Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

          การจะคบใครเป็นมิตรสหายนั้นเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล บางคนมีเพื่อนมาก แต่เป็นเพื่อนประเภทเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว แต่บางคนมีมิตรเหลืออยู่ไม่มาก แต่เพื่อนนั้นเป็นประเภทที่คอยให้คำแนะนำ คอยช่วยเหลือ เป็นกำลังใจในยามทุกข์ยาก มิตรสหายประเภทนี้ถึงจะมีน้อย แต่ก็เป็นมิตรที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ เป็นมิตรประเภทที่ควรคบหาสมาคมไว้  สายใยแห่งมิตรภาพบางครั้งแม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด แต่เมื่อมาพบกันเข้ามิตรภาพนั้นยังคงอยู่  มิตรภาพระหว่างมิตรสหายในวัยเด็กเป็นสายใยที่เป็นไปเพื่อความเบิกบานใจ คิดถึงเมื่อใดก็สำราญใจเมื่อนั้น

          เพื่อนที่เคยเรียนชั้นประถมศึกษามาด้วยกันในปัจจุบันเหลือน้อยแล้ว บางคนจากโลกนี้ไปแล้ว บางคนยังอยู่แต่เมื่อไม่ได้ติดต่อกันนานร่วม 40 ปี ก็ไม่มีโอกาสได้พบกันอีกเลย ในบรรดาเพื่อเหล่านั้นเนื่องจากภาระหน้าที่และเส้นทางชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไปคนละทาง อยู่ห่างกันคนละที่ แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้กว้างใหญ่นัก แต่หากไม่มีการติดต่อไม่นานก็จะลืมเลือนกันไป
         เย็นวันหนึ่งก็มีเสียงโทรศัพท์เข้ามา คนทางปลายสายแนะนำตัวว่า “ผมคำครับ ไม่รู้ว่าโทรศัพท์เบอร์นี้เป็นเบอร์ของใคร” 

          เมื่อบอกชื่อไป ทางปลายสายบอกว่า “ท่านจำผมได้ไหมครับ ผมเป็นเพื่อนสมัยเรียนประถมปลายกับท่าน”
          ค่อยๆคิดชื่อไล่เรียงนามก็จำได้ เพื่อนคนนี้เรียนหนังสือดี แต่มีนิสัยเกเรชอบหาเรื่องชกต่อยกับคนอื่นๆอยู่เสมอ เมื่อชอบทางนี้จึงมีอาชีพชกมวยตามงานวัดต่างๆ มีชื่อเสียงพอสมควร ชนะมากกว่าแพ้  ตอนเด็กๆวันไหนขี้เกียจเรียนก็มักจะแกล้งเดินตกน้ำให้เสื้อผ้าเปียกปอน ทำให้เป็นข้ออ้างหนีโรงเรียนไปเที่ยวเล่นซุกซนกระโดดน้ำเล่นตามที่ต่างๆอย่างเพลิดเพลิน ความสนุกกับเด็กแยกกันไม่ออก
          จบจากชั้นประถมแล้วก็แยกย้ายกันไปเรียนตามโรงเรียนมัธยม คำไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมมีระดับที่อีกอำเภอหนึ่ง ส่วนผู้เขียนไปสมัครเรียนมัธยมที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งรวมเหล่าบรรดานักเลงหัวไม้ทั้งหลายไว้เต็มพิกัด ส่วนหนึ่งมักจะถูกเชิญให้ออกจากโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและมาสมัครเรียนที่โรงเรียนเอกชนแห่งนี้ซึ่งรับจำนวนไม่จำกัด  นักเรียนพวกนี้เรียนจบบ้างไม่จบบ้าง ส่วนหนึ่งมักจะแวะเวียนอยู่แถวเรือนจำ เข้าๆออกๆเป็นเรือนจำเป็นเสมือนบ้าน

