Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

         สถานที่แต่ละแห่งมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เคยมีความเจริญรุ่งเรือง มีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม มีทัศนศิลป์อันบ่งบอกถึงสุนทรียะและความรุ่งเรืองแห่งกาลสมัย แต่พอกาลเวลาผ่านไปสิ่งเหล่านั้นก็หลงเหลือไว้แต่ซากปรักหักพังแห่งอดีต แต่ทว่าสิ่งที่เหลืออยู่อันเป็นร่องรอยของอดีตก็เป็นเงาสะท้อนให้เห็นถึงปัจจุบัน สรรพสิ่งในโลกนี้ไม่ได้ยั่งยืน คงอยู่ตลอดไปมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ทุกสรรพสิ่งย่อมคงอยู่ในสภาพเดิมตลอดไปไม่ได้ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา กาลเวลากลืนกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเองด้วย

         เมื่อครั้งที่ไปร่วมงานพิธีพระราชทานสมณศักดิ์พัดยศแด่พระสงฆ์ ที่วัดพนัญเชิง อยุธยานั้น ช่วงพิธีการต้องใช้เวลายาวนานกว่าสามชั่วโมง เดินเล่นชมสิ่งสำคัญในวัดพนัญเชิง นมัสการหลวงพ่อโต จากนั้นก็เดินเล่นที่บริเวณแม่น้ำ ถามชาวบ้านแถวนั้นว่าแม่น้ำอะไรเขาบอกว่าแม่น้ำป่าสักครับ ส่วนอีกทางโน้นเป็นแม่น้ำเจ้าพระวัดพนัญเชิงตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำป่าสักตัดกับแม่น้ำเจ้าพระยา
         มีชายคนหนึ่งมาสนทนาด้วย “หลวงพ่อจะไปไหนครับ”
         อาตมากำลังรอพระที่เข้ารับพัด คงอีกนานกว่าจะเสร็จ กำลังคิดอยากไปชมวัดไชยวัฒนาราม อยู่ไกลจากที่นี่ไกลไหม
         “อยู่ไม่ไกลหรอกครับนั่งเรือไปประเดี๋ยวก็ถึง นั่งเรือรอบเกาะไม่นานครับ”

     เมื่อเห็นหลวงพ่อทำหน้าสงสัยชายคนนั้นจึงบอกว่า  “ อยุธยาเป็นเกาะนะครับเพราะมีแม่น้ำลำคลองล้อมรอบมีป้อมมีแนวป้องกันทั้งจากธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์ยากที่จะมีใครเอาชนะได้ “อยุธยา” มีความหมายอีกอย่างหนึ่งคือ “เมืองที่ไม่มีใครเอาชนะได้” แต่น่าเศร้าที่ต้องได้รับความพ่ายแพ้แก่ข้าศึกถึงสองครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนภายในเองที่เปิดประตูให้คนภายนอกเข้ามา”
         “ฟังเหมือนนักประวัติศาสตร์เลยนะ”
         “ผมคนอยุธยานะครับต้องรู้ประวัติอยุธยาครับ หลวงพ่ออยากเที่ยวอยุธยาไหมครับ”
         “อาตมามีเวลาน้อย กำลังพระที่เข้ารับพัดยศ งานกำลังระเริ่มแล้ว คงไม่มีเวลาเที่ยว”

         ชายคนนั้นยกมือขึ้นดูนาฬิกา “อีกนานครับกว่างานจะเสร็จใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียวก็สามารถเที่ยวอยุธยาได้แล้วครับ หลวงพ่ออยากไปไหนบ้าง”
         “มีสองแห่งที่อยากไปคือวัดไชยวัฒนารามและวัดพุทไธสวรรค์”

