Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 5 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 

           ดอกคูณกำลังออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งเห็นแล้วเย็นตาพาให้ใจสดชื่น บ่งบอกว่าอีกไม่นานคงใกล้วันสงกรานต์แล้ว เพราะตามปกติดอกคูณมักจะออกดอกผลิบานในช่วงเดือนสี่เดือนห้าหน้าแล้งที่ลมแรงพัดช่อมะม่วง คิดถึงบทเพลงเก่าเพลงหนึ่งคือ “สิ้นกลิ่นดอกคูณ” ที่่ปัจจุบันมีผู้นำมาร้องใหม่ มีเนื้อร้องท่อนหนึ่งว่า “จากโคลนต้นคูณฝั่งมูลที่เก่า สองเราเคยพร่ำจำนรรค์  สิ้นจันทร์วันเพ็ญที่ลอยเด่นเหมือนดั่งคืนนั้น สิ้นกลิ่นดอกคูณที่หอมกรุ่นกระแจจันทร์ คืนนี้หนอกับคืนนั้นช่างต่างกันเสียนี่กระไร.....” เพียงแต่คิดในใจก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์อันสุนทรีย์แล้ว

   
           ตามปกติดอกคูณจะบานหน้าแล้ง ออกดอกสีเหลืองทองมองแล้วสบายตาพาเจริญใจ แดดยามเช้ากำลังสดใส อุ่นไอแดดทักทายกับสายลมแผ่ว เห็นว่าบรรยากาศกำลังพอดีไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไปจึงหยิบกล้องเดินเล่นตามลานวัด เดินผ่านไปยังต้นคูณสี่ห้าต้นหลังวัดที่กำลังชูดอกออกช่อเบ่งบานเต็มที่ถ่ายภาพเล่นๆ บันทึกความทรงจำไว้ในภาพถ่าย ปีหนึ่งมีครั้งเดียว ประเดี๋ยวคูณก็ล่วงแล้ว การถ่ายภาพถือว่าเป็นความสุขประการหนึ่งไม่เป็นพิษเป็นภัยใคร คนที่ผ่านมาผ่านไปก็เอ่ยทักทายตามธรรมเนียม ด้วยใบหน้าที่เจือด้วยรอยยิ้ม

           ใต้ต้นคูณมีวัวสองแม่ลูกที่เจ้าอาวาสพึ่งทำพิธีไถ่ชีวิตมาตั้งแต่งานประจำปี ช่วงนั้นแม่วัวกำลังตั้งท้อง เวลาผ่านไปไม่นานก็ตกลูกได้ลูกสีขาวกำลังน่ารัก ถ่ายภาพดอกคูณไปสักพักหันกลับไปมองอีกที ขณะนั้นมีสุนัขสีขาวตัวหนึ่งกำลังเล่นหยอกล้อกับลูกวัวสีเดียวกัน สุนัขขาวตัวนั้นประเดี๋ยวหยอกเล่นกับลูกวัวประเดี๋ยวก็หันมาเล่นกับแม่วัว มันพยายามเลียที่ปากของแม่วัว มองดูเหมือนกำลังส่งจูบทักทายด้วยความรัก จึงหันกล้องจากดอกคูณมาถ่ายภาพวัวและลูกสุนัขตัวนั้นแทน
           ลูกสุนัขและลูกวัวกำลังน่ารัก เจ้าสุนัขสีขาวตัวนั้นพยายามวิ่งเข้ามาคลอเคลียใกล้ๆเท้า จึงบอกมันว่าไปเล่นกับเจ้าวัวตัวเล็กโน่น จากนั้นก็ชี้มือไปทางลูกวัวสีขาว สุนัขตัวนั้นเหมือนกับจะรู้ภาษาคนวิ่งกลับไปหยอกล้อเล่นกันกับลูกวัวอย่างสนุกสนานเหมือนกับว่ามันก็เป็นลูกของแม่วัวตัวหนึ่งเหมือนกัน เป็นลูก เป็นพี่น้อง เป็นญาติต่างสายพันธุ์

