Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

            สิ่งของบางอย่างแม้จะซื้อมาในราคาแพง แต่เมื่อไม่ได้ใช้งาน นานไปก็เสื่อมคุณภาพ โดยเฉพาะเครื่องใช้ประเภทเครื่องไฟฟ้า อิเลคทรอนิคส์ทั้งหลาย หากไม่ได้ใช้งานสักพักก็อาจจะมีปัญหาในการใช้งาน บางครั้งถึงกับใช้งานไม่ได้ไปตลอดกาล  เหตุดังนั้นทางแก้ปัญหาคือต้องพยายามใช้งาน อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าของสิ่งนั้นยังอยู่ไม่ได้หายไปไหนและยังสามารถใช้งานได้  ร่างกาย และจิตใจของมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน หากไม่คิดพิจารณา ไม่ใช้งานไม่นานก็อาจจะแปรเปลี่ยนไปตามกิเลสที่จรมา จนกลายเป็นความเคยชินที่ยากจะปล่อยวาง

            ช่วงนี้ฝนตกบ่อย อากาศชื้น หลวงตาฯมีอุปกรณ์เครื่องใช้งานประเภทที่ต้องใช้แบตเตอร์รี่ ที่จะต้องเติมเชื้อไฟไว้หลายอย่าง สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้ใช้งานมานานแล้วคือกล้องถ่ายภาพ เก็บไว้ในตู้ไม่ได้นำออกมาใช้งานเลย  เพราะไม่ได้เดินทางไปไหน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้  วันก่อนคิดขึ้นได้ว่าหากไม่ใช้งานเลยกล้องอาจจะขึ้นรา ทำให้เกิดความเสียหายได้ จึงเปิดตู้ยังคงเห็นกล้องนอนสงบนิ่ง ใส่ถ่านใส่เมโมรี่การ์ดเข้าไป ก็ถือกล้องเดินเล่นไปที่สวนป่าหลังวัด

            อันที่จริงน่าจะเรียกว่าหน้าวัด เพราะสวนป่าอยู่ใกล้ถนนใหญ่ เนื่องจากในอดีตเมื่อครั้งที่สร้างวัดยังไม่มีถนนตัดผ่าน หน้าวัดจึงเป็นคลองบางเขนใหม่ที่กระแสน้ำไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา หลวงปู่อดีตเจ้าอาวาสก็พายเรือออกบิณฑบาตตามลำคลอง หน้าวัดจึงหันหน้าเข้าหาคลอง

            แต่เมื่อมีถนนใหญ่ตัดผ่านหลังวัด เส้นทางก็เปลี่ยนไป เพราะด้านหลังวัดในอดีตได้กลายมาเป็นหน้าวัดแทน ส่วนทางด้านหน้าในอดีตก็เปลี่ยนมาเป็นหลังวัด เรื่องหน้าวัดหลังวัดนี้พระภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกาเรียกขานกันไม่ค่อยถูก บางคนบอกมารอที่หน้าวัดทั้งๆเป็นหลังวัด กว่าจะหากันเจอก็ต้องเสียเวลาไปนาน

            ความเจริญทำให้เกิดการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลง สภาพพื้นที่ของวัดวาอารามที่เคยเป็นด้านหน้าก็เปลี่ยนมาเป็นด้านหลัง ปัจจุบันพระอุโบสถวัดมัชฌันติการามจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก หันหน้าเข้าหาคลองที่เคยเป็นหน้าวัด และหันหลังให้ถนนใหญ่ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงก็ต้องเปลี่ยนความเคยชิน เคยเรียกด้านหน้าวัดก็ต้องเปลี่ยนไปเรียกหลังวัด ต้องออกไปจากความเคยชินให้ได้
            สภาพพื้นที่ยังเปลี่ยนแปลงได้แต่ก็ต้องผ่านกาลเวลาพอสมควร    แต่ทว่าจิตใจของมนุษย์เปลี่ยนได้ทุกลมหายใจเข้าออก เปลี่ยนได้เร็ว เปลี่ยนได้ไว เปลี่ยนไปได้ง่าย ดังที่มีแสดงไว้ในอังคุตตรนิกาย เอกนิบาต(20/49-50/11)   ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่เปลี่ยนแปลงได้เร็ว เหมือนจิต ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตเปลี่ยนแปลงได้เร็วเท่าใดนั้น แม้จะอุปมาก็กระทำได้มิใช่ง่าย ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตนี้ผุดผ่อง แต่ว่าจิตนั้นแล เศร้าหมองด้วยอุปกิเลสที่จรมา”