         “ถ้าอย่างนั้นมีเวลาพอครับ หลวงพ่อเช่าเรือเหมาลำราคาไม่แพงล่องไปตามแม่น้ำป่าสัก นั่งเรือรอบเกาะ ไปถึงวัดสองแห่งได้สบายๆ นอกจากนั้นยังได้ชมเวียง วังวัดและวิถีชีวิตชาวบ้านริมแม่น้ำได้อีกด้วย” พูดจบชายคนนั้นก็พาเดินไปที่ท่าเรือ
         อัตราค่าบริการจากวัดพนัญเชิงไปตามแม่น้ำป่าสัก วนรอบมาตามแม่น้ำเจ้าพระยากลับมายังวัดพนัญเชิงเหมือนเดิม กำหนดไว้ 1000 บาท เวลาไม่เกินสองชั่วโมง จะไปกี่คนก็ได้ จะให้เรือจอดที่ไหนก็ได้ จอดนานเท่าไหร่ก็ได้ แต่ไม่เกินเวลาที่กำหนด  สำหรับหลวงพ่อมีเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง ผมลดให้อีก 200 บาท นิมนต์เลยครับ”
         ไม่รู้ไปตกปากรับคำชายคนนั้นตอนไหน มารู้ตัวอีกทีนั่งอยู่บนเรือนำเที่ยวแล้ว แม้เงินจะดูว่ามากสำหรับเวลาหนึ่งชั่วโมง แต่เมื่อมาอยุธยาทั้งที ไม่ได้ไปไหนเลยก็ดูกระไรอยู่ ครั้นจะรอโอกาสครั้งต่อไปก็ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าใดจึงจะได้มาเยือนอยุธยาอีก ในช่วงนั้นมีนักเที่ยวเที่ยวต่างชาติหลายกลุ่มทยอยลงเรือและเรือก็เคลื่อนตัวออกจากท่าไปแล้ว

         จึงตัดสินใจนั่งเรือชมวิวแห่งอยุธยาในบัดเดี๋ยวนั้น  สองฝั่งแม่น้ำยังมีอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่ บางแห่งทรุดโทรม บางแห่งกำลังปรับปรุงซ่อมแซม แม้แต่ประตูทางเข้าวัดก็ยังทรุดโทรม เช่นวัดประดู่ทรงธรรมที่มีชื่อเสียงก็มีทางเข้าจากบริเวณท่าน้ำ เป็นเพียงป้ายวัดเก่าๆ ชาวบ้านส่วนหนึ่งที่มีบ้านเรือนอยู่อีกฟากฝั่งของแม่น้ำเวลาจะมาทำบุญที่วัด ก็จะต้องนั่งเรือข้ามฟากและเดินเข้าวัดทาประตูวัดริมน้ำ  เจดีย์และบ้านเรือดูเหมือนจะอยู่ไม่ห่างกัน เพราะบ้านกับวัดอยู่ติดกันนั่นเอง ชาวบ้านกับชาววัดจึงเป็นวิถีที่พึ่งพาอาศัยกัน ลูกชาวบ้านเข้ามาบวชเป็นพระ ส่วนพระเมื่อไม่อยากอยู่ในวัดก็ลาสิกขาออกไปเป็นลูกเขยชาวบ้าน มีลูกมีหลานก็พามาฝากให้หลวงพ่อสอนหนังสือและฝึกกิริยามารยาท นั่นเป็นวิถีชีวิตของวัดกับบ้านในอดีต แต่ปัจจุบันโรงเรียนได้แยกเด็กออกจากวัดไปแล้ว
         วิถีชีวิตริมแม่น้ำยังคงมีให้เห็นไม่มาก เพราะว่าเวลานั้นยังเป็นเวลาที่ผู้คนยังคงทำงาน เรียนหนังสือ ยังไม่ได้กลับบ้าน จึงมีเพียงแม่บ้าน พ่อบ้านบางคนที่อยู่เฝ้าบ้าน เวลาว่างๆก็หาอาหารเพื่อรอเวลาที่คนทำงานจะกลับบ้าน บางคนตกปลา ฟังวิทยุไปพลาง พอเรือนักท่องเที่ยวแล่นผ่านก็โบกมือทักทาย ในขณะที่นักท่องเที่ยวก็ถ่ายภาพธรรมชาติแห่งสายน้ำและความเป็นไปของผู้คนริมฝั่ง

