Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

           ช่วงที่คณะศาสนาปรัชญาจัดสัมมนาเรื่อง “การสร้างความรู้ความเข้าใจทางด้านสหกิจศึกษา”  ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี นั้น มีช่วงเวลาหนึ่งที่ทางผู้จัดได้พาผู้เข้าร่วมสัมมนาไปชมธารน้ำร้อนบ่อคลึง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดสัมมนา เดินทางมาอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีทั้งทีก็ควรจะแวะชมสถานที่สำคัญของพื้นที่ เพราะราชบุรีนอกจากจะมีชื่อเสียงของโอ่งมังกรแล้วก็ยังได้รับการเล่าขานว่าเป็นพื้นที่ที่สวยงามประหนึ่งสวิสเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย

           เมื่อมาถึงสถานที่อันเป็นแหล่งกำเนิดของธารน้ำร้อนแล้วก็อยากจะไปดูให้เห็นกับตาตนเองว่าต้นกำเนิดอยู่ตรงไหน ทำไมน้ำที่ไหลออกมาบริเวณป่าไม้ชายเขาแห่งนี้จึงกลายเป็นน้ำร้อนไปได้ เดินผ่านต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งมีคนนำผ้าเจ็ดสีมาผูกรอบลำต้น จากต้นไม้ธรรมดาก็ได้กลายเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะอิทธิพลทางความเชื่อของมนุษย์แท้ๆ เมื่อเพิ่งมองดีๆบนที่ผูกผ้านั้นมีปุ่มที่ยื่นออกมาจากต้นไม้มองอย่างผิวเผินเหมือนกำลังมีใครส่งยิ้มทักทาย เป็นรอยยิ้มของการต้นรับเข้าสู่ป่าไม้แห่งธารน้ำร้อน มีใครคนหนึ่งบอกว่า เจ้าของพื้นที่กำลังยิ้มต้อนรับ จึงยิ้มตอบและบอกในใจว่ามาเพียงเพื่อขอขมธารน้ำร้อน มิได้มาเพื่อทำลาย

           ริมทางเดินยังเป็นป่าไม้ที่อนุรักษ์พื้นที่ไว้ ธารน้ำใสไหลเย็นก็มีรั้วกั้นห้ามคนเดินลงไปนัยว่าเพื่อป้องกันการทำลาย มีแอ่งน้ำบางแห่งที่กั้นพื้นที่ไว้แต่พอเดินเข้าไปใกล้ก็ต้องถอยออกมา เพราะมีป้ายบอกว่า “ห้ามอาบน้ำในบ่อน้ำนี้ เพราะเป็นน้ำที่ชาวบ้านดื่มกิน”  พออ่านป้ายประกาศก็ต้องหยุดที่ทำได้ก็เพียงแต่เอามือสัมผัสว่าน้ำนั้นเย็นหรือร้อนเท่านั้นเอง น้ำในลำธารร้อนมีควันลอยกรุ่นขึ้นตามซอกหิน
           เหนือลำธารมีต้นกระไดลิงที่เลื้อยไปตามต้นไม้มองไกลๆเหมือนงูกำลังเลื้อย พรรณไม้ชนิดนี้มักจะเกิดอยู่ตามป่าทึบ หาดูได้ยาก แต่ปัจจุบันมักจะมีผู้นำมาประดับไว้ที่ร้าน ทำให้ได้บรรยากาศแห่งความเป็นธรรมชาติ แต่ทว่าหากปล่อยให้อยู่ธรรมชาติแล้วดูสวยงามกว่า บางสิ่งบางอย่างปล่อยไว้ตามธรรมชาตินั่นแหละคือการรักษาความงามไว้ หากเมื่อนำไม้ชนิดนี้มาปลูกไว้ในเมือง เมื่อไม้ผิดธรรมชาติก็ไม่อาจจะเติบโตได้เติมที่ วิถีแห่งธรรมชาติช่วยปรุงแต่งสรรพชีวิตให้เป็นไปตามสภาวะที่ควรจะเป็น

