Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 3 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

            ใกล้ปีใหม่วันเดือนปีกำลังจะเปลี่ยน ศักราชเก่ากำลังจะก้าวผ่าน ศักราชใหม่กำลังจะมาเยือน หลายคนคงวางแผนในการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ทำงานหนักมาทั้งปีมีเวลาว่างใครก็ต้องหาทางเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนความเคยชิน โบยบินไปหาสถานที่แปลกใหม่เพื่อสร้างพลังใจพลังกายให้พร้อมที่จะทำงานในปีต่อไป กายที่แกร่ง ใจที่มั่นคงงานก็ทรงพลัง

            มหนาวทักทายมาหลายวันแล้ว บางวันหนาวจนไม่อยากอาบน้ำ  แต่ทว่าร่างกายต้องทำความสะอาดทุกวัน เผลอไม่ได้ประเดี๋ยวคนที่อยู่ข้างๆจะได้กลิ่น มนุษย์นั้นกลิ่นแรงมาก หากไม่ดูแลรักษาให้ดี ก็เหมือนผีในโรงผุที่กำลังขึ้นอึดส่งกลิ่นรบกวนกลายเป็นมลภาวะแก่คนอื่น ร่างกายต้องดูแลรักษาให้ดี
            หากจิตใจไม่รักษายิ่งร้ายกว่าร่างกายอีกหลายเท่า จิตใจมีธรรมชาติดิ้นรนไปตามอารมณ์ที่มากระทบ หากจิตไม่มีฐานที่มั่นดีพออาจจะเผลอใจไปตามอารมณ์ฝ่ายต่ำได้ง่ายๆ  จิตมีความอาลัยคือกามคุณอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ เมื่อถูกฝึกฝนไปในทางที่แห่งความดี หรือที่เรียกว่ากุศลธาตุซึ่งแสดงไว้ ในสังคีติสูตร ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (11/ 228/228) ความว่า กุศลธาตุสามอย่างคือ(1) เนกขัมมธาตุ ธาตุคือความออกจากกาม (2) อัพยาปาทธาตุ ธาตุคือความไม่พยาบาท (3) อวิหิงสาธาตุ   ธาตุคือความไม่เบียดเบียน”

            ส่วนธาตุแห่งความชั่วหรืออกุศลก็ตรงกันข้าม  อกุศลธาตุสามอย่างคือ (1) กามธาตุ ธาตุคือกาม (2) พยาปาทธาตุ  ธาตุคือความพยาบาท (3) วิหิงสาธาตุ  ธาตุคือความเบียดเบียน
            การออกจากกามเป็นเบื้องต้นของการดำเนินไปสู่กุศล คำว่า “กุศล” บาลีเป็น “กุสล” แปลว่าบุญ ความดีงาม ความดี ฉลาด ชำนาญ ดีงาม ถูกต้อง เป็นกุศล   เพราะหากเมื่อใดที่จิตใจยังหมกมุ่นชื่นชมโสมนัสยินดีอยู่ในกามทั้งหลาย เมื่อนั้นก็ยากที่จะดำเนินไปสู่ทางแห่งความดีงามได้
            คำว่า “กาม” แปลว่าความใคร่ ตัณหา ความปรารถนา  “กามธาตุ” หมายถึงธาตุแห่งกาม โลกที่ยังเกี่ยวข้องด้วยการเสพกาม ส่วนคำว่า “กามตัณหา” หมายถึงความทะยายอยากในกาม  คำว่า “เนกขัมมะ” แปลตรงๆว่า การออกบวช ซึ่งหากจะให้คนทุกคนในโลกออกบวชกันหมดคงเป็นเรื่องยาก สิ่งที่ทำได้จึงพอจะอนุโลมว่าความพยายามในการที่จะออกจากความใคร่ ลดตัณหา ลดความปรารถนาลง

            คำว่า “พยาปาท” แปลว่าพยาบาท ความมุ่งร้าย ความไม่พยาบาทเป็นธาตุแห่งกุศลประการหนึ่ง หากใครที่มักจะนึกคิดถึงแต่ความมุ่งร้ายหมายแก้แค้นและปองร้ายคนอื่น จิตของของผู้ที่มีธาตุแห่งความพยาบาทอยู่ภายในก็เหมือนไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ในจิต คิดแต่จะหาทางมุ่งร้าย ทำลายล้าง ใจร้อนเป็นไฟ ใจเย็นเป็นน้ำ หากพกพาความมุ่งร้ายไปด้วยก็เหมือนมีไฟที่คอยเผาใจอยู่ตลอดเวลา  จะหาความสงบสันติได้จากที่ใด
            คำว่า “อพฺยาปชฺฌา” หมายถึงความไม่เบียดเบียน ไม่เบียดเบียน มีความปรารถนาคิดให้อื่นมีความสุขเป็นจิตที่ประกอบด้วยเมตตา มองสรรพสัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายเหมือนกัน สัตว์โลกจึงเป็นเหมือนเพื่อนร่วมโลกที่ต่างก็มีความทุกข์ด้วยกัน  เมื่อจิตที่ประกอบเมตตาก็จะมองผู้อื่นด้วยความรัก ความสงสาร อยากเข้าไปช่วยเหลือ เกื้อหนุน อยากให้ผู้อื่นหลุดพ้นจากความทุกข์ ผู้ที่มีจิตคิดด้วยความไม่เบียดเบียนคนอื่น จึงพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือ

            กุศลธาตุคือธาตุแห่งความดี ธาตุแห่งความงาม หากทำได้ทั้งสามประการก็เป็นผู้ที่มุ่งหน้าต่อความดีที่แท้จริง แต่หากไม่มีกำลังใจเข็มแข็งพอก็เลือกทำข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งก็มีผลคือความสุข ความไม่มุ่งร้าย ความไม่เบียดเบียนเป็นสุขในโลก ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เปล่งอุทานคาถาปรากฏในมุจจลินทสูตร ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ(25/51/86)  ความว่า  “วิเวกเป็นสุขของผู้ยินดี มีธรรมอันสดับแล้ว พิจารณาเห็นอยู่ความไม่เบียดเบียนคือ ความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย เป็นสุขในโลก  ความเป็นผู้มีราคะไปปราศแล้ว คือ ความก้าวล่วงซึ่งกามทั้งหลายเสียได้ เป็น สุขในโลก ความนำซึ่งอัสมิมานะเสียได้ นี้แลเป็นสุขอย่างยิ่ง”

            สรรพสิ่งในโลกต่างก็เกลียดทุกข์ ปรารถนาความสุขด้วยกันทั้งนั้น คิดมุ่งร้ายเบียดเบียนคนอื่นก็เหมือนก่อไฟไว้ในใจตน มีแต่จะเผาไหม้ให้จิตใจรุ่มร้อน หากตั้งจิตคิดปรารถนาให้ผู้อื่นสัตว์อื่นมีความสุข จิตใจของผู้คิดก็ย่อมจะมีความสุขไปด้วย เริ่มต้นคิดดี คิดด้วยจิตที่คิดจะออกจากกาม ไม่มุ่งร้าย ไม่เบียดเบียนใคร บุญหรือบาป หรือหรือชั่ว กุศลหรืออกุศล เราเลือกได้ทำได้เอง แม้โลกจะวุ่นวายแต่ใจเราก็เป็นสุข ความสุขที่แท้เริ่มต้นที่จิตใจของเราเอง  “อพฺยาปชฺชํ  สุขํ โลเก” ความไม่เบียดเบียนเป็นสุขในโลก
 


พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
23/12/57

Go to top