Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

            ไม่รู้ว่าใครเคยบอกว่า หากอยากรู้ว่าตัวเองสุขภาพดีหรือไม่ ให้เดินขึ้นเขา ยิ่งสูงยิ่งดี หากเดินขึ้นไปถึงยอดสูงสุดของภูเขาได้โดยที่ไม่มีต้องพักกลางทาง แสดงว่าสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ดีมาก แต่หากเดินไปได้สักสิบเมตรแล้วนั่งพักก็ยังพอไหว แต่ถ้าเดินได้เพียงสี่ห้าเมตรก็นั่งทอดถอนใจ ลมหายใจเหนื่อยหอบถี่ ร่างกายเหนื่อยล้าแสดงว่าสุขภาพไม่ค่อยดีแล้ว และธรรมชาติเริ่มเตือนแล้วว่าต้องหันกลับมาดูแลสุขภาพร่างกายได้แล้ว หรือบางคนอาจจะเป็นเพราะธรรมชาตินั่นคือความแก่ชราเริ่มเข้าครอบงำแล้ว

            ในวันที่คณะสามเณรมาชวนให้เดินทางไปทัศนศึกษาที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็ยังสองจิตสองใจว่าควรจะไปหรือไม่ไปดี แต่พอถึงวันที่จะออกเดินทาง ผู้จัดบอกว่ายังขาดเงินค่ารถค่าอาหารอีกอยู่ประมาณสองสามพันบาท  เป็นการบอกเล่าเป็นนัยว่า ท่านอาจารย์ต้องช่วยพวกผมแล้วครับ และต้องรีบตัดสินใจแล้วครับว่าจะเดินทางไปร่วมกับคณะสามเณรที่พึ่งสอบนักธรรมเสร็จสิ้น
            การเดินทางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือพานักเรียนแผนกนักธรรมและบาลี สำนักศาสนศึกษาวัดมัชฌันติการาม เดินทางทัศนศึกษา เป็นการพักผ่อนไปในตัวด้วย ก่อนที่จะกลับมาเข้าห้องเรียนวิชาภาษาบาลีต่อไป เรียนมาหนักทั้งปี ก็ควรจะมีเวลาพักผ่อนบ้าง ประธานสามเณรบอกอย่างนั้น

            สถานที่น่าจะอยู่ไม่ไกลจากรุงเทพฯมากนัก เช้าไปเย็นกลับ เดินทางวันหยุดไม่ทำให้มีผลกระทบกับการศึกษาเล่าเรียน คณะสามเณรประชุมแล้วลงมติกันเองว่าปีนี้จะเดินทางไปที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 400 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณสี่ชั่วโมง
            “จะออกเดินทางเวลาเที่ยงคืนครับ ไปถึงวัดธรรมิการาม เช้าพอดี ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่เขาช่องกระจก เขาเล่าลือกันว่างดงามยิ่งนัก จากนั้นก็ไปดูพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่หว้ากอ ไปชมพระอุโบสถไม้สักที่วัดอ่าวน้อย ไปชมมหาธาตุเจดีย์เก้ายอดที่วัดทางสาย และเดินทางกลับ”  ผู้จัดเขาบอกเส้นทางการทัศนศึกษาไว้อย่างนั้น
            ดูตามกำหนดการแล้วน่าจะเป็นเส้นทางที่พอดีกับการเดินทางในหนึ่งวันเช้าไปเย็นกลับ  การเดินทางในช่วงกลางคืนเส้นทางการจราจรสะดวก จึงไปถึงก่อนเวลาฟ้าสาง  พอเห็นว่าสมควรแล้วทางคณะก็พากันเดินขึ้นเขาช่องกระจก

