Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

            วันแม่ปีนี้ไม่มีโอกาสได้กลับบ้านไปเยี่ยมแม่ สิ่งที่ทำได้ในวันแม่ปีนี้คือโทรศัพท์ไปคุยกับแม่เนื่องในวันแม่ ถามข่าวคราวตามปกติ อย่างน้อยก็ได้ฟังเสียงแม่ และแม่ก็ยังได้ฟังความเป็นไปของลูกชาย แม้จะอยู่กันคนละที่ ก็เหมือนห่างเพียงกาย แต่ใจยังคิดถึง คุยสักพักก็ถามแม่ว่าตอนนี้กำลังคิดทำอะไร เลิกทำงานในสวนหรือยัง

            เหมือนจี้ถูกจุดแม่บอกมาตามสายด้วยเสียงเจือหัวเราะว่า “กำลังวางแผนจะปลูกกล้วย ปลูกมะม่วง ปลูกลำไย ปลูกมะนาว ปลูกฝรั่ง ซึ่งตอนนี้เก็บสะสมเมล็ดพันธุ์ไว้พอสมควรแล้ว” แม่มีสวนอยู่แห่งหนึ่งเคยยกให้ตอนแบ่งมรดก แต่ไม่ได้รับไว้ ฝากแม่ไว้ก่อน ตอนนี้น้องสาวซึ่งก็มีครอบครัวแล้วมีหลานที่โตเป็นหนุ่มเป็นสาว หลานสาวคนโตกำลังเรียนปริญญาโท ยายภาคภูมิใจนักหนา แม่มักบอกเสมอว่า “จะหาเงินส่งหลานสานเรียนจนจบดอกเตอร์”
            เป็นห่วงแม่เกรงว่าแม่จะเหนื่อยจึงบอกว่า “จะทำไปทำไม หยุดพักผ่อนบ้าง ให้หลานๆเขาทำก็ได้”

            เสียงแม่ตอบกลับมาว่า “หลานที่ไหนเขาจะมาทำสวน พวกนั้นเอาแต่เรียนหนังสือ เรียนอะไรก็ไม่รู้วิชาที่ไม่เคยได้ยิน ชีวะวิทยา ช่างกลโรงงาน อย่างนี้ เรียนจบแล้วไม่รู้จะไปทำงานที่ไหน ไม่มีใครเรียนเกษตรสักคน ทั้งๆที่พ่อแม่ก็เป็นชาวนา ชาวไร่ เคยบอกเขาไปแล้ว เขาได้แต่หัวเราะ และยังย้อนกลับมาอีกว่า สวนยายมีนิดเดียว หากแบ่งให้ลูกให้หลานแล้วจะเหลือสักกี่ไร่”
            อันที่จริงก็ถูกของเขา สวน นา ไร่ ที่เคยมีมากก็เหลือน้อยลง เพราะแบ่งขายพื้นที่บางส่วนหาเงินส่งลูกหลานเรียน แต่แม่คงทำงานอย่างอื่นไม่เป็นแล้ว นอกจากทำไร่ ทำนา ทำสวน ซึ่งเป็นความสุขส่วนหนึ่งของแม่ เวลาแม่อยู่ในสวนเหมือนกำลังเป็นนางเทพธิดาชมสวน บางครั้งยังมีเสียงเพลงแผ่วคลอตามไปด้วย ความสุขส่วนหนึ่งของมนุษย์คือได้ทำในสิ่งที่เราชอบ
           การปลูกกล้วยนั้นแม่มีความชำนาญเป็นพิเศษ สมัยเป็นเด็กผู้เขียนเองก็โตมากับกล้วยของแม่นี่แหละ ตอนนั้นพ่อยังมีชีวิตอยู่ พ่อมีวิธีทำสวนแบบไม่ค่อยเหมือนใคร ปลูกกล้วยก่อน พอกล้วยโตหน่อยออกลูกแล้ว ก็ค่อยๆตัด ต้นกล้วยลงในหลุมที่ปลูกกล้วยนั่นเอง ปล่อยให้ต้นกล้วยที่ตัดทิ้งนั้น เน่าเปลื่อย กลายเป็นปุ๋ยหล่อเลี้ยงกล้วยต้นอื่นๆต่อไป

            จากนั้นก็จะนำเมล็ดมะม่วง มะยม มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะมะนาว มะพร้าว ส้มโอ เป็นต้นปลูกแซมในกอกล้วย ไม่นานต้นไม้เหล่านั้นก็เจริญเติบโต จนสวนกล้วยกลายเป็นสวนมะม่วง หรือสวนผลไม้อย่างอื่น พ่อก็จะแปรสภาพพื้นที่ว่างอื่นๆให้กลายเป็นสวนกล้วยต่อไปเรื่อยๆ  พ่อจึงมีงานทำตลอดปี มีผลไม้ไว้รับประทานเอง ที่เหลือก็ยังขายได้เงินใช้อีกต่างหาก

