึ่งว่า “รู้ได้อย่างไรว่าผลไหนสุกหรือไม่สุก”
           เด็กคนนั้นบอกว่า “ใช้มือขีดที่ผลมะขามครับ ถ้าไม่มีรอยขีดแสดงว่าเป็นผลสุก ถ้ามีรอยขีดที่ผลมะขามแสดงว่ายังไม่สุกครับ”

           อีกคนหนึ่งบอกว่า “จับที่มะขามครับแล้วก็เขย่านิดหน่อย จากนั้นคอยฟังเสียงครับ มะขามสุกกับมะขามดิบให้เสียงต่างกัน หลวงพ่อใช้วิธีของผมง่ายกว่า”  พูดจบก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
           เนื่องจากมะขามหวานกำลังเริ่มสุก ซึ่งผลสุกมีไม่มาก ผ่านไปสักพักพวกเด็กๆก็นำมะขามหวานสุกมารวมกัน ได้มะขามหวานที่กำลังห่ามและสุกมาพอสมควร จึงบอกยกเลิก พวกเด็กๆได้รางวัลก็วิ่งเล่นกันต่อ เด็กความการละเล่นแยกกันไม่ออกจริงๆ
           ภัตตาหารวันนั้นไม่มีอะไรพิเศษ เป็นอาหารธรรมดาที่ทำจากวัตถุดิบเท่าที่พอจะหาได้ ซุบมะเขือ  ซุบขนุน แกงอ่อมหนูนา น้ำพริกปลาร้า ปลาเผา จิ้มกับผักชี ผักกาด มะเขือ ผักบุ้ง ผักกระเฉด ยอดมะกอก ข้าวเหนียวร้อนๆ จากข้าวใหม่รสหอมกลมกล่อม  ของหวานก็เป็นมะขามหวาน มะละกอสุก ทุกอย่างที่นำมาทำอาหารหาได้จากเทือกสวนไร่นานั่นเอง

           แต่ทว่าอาหารที่ดูแสนธรรมดากลับมีรสชาติอร่อยอย่าบอกใคร ผักปลอดสารพิษมีรสออกหวาน ฝีมือการปรุงอาหารจากอดีตพ่อครัวที่เคยทำงานร้านอาหารที่สวีเดน ที่มาตั้งรกรากปลูกผักผลไม้เป็นอาชีพอยู่ที่บริเวณเชิงเขาแห่งนี้ พระคุณเจ้าแต่ละท่านจึงฉันภัตตาหารอย่างเต็มอิ่ม
           การงานที่เรียบง่าย ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน สิ่งที่ทำในปัจจุบันก็ไม่ส่งผลให้ใครเดือดร้อนในภายหลัง ขณะที่ทำก็หัวใจเบิกบานสำราญใจ คิดถึงสิ่งที่ทำไปแล้วจิตใจก็แช่มชื่น กรรมนั้นและทำแล้วเป็นสิ่งที่ดี ดังที่มีแสดงไว้ใจ เขมสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (15/281/81) ความว่า “บุคคลทำกรรมใดแล้ว ไม่เดือดร้อนในภายหลัง มีหัวใจแช่มชื่นเบิกบานเสวยผลแห่งกรรมใด กรรมนั้นทำแล้วเป็นการดี  ”

           แปลมาจากภาษาบาลีว่า “ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ      ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ 
                                            ยสฺส ปติโต  สุมโน      วิปากํ ปฏิเสวติ ฯ  

           ตอนเช้าได้เดินเล่นตามป่า ทักทายดอกไม้ใบหญ้า ได้ชมพระอาทิตย์กำลังโผล่พ้นขอบเขา เห็นดอกไม้ที่กำลังผลิบาน ได้เห็นพวกเด็กๆวิ่งเล่นกันอย่าสนุกสนาน ไร้มายาการที่ปรุงแต่ง ได้ทานอาหารที่เป็นของขวัญจากธรรมชาติ ชีวิตที่เรียบง่ายอยู่กับลมหายใจ อยู่กับธรรมชาติ บรรยากาศที่สดใส จิตใจก็เบิกบาน เริ่มต้นปีใหม่ด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข
    

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
08/01/58

Go to top