           ความรักความผูกพันระหว่างสัตว์สองประเภทที่แตกต่างกัน มีอาหารต่างกันวัวกินหญ้า แต่สุนัขกินเนื้อ แต่ก็ยังอยู่เล่นร่วมกันรักกันเหมือนพี่น้อง แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นพี่เป็นน้อง หรือว่าทั้งสองเป็นเพื่อนกัน เมื่อได้เห็นแล้วรู้สึกถึงความผูกพันของสัตว์ทั้งสาม แม้ต่างเพศแผกผิวพันธ์ก็ยังรักกันได้
           แต่ทว่ามวลมนุษยชาติบางประเทศแม้จะเกิดร่วมแผ่นดินเดียวกัน เพียงแต่มีความคิดเห็นต่างกัน ก็ตั้งหน้าทะเลาะกันก่อความวุ่นวายให้เกิดขึ้นได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด กี่ชีวิตแล้วที่ต้องมาดับสูญไปกับความไม่เข้าใจกันระหว่างคนสองกลุ่ม
          อาจจะมีหลายสาเหตุที่ทำให้คนแตกแยกกัน  สิ่งที่เป็นสาเหตุใหญ่ๆในอดีตที่เห็นได้ชัดเจนมีสองประการคือข้อปฏิบัติ (ศีล) และความเห็น(ทิฏฐิ)  ภาษาบาลีใช้คำว่า “สีลสามัญญตาและทิฏฐิสามัญญตา”  สีลสามัญญตา หมายถึงมีความประพฤติถูกต้องตามกฏระเบียบ ไม่ทำตนให้เป็นที่น่ารังเกียจของหมู่คณะ  ส่วนทิฏฐิสามัญญตา หมายถึงการมีความเห็นชอบร่วมกัน ในข้อที่เป็นหลักการสำคัญอันจะนำไปสู่ความหลุดพ้นสิ้นทุกข์หรือขจัดปัญหา 

           ทั้งสีลสามัญญตาและทิฏฐิสามัญญตา เป็นหมวดธรรมรวมเรียกว่า "สาราณิยธรรม" แปลว่าธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความให้ระลึกถึงกัน ธรรมเป็นเหตุให้ระลึกถึงกัน ธรรมที่ทำให้เกิดความสามัคคี หลักการอยู่ร่วมกัน  ดังที่แสดงไว้ในสังคีติสูตรทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (11/317/212)   สรุปความสั้นๆว่า “ ธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึง เป็นเครื่องกระทำให้เป็นที่รัก เป็นเครื่องกระทำให้เป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อความสงเคราะห์ เพื่อความไม่วิวาท เพื่อความพร้อมเพรียงเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันคือจะทำ พูด คิดอะไรก็ให้ตั้งจิตประกอบด้วยเมตตา มีอะไรก็แบ่งกันกินกันใช้ มีข้อปฏิบัติภายใต้กฎกติกาอันเดียวกัน และมีความคิดเห็นร่วมกันในหลักการสำคัญ หากจะเขียนเป็นภาษาลีง่ายๆก็จะได้ธรรมหกประการคือ “เมตตากายกมฺมํ  เมตตาวจีกมฺมํ  เมตตามโนกมฺมํ  สาธารณโภคิตา สีลสามญฺญตา ทิฏฺฐิสามญฺญตา”