           เดินชมป่าฟังเสียงนกร้อง ฟังเสียงน้ำตกสาดเสาะกระทบโขดหิน ยกกล้องถ่ายภาพไปเรื่อยๆก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้เห็นต้นกำเนิดของธารน้ำร้อน  จนกระทั่งผ่านลำธารน้ำร้อน ก็ได้พบกับลำธารน้ำเย็นซึ่งเป็นลำธารสายเดียวกัน ประหนึ่งว่าน้ำร้อนและน้ำเย็นได้ผ่านกรรมวิธีของเครื่องทำความร้อนและความเย็น เพราะทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นอยู่ในลำธารสายเดียวกัน
           ได้ยินเสียงใครไม่รู้บอกว่า “ธารน้ำร้อนกำเนิดจากที่นี้ จึงเดินย้อนกลับมาที่ต้นเสียง” ก่อนออกเดินทางนึกไว้ก่อนว่าต้นกำเนิดของน้ำร้อนคงเป็นน้ำที่ผุดขึ้นจากใต้ดินเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ น้ำคงกำลังเดือดปุดๆอยู่” แต่พอได้เห็นกับตาซึ่งเป็นเพียงน้ำที่ซึมออกมาจากโขดหิน ค่อยไหลเป็นทางน้ำเล็กๆลงไปยังลำธารที่อยู่ไม่ไกล ทำให้น้ำเย็นกลายเป็นน้ำร้อน บางทีสิ่งที่คิดไว้อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด
           ในราวป่าบริเวณใกล้เคียงยังมีพืชพันธ์ต่างๆบางต้นกำลังก่อกำเนิด เห็นหน่อไม้กำลังชำแรกดินทะลุยอดโผล่ขึ้นจากพื้นดิน ยังมีดินติดอยู่ตามลำต้น เหมือนเด็กเล็กที่พึ่งคลอด เห็นแล้วอยากเก็บมาทำเป็นแกงหน่อไม้คงอร่อยรสชาติดี แต่ผืนป่าของที่นี้มีป้ายเขียนกำกับไว้ตลอดทางเดินในทำนองว่าให้ดูได้แต่ตา อย่าคิดเป็นเจ้าของ ป่าคือความงามตามธรรมชาติ และธรรมชาติให้ชีวิตกับพืชป่านานาพรรณ

           คิดถึงนิทานเรื่องหนึ่งสมัยเป็นเด็กพ่อถามลูกชายว่า “ทำไมหน่อไม้จึงขึ้นจากดินได้” ลูกชายคนโตบอกว่า “เพราะยอดมันแหลม” ส่วนลูกชายคนเล็กตอบพ่อว่า “ธรรมชาติของโลกนะพ่อ  ดูแต่เห็ดสิยอดก็ไม่แหลมมันยังแทรกขึ้นมาจากดินได้เลย” เป็นเรื่องธรรมดาของโลกที่อธิบายตามที่ได้พบเห็นไม่ได้ บางทีสิ่งที่เราเห็นกับความเป็นจริงอาจจะมีคำอธิบายต่างกัน
           ในโลกนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่อยู่เหนือจากการคาดคิดของมนุษย์ โลกนี้ยังมีอะไรอีกมายมายที่อยู่เหนือการคาดคิดของมนุษย์ บางครั้งสิ่งที่พบเห็นอาจจะไม่เหมือนกับสิ่งที่เราคิด ใครที่คาดการณ์ไว้และคิดค้นหาคำตอบเมื่ออธิบายไม่ได้อาจจะเป็นบ้าได้ง่ายๆ เรื่องของสิ่งที่ไม่ควรคิดในพระพุทธศาสนาแสดงไว้สี่ประการเรียกว่า “อจินไตย” ดังที่ปรากฎในอจินติตสูตร อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต(21/77/93) ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย อจินไตยสี่ ประการนี้ อันบุคคลไม่ควรคิด เมื่อบุคคลคิดพึงเป็นผู้มีส่วนแห่งความเป็นบ้า เดือดร้อน อจินไตย สี่ประการเป็นไฉน (1) ดูกรภิกษุทั้งหลายพุทธวิสัยของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย (2) ฌานวิสัยของผู้ได้ฌาน (3) วิบากแห่งกรรม (4) ความคิดเรื่องโลก ดูกรภิกษุทั้งหลายอจินไตย ๔ ประการนี้แล ไม่ควรคิด เมื่อบุคคลคิด พึงเป็นผู้มีส่วนแห่งความเป็นบ้า เดือดร้อน”

           ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนามีเรื่องที่เกี่ยวกับวิสัยของพระพุทธเจ้ามากมายที่คนธรรมดาอธิบายไม่ได้เช่นเช่นการแสดงปาฏิหาริย์ต่างๆ วิสัยของผู้ที่ได้ฌานก็ยากจะอธิบาย พระอรหันต์บางองค์แสดงอิทธิฤทธิ์ขึ้นไปเที่ยวนรกสวรรค์เป็นต้น เรื่องของกรรมและการให้ผลของกรรมก็อธิบายยาก บางคนเครื่องบินตกก็ยังรอดตายมาได้ บางคนทำกรรมอย่างนี้ผลน่าจะเป็นอย่างนั้นแต่กลับไม่เป็นอย่างที่เราคิด เพราะอาจจะมีกรรมอื่นที่ไม่มีใครเห็นมาให้ผลก่อนก็ได้ เรื่องของโลกนั้นแม้จะมีวิทยาการสมัยใหม่พยายามอธิบายเรื่องโลกและจักรวาลจนดูเหมือนว่าจะทำให้คนเข้าใจโลกได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังหาคำตอบไม่ได้ โลกเป็นไปตามวิถีของโลก เป็นธรรมดาของโลก มนุษย์ก็ดำเนินไปตามวิถีแห่งกรรม
           ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เป็นบ่อน้ำร้อนของเอกชนนำแร่ร้อนธรรมชาติที่มีต้นกำเนิดจากสายน้ำไหลผ่านกรวดหินดินทรายใต้พื้นผิวโลกที่ร้อนจัด แล้วไหลเป็นธารน้ำร้อนขนาดเล็กออกมาจากซอกหินเชิงเขาตะนาวศรี บ่อคลึงเป็นลำธารน้ำร้อนเล็กๆ มีน้ำไหลอยู่ตลอดปี และไม่มีแร่ธาตุที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง น้ำไหลซึมออกมาจากตาน้ำใต้ดินไม่ขาดสาย แม้ในฤดูแล้งปริมาณน้ำจะไหลน้อยแต่ก็ไม่ถึงกับแห้ง มีก้อนหินใหญ่เล็กเรียงรายตามร่องน้ำตลอดทางประมาณ 300 เมตร เป็นน้ำร้อนบริสุทธิ์ ความร้อน เฉลี่ยประมาณ 50-57 องศาเซลเซียส ตั้งอยู่ในบริเวณเหมืองแร่ของบริษัทราชบุรีเหมืองแร่และเกษตรกรรมจำกัด บ้านห้วยผาก หมู่ที่ 7 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

           ธารน้ำร้อนบ่อคลึงอยู่ในพื้นที่ของเอกชนผู้ค้นพบคือนายประยูร โมนยะกุล ดูแลรักษาที่นี่ โดยลูกหลาน คุณประยูร และเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ซึ่งได้ปรับปรุงอาณาบริเวณและสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะกับการพักผ่อน ซึ่งมีการตั้งต่อท่อน้ำร้อนลงมายังสระน้ำด้านล่างเพื่อที่จะทำให้ผู้คนได้อาบน้ำร้อนได้สะดวก
           วันนั้นแม้จะไม่ได้อาบน้ำร้อน ทำได้เพียงแค่ก็เอาเท้าแช่น้ำจากแอ่งที่เขาเตรียมไว้ ก็รู้สึกผ่อนคลายสบายเท้า เดินเหินได้สะดวก ที่บริเวณทางออกมีแผงร้านค้าเล็กๆสำหรับขายของป่าเช่นผลไม้ หน่อไม้ ผักสด กล้วย เป็นต้น พนักงานขายสินค้าเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆสี่ห้าคน บางคนวิ่งเล่น บางคนขายสินค้าให้กับผู้ที่สัญจรไปมา เด็กๆพวกนี้กำลังเรียนสหกิจศึกษาด้วยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง หาสินค้ามาเอง ขายเอง ได้เงินมาก็ส่งตัวเองเรียนหนังสือน่านับถือจริงๆ

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
17/10/57

Go to top