            ถือกล้องเดินเล่นที่สวนป่าหน้าวัด ก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ต้นไม้กำลังเขียวขจี หญ้าเขียวชอุ่ม น้ำฝนยังเจิ่งนอง มีวัวอีกเจ็ดตัวเลาะเล็มหญ้าอย่างมีความสุข มองไปเห็นหลวงพ่อเจ้าอาวาสกำลังวุ่นอยู่กับการต้อนวัว จึงเอ่ยทักหลวงพ่อว่า “หลวงพ่อได้วัวมาจากไหนครับ” ความจริงในใจอยากถามว่า “เดี๋ยวนี้หลวงพ่อเลี้ยงวัวแล้วหรือครับ” แต่จิตเปลี่ยนแปลงได้เร็วดังว่า คำถามจึงถูกสับเปลี่ยนในบัดดล
            หลวงพ่อเจ้าอาวาสบอกว่า “ชาวบ้านเขาไถ่ชีวิตวัวพวกนี้มาจากโรงฆ่าสัตว์ เพื่อรอเวลาที่ชาวบ้านในต่างจังหวัดจะมารับไป จึงต้องเลี้ยงดูไว้ชั่วคราว” มองดูหลวงพ่อมีความสุขกับการที่เห็นชีวิตของวัวพวกนี้จะได้มีอายุยืนยาวต่อไปได้อีก ไม่อย่างนั้นวัวเหล่านี้คงแปรสภาพเป็นอาหารของมนุษย์ไปแล้ว การให้อายุแก่ผู้อื่น เป็นการต่ออายุของผู้ให้ ที่แสนประเสริฐอย่างยิ่ง

            ยังดีที่บริเวณวัดมีพื้นที่ที่ยังเป็นดิน มีหญ้าขึ้นเขียวสด เป็นอาหารวัวได้อย่างพอเพียง วัวจึงเลาะเล็มหญ้าอย่างมีความสุข ลูกวัวบางตนวิ่งเล่นอย่างเพลิดเพลิน ทำให้ผู้ที่ได้เห็นพลอยมีความสุขไปด้วย ได้แต่รำพึงในใจว่าสุขใดไหนจะเท่ากับการที่ได้เห็นผู้อื่นมีความสุขเล่า

            เมื่อดินดี ได้น้ำฝน ผสมกับขี้วัวต้นไม้ใบหญ้าก็งดงาม ดอกไม้ก็ออกดอกบานสะพรั่ง ยกกล้องขึ้นถ่ายภาพวัวเลาะเล็มหญ้า ถ่ายภาพดอกไม้ที่อยู่แซมดิน บางดอกยังมีหมู่แมลงภู่ผึ้งบินว่อนคอยลิ้มกลิ่นเกสร ผึ้งได้น้ำหวานจากต้นไม้ก็นำไปสร้างรังและให้น้ำผึ้งอันบริสุทธิ์ที่สดและหวานแก่มวลมนุษย์  ธรรมชาติพึ่งพาอาศัยกันอยู่อย่างนี้ ดังนั้นธรรมชาติจึงงดงาม เพราะไม่ต้องคอยแก่งแย่งชิงดีกับใคร ดอกไม้พอถึงเวลาก็เบ่งบานและเหี่ยวเฉาไปตามวัฏฏจักร เหมือนชีวิตของสรรพสิ่งย่อมแปรเปลี่ยนไปตามกฎแห่งธรรมดา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป หากเข้าใจธรรมชาติก็เข้าใจมนุษย์ เพราะกิเลสที่จรมาจึงทำให้จิตใจของมนุษย์หมุนไปตามแรงเหวี่ยงของกิเลส จนบางครั้งสิ่งที่จรมาก็กลายเป็นความเคยชิน

            กล้องได้ทำงาน ได้ภาพมาหลายภาพ  ผู้ถือกล้องได้ถ่ายภาพได้ชมธรรมชาติ  ได้ออกกำลังกาย แม้เหงื่อจะไหลโทรมกาย แต่ทว่าจิตใจกลับเบิกบาน  บางทีความสุขก็อยู่ใกล้ๆตัวเรานี่เอง  เพียงแค่เดินออกไปจากความเคยชินเก่าๆที่เราคุ้นเคยก็จะได้พบกับสิ่งใหม่แล้ว

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
01/08/57

Go to top