            ารทำสวนประเภทนี้ทั้งพ่อและแม่จึงมักจะมีงานให้ลูกๆหลานๆทำตลอดทั้งปี ถึงหน้านาทำนา หว่านกล้า ดำนา เสร็จหน้านาก็ทำสวน ทำไร่ พ่อจึงภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นชาวนา ชาวไร่ ในขณะที่ลูกๆในยุคนั้นไม่ค่อยจะยินดีปรีดากับการเป็นชาวไร่ ชาวนาเท่าไหร่ งานมันหนัก และมองไม่เห็นอนาคต
            แต่พ่อก็ไม่เคยกำหนดอนาคตของลูก ส่งให้ทุกคนเรียนหนังสือ จนกว่าจะหมดแรงเรียน จำได้ว่าเมื่อครั้งที่เรียนจบชั้นประถมปีที่สี่ ไม่ได้ไปสมัครเรียนต่อที่ไหน ทั้งๆที่เป็นนักเรียนที่เรียนเก่งที่สุดในรุ่นสอบได้อันดับหนึ่งของรุ่น

            เปิดเรียนไปเกือบเดือนแล้ว พ่อก็บอกว่า “เอ็งไปเรียนหนังสือเถอะ ครูใหญ่เขามาขอร้องพ่อ ไม่อยากให้คนเก่งที่สุดในรุ่นมาทำนาทำไร่ ที่ไร้อนาคตเช่นนี้”
            พ่อพูดสั้นๆแค่นั้น วันรุ่งขึ้นก็เป็นหน้าที่ของแม่พาไปโรงเรียนประจำตำบล ที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านไปอีกหลายกิโลเมตร แม่ปั่นจักรยานลูกชายซ้อนท้าย วันแรกเพียงแต่ไปลงทะเบียนเรียน พึ่งมารู้ตอนหลังว่าโรงเรียนประจำตำบลเขาให้สิทธิ์นักเรียนเข้าเรียนหมู่บ้านละไม่เกินสี่คน คนเก่งที่สุดในรุ่นนั้นมีชื่อเป็นนักเรียนอยู่แล้ว เพียงแต่พ่อไม่ได้บอกให้ทราบเท่านั้น ร้อนใจถึงครูใหญ่ที่ต้องมาขอจากพ่อ และลูกชาวนาคนนั้นก็เรียนจนจบชั้นประถมปีที่เจ็ดในโรงเรียนประจำตำบล ในการเรียนครั้งนี้จึงได้รู้ว่า มีคนที่เก่งกว่าอีกมากมาย เพราะคนที่เคยเก่งในหมู่บ้านก็ตกอันดับสอบได้แค่ผ่านเท่านั้นเอง

            โชคชะตาของคนตนกำหนด จะไปคดหรือไปตรงนั้นแล้วแต่เราจะวางแผนชีวิต คิดยากก็มากเรื่องเปลืองสมอง คิดแล้วไม่ทำก็ซ้ำใจ ถึงไม่คิดแต่ทำก็สำเร็จได้ ลูกชายของแม่ที่มีการเรียนลุ่มๆดอน เหมือนนักวิ่งที่ไม่เคยชนะในสนามแข่ง แต่พอกาลเวลาผ่านไป ลูกชาวไร่คนนั้นก็อุตส่าห์ร่ำเรียนจนจบปริญญาเอกจนได้ เป็นดอกเตอร์ที่แม้แต่แม่ก็ยังไม่เคยคาดคิด ส่วนพ่อนั้นไม่มีโอกาสได้เห็นความสำเร็จของลูกชาย พ่อจากแม่ไปนานหลายปีแล้ว
            ก่อนวางสายเสียงแม่ยังสดชื่นเมื่อได้เล่าถึงสวนที่ยังไม่ได้ทำ แต่ทว่ายังคงมุ่งมั่นสร้างฝันในอนาคต แม่ต้องการสร้างสวนผลไม้ สร้างสวนดอกไม้ขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนกำลังย้อนคิดถึงวันชื่นคืนสุขเมื่อครั้งที่ยังมีพ่ออยู่ด้วย

            สวนของแม่ที่แม่กำลังเล่าให้ฟังนั้น ส่วนหนึ่งคงเพราะต้องการระลึกนึกถึงสวนของพ่อในอดีต ที่มีผลไม้นานาชนิดให้ลูกได้รับประทานได้ตลอดปี ความฝันของแม่คงอยากจะมีสวนไว้ให้หลานๆทั้งหลายได้วิ่งเล่นเก็บผลไม้ในสวนของแม่ ฝันของแม่ในวันนี้คงสำเร็จได้ กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด แม่ก็ไม่เคยหมดความฝัน แม้ว่าฝันนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม ตอนนี้พยายามเก็บเมล็ดพันธุ์ผลไม้ต่างๆไว้ เผื่อบางทีมีเวลาว่างจะนำกลับไปปลูกในสวนของแม่ อยากร่วมทำฝันของแม่ให้เป็นจริง

 

พระมหาบุญไทย ปุญญมโน
13/08/57

Go to top