            บรรยากาศยามเช้ามีเมฆหมอกปกคลุม สามเณรต่างก็พากันเดินขึ้นเขาอย่างคล่องแคล่ว  ส่วนพระที่เริ่มมีอายุมากก็ต้องอาศัยไม้เท้าค่อยๆเดินขึ้นเขาอย่างช้าๆ  จากประสบการณ์สอนว่า การเดินขึ้นสู่ที่สูงนั้นต้องไปช้าๆ อย่าได้รีบร้อน เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เดินไปสักพักก็ต้องหยุดพักที่ศาลาริมทาง ตอนนั้นมองไปข้างหน้าก็ไม่เห็นใครแล้ว มองข้างหลังก็ไม่มีใคร ข้างๆมีฝูงลิงที่พึ่งตื่นนอน เริ่มออกมาเดินเล่นตามทางเดิน ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงคนขายอาหารลิงแว่วเข้ามา “อาหารลิงไหมครับ หลวงพ่อ ห่อละสิบบาทครับ หลวงพ่อเอากี่ห่อดีครับ”
            แม้จะไม่ค่อยอยากซื้อเท่าไหร่ แต่ทว่าอย่างน้อยก็พอข้ออ้างสำหรับการเดินช้าได้บ้าง และยังเป้นการช่วยเหลือคนทำมาหากินที่สุจริตอีกด้วย อีกอย่างฝูงลิงเหล่านั้นก็คงหิว จึงบอกว่า “เอามาสักห้าห่อก็แล้วกัน โยมโยนให้ลิงไปเลย”  เมื่อได้กลิ่นอาหารฝูงลิงต่างก็เริ่มทยอยมาจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะพยายามถ่ายภาพ แต่เนื่องจากแสงไม่พอ หากจะใช้แฟล็ชก็เกรงว่าลิงจะตกใจ จึงได้ภาพที่ไม่ค่อยดีนัก ส่วนมากภาพมักจะเบลอ

            มองย้อนลงไปที่พระอุโบสถวัดธรรมิการาม มีแสงไฟสว่างโดยรอบ จึงลองยกกล้องขึ้นถ่ายภาพ แต่มือก็สั่นไหว จึงได้ภาพที่ไม่ค่อยพอใจ เปลี่ยนวิธีการใหม่ใช้ไม้เท้าในมือเป็นขาตั้งกล้อง ใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆ เปิดรูรับแสงแคบๆเท่าที่จะทำได้ จากนั่นก็กดชัตเตอร์แช่ไว้ ภาพที่ออกมาใช้ได้ เป็นความงดงามในเวลาย่ำรุ่ง บางครั้งความงดงามก็ไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางเสมอไป แต่อาจจะจะอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเดินทางก็ได้
            หันไปมองที่ท้องทะเลยังมีแสงไฟประดับอยู่ตามชายฝั่งเป็นแนวโค้งไปตามชายทะเล มองเห็นเกาะแก่งเป็นเงาตะคุ่ม จึงใช้วิธีการเดียวกันถ่ายภาพชายทะเล เลือกใช้ไวท์บาลานต์เพื่อช่วยขับแสงให้เป็นสีม่วง  ภาพที่ออกมาจึงพอดูได้ แม้ไม่งดงามมากนัก แต่อย่างน้อยก็เป็นข้ออ้างในการพักเหนื่อยได้

           จากนั้นก็ค่อยๆเดินตามขั้นบันไดขึ้นสูยอดเขาต่อไป เดินช้าๆ เหนื่อยก็หันไปถ่ายภาพทิวทัศน์สองข้างทาง บางทีเป้าหมายของการเดินทางอาจจะไม่ใช่จุดสุดท้ายที่ต้องการจะไป  เพราะสองข้างทางก็มีความงามแฝงอยู่  เหมือนเป้าหมายของชีวิตบางครั้งก็ไม่จำเป็นที่จะมองตรงที่เป้าหมายเพียงอย่างเดียว ควรมีเวลาใช้ชีวิตในขณะเดินทางบ้าง แม้จะไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่อย่างน้อยก็ยังได้ชื่อว่าเริ่มต้นออกเดินทางแล้ว
            วันนั้นกว่าที่จะไปถึงจุดชมวิวบนบอดเขาเวลาก็สว่างพอดี กระแสลมแรง แต่ทว่าฟ้ากลับมืด มีเพียงแสงสีทองจางๆที่โผล่พ้นขอบฟ้ามาให้เห็นเท่านั้น วันนี้จึงไม่มีดวงอาทิตย์โผล่ออกมาทักทาย ฟ้ามีแต่หมอกปิดบังทัศนียภาพ สิ่งที่ตั้งใจไว้ว่าจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่เขาช่องกระจกจึงไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ 
            สิ่งที่ทำได้จึงมีเพียงยกกล้องถ่ายภาพรัศมีแสงอาทิตย์ที่ซ่านออกมาจากหมู่เมฆ สะท้อนกับเกาะที่เรียงรายอยู่กลางทะเล มีเรือประมงลอยลำอยู่หลายลำ ส่วนหนึ่งจอดสนิทที่ริมฝั่ง ลุงชาวประมงคนหนึ่งบอกว่า “ช่วงนี้เป็นหน้ามรสุม เรือเล็กจึงไม่ควรออกจากฝั่ง”

