Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

           ตั้งแต่ออกพรรษามาก็พึ่งมีวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีกิจนิมนต์มากเป็นพิเศษ วันนั้นพระภิกษุสามเณรในวัดรับนิมนต์ไปฉันเพลข้างนอกเกือบทั้งวัด จะมีเหลืออยู่บ้างสำหรับผู้ที่ไม่รับนิมนต์ หรือพระภิกษุที่ชราภาพ อาพาธซึ่งไม่สะดวกสำหรับการประกอบศาสนกิจนอกวัด วันนั้นวัดจึงค่อนข้างเงียบสงัด หลวงพ่อฉันเช้าเสร็จก็บอกกับญาติโยมที่มาเฝ้าไข้ว่า อยากหลับสักตื่น จากนั้นก็เดินเข้าห้องพักและหลับตามที่ท่านบอก และเป็นการหลับครั้งสุดท้ายไม่มีโอกาสตื่นมาดูโลกอันวุ่นวายนี้อีกเลย

           หลวงพ่ออายุ 69 ปี บรรพชาเป็นสามเณรมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2502 เมื่ออายุได้ 15 ขวบ และอยู่ในร่มเงาของพระพุทธศาสนาเรื่อยมา จนอายุครบอุปสมบทก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุ  จากวันนั้นเป็นต้นมาจนถึงวันนี้ หลวงพ่ออยู่ประพฤติพรหมจรรย์ได้ 49 พรรษา แต่ถ้าหากนับจากบรรพชาเป็นสามเณรก็เป็นเวลายาวนานถึง 55 ปี ไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตเยี่ยงฆราวาสวิสัยอีกเลย แม้ว่าหลวงพ่อจะไม่เคยปฏิญาณตนว่าจะบวชไม่สึก เพียงแต่บอกว่าหากพร้อมเมื่อไหร่ก็อาจจะลาสิกขาได้เมื่อนั้น แต่ทว่าหลวงพ่อก็ไม่เคยทำตัวเองให้พร้อมสำหรับการดำเนินชีวิตเยี่ยงฆราวาสวิสัย 
           ปฏิปทาของหลวงพ่อที่พระภิกษุสามเณรทราบดีข้อหนึ่งคือชอบเดินทางท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆทั่วประเทศ โดยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด ตั้งแต่ค่าเช่ารถ ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ในการเดินทาง หมดเท่าไหร่ไม่เคยบ่นขอให้เป็นผู้จ่ายก็พอ เงินที่เก็บสะสมไว้จึงไม่เหลือ ไม่มีเงินฝาก ไม่มีเงินเก็บ

           ครั้งหนึ่งเมื่อหลวงพ่อกำลังป่วยหนักด้วยโรคไต มติที่ประชุมต้องการให้หลวงพ่อรีบฟอกไต แต่หลวงพ่ออิดออดบอกสั้นๆว่า ไม่มีเงินพอที่จะรักษา เมื่อถามว่ามีเงินอยู่เท่าไหร่ หลวงพ่อบอกว่ามีเงินอยู่ 9000 บาท ตอนนั้นไม่มีใครเชื่อ เพราะหากดูตามกิจนิมนต์แล้ว ก็ต้องบอกว่าหลวงพ่อรับนิมนต์มานานไม่เลือกงาน ใครนิมนต์ก็รับไว้หมด ปัจจัยไทยธรรมน่าจะมีเหลือเก็บบ้าง เวลาตั้ง 49 ปี อย่างน้อยน่าจะมีเงินเก็บไม่น่าจะต่ำกว่าแสนบาท
           แต่ทว่าหลวงพ่อมีเงินเหลือแค่นั้นจริงๆ จึงต้องรักษาแบบตามมีตามเกิด ต้องไปฟอกไตอาทิตย์ละสองครั้ง ต้องคอยระวังเกี่ยวกับการขึ้นลงของน้ำตาล บางวันขึ้นสูงถึง 500 แต่บางวันลงต่ำกว่า 100 การขึ้นลงของปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง หลวงพ่อป่วยเป็นโรคเบาหวานอีกโรคหนึ่ง  นอกจากเงินกองทุนเพื่อสงฆ์อาพาธจากทางวัดแล้ว ก็มีพุทธศาสนิกชนช่วยเหลือ จึงพอจะประคับประครองชีวิตมาได้
           ครั้งหนึ่งในงานวันเกิดเจ้าอาวาสนิมนต์หลวงพ่อเป็นประธานในพิธีเจริญพุทธมนต์ จึงขอโอกาสถ่ายภาพ หลวงพ่อหันมาเห็นกำลังจะยกกล้องจึงถามว่าจะถ่ายภาพไปทำไม จึงตอบหลวงพ่อทีเล่นทีจริงว่า “เอาไว้ดูครับ หรืออาจบางทีอาจจะนำมาใช้ในงานศพก็ได้” นึกว่าคงโดนหลวงพ่อดุ แต่ท่านกลับยิ้มก่อนจะตั้งท่าให้ถ่ายภาพด้วยความเต็มใจ ก่อนจะบอกว่า “อย่าลืมก็แล้วกัน หากผมตายลงเมื่อใด ท่านมหาก็นำภาพนี้มาตั้งหน้าศพผม”