          ในท่ามกลางบรรดานักเรียนนักเลงทั้งหลายนั้น ก็ยังมีเพื่อนที่รักดีมีใจชอบทางกีฬา เล่นกีฬาทุกประเภทเท่าที่จะมีให้เล่นเช่นฟุตบอล ตระกร้อ มวยไทย มวยสากล หากมีงานประเพณีประจำหมู่บ้านหรือตำบลใดก็มักจะได้รับเชิญให้ไปร่วมทีมกีฬาด้วย นักเรียนสี่ห้าคน ผสมกับชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นๆก็กลายเป็นทีมประจำหมู่บ้าน การแข่งขันกับทีมอื่นๆจึงพอสูสี แพ้บ้างชนะบ้างตามธรรมดา เพราะการเล่นกีฬานั่นเองจึงทำให้รอดพ้นจากความเกเรไปได้ แม้จะมีออกนอกทางบ้างแต่ก็ได้มิตรสหายที่ดีคอยตักเตือนชักนำให้เดินเข้าสู่ทางแห่งความดีมีประโยชน์ การมีมิตรทีดีย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ ดังที่แสดงไว้ในอังคุตตรนิกาย เอกนิบาตร(20/96/20  ) ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์อย่างใหญ่ เหมือนความเป็นผู้มีมิตรดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเป็นผู้มีมิตรดี ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์อย่างใหญ่”
          ส่วนการมีมิตรชั่วจะให้ผลในทางตรงกันข้ามคือชักนำให้เป็นไปเพื่อสิ่งมิใช่ประโยชน์ดังข้อความว่า (20/95/20  ) “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่เป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์อย่างใหญ่ เหมือนความเป็นผู้มีมิตรชั่ว ดูกรภิกษุทั้งหลายความเป็นผู้มีมิตรชั่ว ย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์อย่างใหญ่”

          การเลือกคบมิตรนั้นบางครั้งก็ไม่ได้ติดไตร่ตรองให้รอบคอบ เพียงเพราะอยู่ใกล้กันทำงานในสถานที่เดียวกัน ก็คบหาสมาคมกัน บางคนได้ดีเพราะมิตร บางคนก็ร้ายเพราะมิตร คุณสมสมบัติของบุคคลที่ควรคบเป็นมิตรสหายนั้น มีแสดงไว้ในมิตตสูตร อังคุตตรนิกาย  ติกกนิบาต (20/575/368 ) ความว่า   “ดูกรภิกษุทั้งหลาย มิตรผู้ประกอบด้วยองค์สามควรคบไว้ คือ(1) ให้สิ่งที่ให้ได้ยาก (2) ช่วยทำสิ่งที่ทำได้ยาก (3) อดทนสิ่งที่ทนได้ยาก”
          หากเพื่อเอ่ยปากขอ แม้จะเป็นสิ่งที่ให้ได้ยาก แต่ก็พร้อมที่จะให้ พร้อมที่จะช่วยเหลือในสิ่งที่ทำได้ยาก และมีความอดทนมากพอ คนเช่นนี้ควรคบหาไว้เป็นมิตรสหาย  มิตรที่ดีถึงมีน้อยก็เป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ แต่มิตรชั่วนั้นถึงจะมีมาก ก็ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ 

          เพื่อเก่าคนนั้นบอกว่า “ผมกลับมาทำนา ทำไร่ที่บ้านเกิดครับ ไม่มีที่ไปแล้ว เดินทางไปทำงานต่างประเทศหลายประเทศแล้ว พอมีเงินเก็บจึงกลับมาซื้อที่นา ประกอบอาชีพเป็นชาวนาชาวไร่ ทำเกษตรอย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริ พออยู่ได้ ชีวิตไม่ขัดสน พออยู่พอกินตามอัตภาพ มีเพื่อนคนหนึ่งบอกว่าท่านบวชจำพรรษาที่กรุงเทพฯ จึงอยากจะนิมนต์ท่านกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดสักครั้ง แวะมาพักที่สวนเกษตรกลางทุ่งของผมก็ได้ครับ”
          ยังไม่ได้รับคำนิมนต์ แต่ก็จดบันทึกไว้ในใจแล้ว ออกพรรษาจะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด ไปเยี่ยมสวนเกษตรของเพื่อนเก่าสมัยเรียนชั้นประถมศึกษา ซึ่งตอนนี้คงกลายเป็นคุณปู่ คุณตา ของหลานๆไปแล้ว
 

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
27/08/57

Go to top