            ช่วงที่เดินลงจากยอดเขาแตกต่างกับช่วงที่เดินขึ้น เพราะทางลงมักจะสะดวกและง่ายกว่าทางขึ้น เหมือนชีวิตมนุษย์ช่วงที่กำลังเดินไปสู่เป้าหมายยากกว่า เพราะต้องผ่านอุปสรรคที่จะคอยขัดขวางนานาประการ ต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อภัยมา ร่างกายต้องพร้อม จิตใจต้องเข็มแข็ง แม้จะมีเวลาที่เหนื่อยล้าท้อแท้บ้างในบางครั้ง แต่หากไม่หยุดก็ต้องไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้จนได้  เป็นมนุษย์ควรมีจุดหมาย จะอยู่ในโลกนี้เพื่ออะไร จะทำอะไรในโลกนี้ ตอนเด็กเร่งศึกษา โตมาหางานทำ พอแก่ชราก็ต้องหาเวลาหยุดพัก รู้จักปล่อยวางเสียบ้าง ชีวิตก็อยู่อย่างมีความสุขได้
            ในช่วงที่เดินขึ้นเขาช่องกระจกนั้น รับรู้ได้ถึงสุขภาพที่เริ่มส่งเสียงเตือนมาแล้วว่า ตัวท่านเองไม่ได้แข็งแรงเหมือนที่ใจท่านคิด เพราะเหนื่อยง่าย ร่างกายเหมือนกับจะไม่ยอมทำตามสิ่งที่ใจคิด จิตใจยังไหว แต่ร่างกายไม่ยอมทำตามคำสั่ง ต้องนั่งพักไปตลอดทาง

            ในช่วงขาลงนั้นแทบจะไม่ต้องหยุดพักที่ไหนเลย เดินสบายๆตามขั้นบันได เพียงไม่กี่นาทีก็ลงมาถึงพื้นราบ ทางขึ้นยากกว่าทางลง เหมือนชีวิตเราเองที่ตอนนี้เป็นขาลงแล้ว เริ่มเดินเข้าสู่เส้นทางแห่งการพลัดพราก ต้องพลัดพรากจากของที่รัก ต้องลาจากจากสิ่งที่ชอบ ธรรมชาติของชีวิตเป็นไปเช่นนี้ ไม่ต่างจากการเดินขึ้นเขา ขาขึ้นแม้จะยากลำบากก็ค่อยๆเดินไป พยายามปีนป่ายไปถึงจุดหมายปลายทางให้ได้ แต่พอขาลงแม้ไม่อยากลงธรรมชาติก็ส่งเทียบมาเชิญท่านเอง
            ปีหน้ามีผู้เสนอว่า ควรจะเดินทางไปภูกระดึง จังหวัดเลย ได้แต่หันไปมองหน้าคนเสนอโครงการ ปีนี้ยังพอไหว แต่ปีต่อไปเริ่มไม่แน่ใจในสุขภาพว่าจะยังพอไหวอยู่หรือไม่ จิตใจบอกว่ายังไหว แต่ร่างกายเริ่มจะไม่ค่อยมั่นใจว่าจะอยู่จนถึงปีหน้าหรือไม่ โลกนี้ไม่มีอะไรที่เที่ยงแท้แน่นอน ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
18/11/57

Go to top