           เวลาผ่านไปเพียงสามปีเท่านั้นจากผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงก็ทรุดโทรมเพราะโรคนานาชนิดต่างรุมเร้าเข้ามา  จนร่างกายผ่ายผอมไปไหนมาไหนลำบาก แต่หลวงพ่อก็ต้องเดินทางเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ประจำ วันหนึ่งพบกันในงานสวดมนต์หลวงพ่อบอกว่า “ครูใหญ่ครับ ผมเห็นทีจะมีอายุอยู่ไม่เกินปีนี้ ผมขอลาก็แล้วกัน หากกรรมใดที่ผมทำผิดไปขออโหสิกรรมแก่ผมด้วย”
           จึงบอกหลวงพ่อไปว่า “ไม่แน่นะครับไม่รู้ใครจะลาใคร ผมอาจจะไปก่อนหลวงพ่อก็ได้ หลวงพ่ออโหสิกรรมให้ผมด้วยก็แล้วกัน”
           เรื่องของความตายนั้นเอาอะไรแน่นอนไม่ได้ เรารู้เฉพาะวันเกิด แต่ไม่อาจจะรู้วันตาย สิ่งที่เราทำ กรรมที่เราสร้างจะติดตามตนไปทั้งในภพนี้และภพหน้า หากอยากจะไปสู่ภพภูมิที่ดีก็ต้องทำกรรมดีไว้  ชีวิตมีความตายเป็นที่สุด ดังที่แสดงไว้ในอัยยิกาสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (15/401/137) “สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงต้องตาย   เพราะชีวิตมีความตายเป็นที่สุด  สัตว์ทั้งหลายจักไปตามกรรม เข้าถึงผลแห่งบุญและบาป คือ  ผู้มีกรรมเป็นบาป จักไปสู่นรก ส่วนผู้มีกรรมเป็นบุญ จักไปสู่สุคติ เพราะฉะนั้น พึงทำกรรมงามอันจะนำไปสู่สัมปรายภพสั่งสมไว้ บุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในปรโลก”

           วันนี้หลวงพ่อจากโลกนี้ไปแล้ว ในวันจะตั้งศพสวดอภิธรรม ก็มีเสียงโทรศัพท์จากพระภิกษุรูปหนึ่งว่า “ท่านอาจารย์มีภาพหลวงพ่ออยู่ไหมครับ ผมจะนำมาใช้เป็นรูปตั้งหน้าศพสวดอภิธรรม” จึงได้ ทำการค้นหาจากที่เก็บบันทึกภาพซึ่งมีมากกว่าแสนภาพ ก็ได้พบกับภาพที่เคยถ่ายไว้เมื่อหลายปีก่อน และภาพนั้นก็เป็นภาพของหลวงพ่อที่ใช้ในงานศพจริงๆตามที่เคยบอกหลวงพ่อไว้ก่อนถ่ายภาพ และคงเป็นภาพสุดท้ายที่ได้ถ่ายภาพหลวงพ่อ
     หลวงพ่อจากไปตามวิถีธรรมดาของมวลมนุษยชาติ มีเกิด มีตาย และไปตามกรรมที่ได้สร้างสมบ่มบารมีไว้ จะดีหรือชั่วก็เป็นเรื่องของผู้กระทำ จะไปสู่ภพภูมิใดก็ไปตามกรรมที่สร้างไว้ ชีวิตมนุษย์สิ้นสุดที่ความตาย กายแตกแต่จิตวิญญาณยังอยู่ย่อมจะหมุนไปตามกรรมของแต่ละคน หากได้กระทำกรรมใดที่ไม่สมควร ด้วยกาย วาจา ใจขอให้หลวงพ่ออโหสิกรรมให้ด้วย  มนุษย์มาสู่โลกเพราะกรรม อยู่ในโลกนี้ก็เพราะกรรม และเมื่อจากโลกนี้ไปก็ไปตามกรรม


 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
16/10/57

 

หมายเหตุ: หลวงพ่อพระมหาวุฒิกร  กาญจโน มรณภาพเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2557 สิริอายุรวม 69 ปี 49 พรรษา จะมีพิธีฌาปนกิจวันที่ 16 ตุลาคม 2557 เวลา 16.00 น
ที่เมรุวัดมัชฌันติการาม วงศ์สว่าง 11 บางซื่อ กรุงเทพมหานคร

Go to top