         ถึงวัดไชยวัฒนารามมองเห็นเจดีย์โดดเด่น เมื่อมองจากแม่น้ำจะเห็นเจดีย์เป็นเงาสะท้อนในพื้นน้ำเหมือนมีเจดีย์ในอีกภพหนึ่งในแม่น้ำ ชาวบ้านในอดีตคงเห็นสุนทรียะแห่งสถาปัตยกรรมในทำนองนี้ จิตกร กวีนักประพันธ์ จึงสร้างสรรค์ผลงานสร้างอีกภพหนึ่งขึ้นมาคือนาคพิภพ มีความงามและความเจริญรุ่งเรืองอยู่ในเมืองบาดาลซึ่งอยู่ใต้พื้นน้ำ กำลังคิดอะไรเพลินๆเรือก็เข้าเมเทียบท่าที่วัดไชยวัฒนารามแล้ว
         “หลวงพ่อต้องมาตอนเย็นๆจะได้เห็นเงาเจดีย์ในพื้นน้ำสะท้อนกับแสงอาทิตย์ในยามเย็นงามครับ งามจนเกินคำบรรยาย อีกอย่างสองฝั่งริมน้ำก็จะมีผู้คนที่กลับจากทำงานนั่งเล่นที่บ้าน อาบน้ำ ตกปลา หาปลากันตามวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมครับ” เสียงคนขับเรือแทรกเข้ามา
         การนั่งเรือชมวิวริมฝั่งแม่น้ำที่อยุธยาอดีตเมืองหลวงที่เคยรุ่งเรือง ยังคงมีร่องรอยแห่งความเจริญเหลือไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาและทัศนาการเพื่อจะได้เตือนความทรงจำว่า เมืองที่เคยรุ่งเรืองก็อาจจะล่มสลายได้ ปัจจัยแห่งการสูญเสียอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการที่คนในชาติขาดความสามัคคี มุ่งแต่ผลประโยชน์และการเอาชนะกัน โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา มัวแต่กล่าวโทษคนอื่น แต่ไม่มองย้อนกลับมาดูตนเอง

    มีโคลบทหนึ่งในนิราศนรินทร์ที่บรรยายถึงความล่มสลายของอยุธยา และความรุ่งเรืองของกรุงเทพมหานครไว้ว่า
                 
         “อยุธยายศล่มแล้ว        ลอยสวรรค์ ลงฤๅ
                      สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร-     เจิดหล้า
        
             บุญเพรงพระหากสรรค์        ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ
                      บังอบายเบิกฟ้า                 ฝึกฟื้นใจเมือง ฯ

         ความหมายของโคลงบทนี้บรรยายถึงความเจริญรุ่งเรืองของกรุงเทพมหานครโดยกล่าวอ้างไปถึงกรุงศรีอยุธยาได้ล่มสลายไปแล้ว แต่ความรุ่งเรืองมาปรกฎที่กรุงเทพฯเหมือนลอยลงมาจากสวรรค์อีกหรืออย่างไร มีปราสาทพระราชวังอันงดงามตระการตา ด้วยบุญบารมีของพระมหากษัตริย์ช่วยทนุบำรุงพระศาสนาให้รุ่งเรือง ปัดเป่าทุกข์ให้แก่ไพร่ฟ้าชาวประชา

         อยุธยายังมีที่น่าดูชม มีเวียง วัง วัด เหลือไว้ให้อนุชนได้ศึกษา วันนั้นเพียงแต่ได้นั่งเรือชมวิวทิวทัศน์ริมฝั่งน้ำ เรือไม่ได้ย้อนกลับแต่มาโผล่ที่วัดพนัญเชิง มองเห็นหลวงพ่อหลายรูปกำลังโดยสารเรือข้ามฟากไปยังอีกฝั่งคือวัดบางกะจะ  เสียงโทรศัพท์จากเพื่อนพระภิกษุที่พึ่งเข้ารับพัดยศเสร็จแทรกเข้ามาได้เวลาพอดี

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
17/01/57

Go to top