           การแตกแยกเพราะมีความเห็นไม่ตรงกันนี้ในพระพุทธศาสนามีหลักฐานเกิดขึ้นหลังการทำสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งแรกภายหลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานได้เพียงเจ็ดเดือน เมื่อทำเสร็จได้แจ้งให้แก่คณะสงฆ์ที่ไม่ได้เข้าร่วมสังคายนาทราบ ดังข้อความที่แสดงไว้ในพระวินัยปิฎก จุลวรรค (7/623/254) ความว่า “สมัยนั้น ท่านพระปุราณะเที่ยวจาริกในชนบททักขิณาคิรี พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ 500 รูป คราวเมื่อพระเถระทั้งหลายสังคายนาพระธรรมและพระวินัยเสร็จแล้ว ได้พักอยู่ในชนบททักขิณาคิรีตามเถราภิรมย์แล้วเข้าไปหาพระเถระทั้งหลาย ที่พระวิหารเวฬุวันอันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์แล้วได้กล่าวสัมโมทนียะกับพระเถระทั้งหลายแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง 
           พระเถระทั้งหลายได้กล่าวกะท่านพระปุราณะผู้นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งว่า “ท่านปุราณะพระเถระทั้งหลายได้สังคายนาพระธรรมและพระวินัยแล้ว ท่านจงรับรู้พระธรรมและพระวินัยนั้นที่พระเถระทั้งหลายสังคายนาแล้ว”

           ท่านพระปุราณะกล่าวว่า  “ท่านทั้งหลาย พระเถระทั้งหลาย สังคายนา พระธรรมและพระวินัยเรียบร้อยแล้วหรือ แต่ว่าข้าพเจ้าได้ฟัง ได้รับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคด้วยประการใด จักทรงไว้ด้วยประการนั้น”   
          ต่อมาไม่นานพระปุราณะก็พาคณะสงฆ์กลุ่มหนึ่งขึ้นทางเหนือ ส่วนพระสงฆ์ที่เข้าร่วมสังคายนาก็ลงทางใต้ กาลต่อมาพระพุทธศาสนาจึงได้แตกออกเป็นสองนิกายใหญ่ๆสองนิกายคือมหายานและเถรวาท สาเหตุสำคัญมาจากข้อปฏิบัติไม่ตรงกัน และความเห็นไม่ตรงกัน ต่อมาพระพุทธศาสนาได้เกิดนิกายขึ้นอีกจำนวนมากตามตำราบอกว่าประมาณสิบแปดนิกาย
           ระเบียบแบบแผน กฎหมาย ข้อบังคับทั้งหลายเป็นกติกาที่ทำให้คนอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุขได้ แต่หากไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบแล้ว หรืออีกฝ่ายเห็นว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามกฎหมายความวุ่นวายก็จะตามมา ในส่วนของความคิดเห็นหากมีความเห็นในหลักการสำคัญต่างกัน ความแตกแยกก็ย่อมจะเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน

           ดอกคูณเหลืองอร่ามห้อยระย้าหมู่ภมรพากันมาเคล้ากลิ่นเกศรดอมดมสูดกลิ่นน้ำหวานอย่างเพลิดเพลิน ดอกคูณมิได้งามอย่างเดียวยังให้คุณประโยชน์แก่หมู่แมลงทั้งหลายด้วย  ดอกคูณเมื่อถูกลมพัดผ่านก็พลิ้วไหวใบแกว่งดอกไหวไปตามลม พยายามสูดกลิ่นดอกคูณก็ไม่ได้กลิ่น เพราะจมูกคงรับสัมผัสได้ไม่เต็มที่ แต่ทว่ากลิ่นของมูลวัวสองแม่ลูกรุนแรงกว่า  วัวสองแม่ลูกและเจ้าสุนัขสีขาวยังหยอกล้อเล่นกันอย่างเพลิดเพลิน แม้จะพูดกันคนละภาษา คงฟังกันไม่รู้เรื่อง อาหารก็แบ่งกันกินไม่ได้เพราะกินอาหารคนละประเภท ข้อปฏิบัติและความคิดเห็นก็ไม่อาจจะรับรู้ได้ แต่การกระทำกลับเป็นสิ่งบ่งบอกถึงความผูกพันที่สัตว์สองประเภทนี้มีต่อกัน  แม้จะต่างเพศ แผกเผ่าพันธุ์ก็ยังรักกันเหมือนพี่ ดีกันเหมือนน้อง ปรองดองกันเหมือนญาติได้ 

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
10/03/57

Go to top