Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 
           เดือนธันวาคมมักจะมีวันหยุดติดต่อกันหลายวันโดยเฉพาะปีนี้มีสภาประชาชนกำลังทำการปฏิรูปประเทศไทยยิ่งมีวันหยุดหลายวัน สภาผู้แทนราษฎรก็ยุบไปแล้วรอวันเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ปีหน้าโน่น  จะเดินทางไปไหนมาไหนก็ต้องตรวจสอบเส้นทางให้ดี หากไม่ระวังบางครั้งอาจติดอยู่บนท้องถนนนานเกินปกติ โลกนี้วุ่นวายหนอ โลกนี้ขัดข้องหนอ กระแสโลกวุ่นวายจิตใจคนก็สับสนวุ่นวายไปด้วย ไม่รู้จะเชื่อใคร จะเข้าข้างฝ่ายไหน แม้จะอยู่เฉยๆก็อาจจะถูกกล่าวหาว่าไม่รักชาติบ้านเมือง  เอาเถอะจะว่าอย่างไรก็ยอมรับได้ เพราะธรรมชาติมีความเป็นไปตามธรรมดา “มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่แลดับไป” ปรากฎอยู่ตามธรรมดาที่แน่นอนเป็นกฎธรรมชาติเป็นธรรมนิยาม
           ชานเมืองที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย อำเภอพุทธมณฑล นครปฐม ไม่มีผลกระทบจาการชุมนุมใดๆเพราะอยู่ห่างไกลจากชุมชน บรรยากาศยามเช้าแสงแดดสาดส่องลอดอาคารเรียนมีประกายแสงอบอุ่น อากาศกำลังดี จึงเดินเล่นชื่นชมบรรยากาศ  กสิกะ ชินากรณ์ เดินถือกล้องมาแต่ไกล พอเข้ามาใกล้จึงเอ่ยทักทายตามธรรมเนียมคนคุ้นเคยกัน “วันนี้มีอารมณ์ศิลป์หรือไงจึงได้ถือกล้องในวันแดดอุ่นอย่างนี้ น่าจะไปถ่ายภาพแถวราชดำเนิน”
           กสิกะ ยิ้มอย่างอารมณ์ดี  “ไม่ไหวหรอกครับ การเดินทางไม่ค่อยสะดวก ถนนหนทางรถติดกันไปหมด  ไม่รู้จะเรียกร้องไปถึงไหน สภาก็ยุบแล้ว ยังจะให้เขาลาออกทั้งหมดอีก ได้คืบจะเอาศอก ถอยดีกว่า ปล่อยให้ผู้มีอุดมการณ์เขาทำงานกันต่อไป ส่วนผมเป็นพวกอุดมกิน คือต้องทำงานจึงจะมีกิน ถ้าไม่ทำงานมีหวังอดตาย  มีกินอย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรจะกิน อุดมการณ์เอาไว้ทีหลังครับ”
           “แหม... วันนี้พูดเหมือนคนกำลังอยู่ในสภาวะกดดันอย่างไรไม่รู้ ไม่คิดจะไปสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับเขาหรือ”
           “อย่าดีกว่าครับ การเมืองไม่อยากยุ่ง มุ่งแต่การงาน ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอแล้ว ”
           “ว่าแต่ไปถ่ายภาพอะไรมาบ้าง”
           กสิกะบอกว่า “ถ่ายเล่นๆนะครับ ต้นไม้ใบหญ้า ดอกไม้ริมรั้ว  ดอกไม้ริมทาง ทุ่งนาป่าเขาประมาณนั้นแหละครับ หางานทำ ไม่อยากอยู่นิ่งๆ ประเดี๋ยวคิดมาก หาเรื่องลำบากใส่ตัวอีก อยากดูไหมครับประเดี๋ยวผมส่งภาพให้ ท่านจะได้มีภาพประกอบในการเขียนบทความ”
           ภาพที่กสิกะถ่ายมานั้นแม้จะไม่ใช่ภาพที่สวยงามนัก บางภาพถ่ายไม่ชัด บางภาพองค์ประกอบไม่ได้ อย่าว่าแต่หลักการถ่ายภาพพื้นฐานเลย ประเภทช่องตัดเก้าช่องหรือสามช่องตามทฤษฎีการถ่ายภาพก็แทบจะนำมาพิจารณาไม่ได้  แต่บางครั้งการถ่ายภาพที่ไม่อยู่ในกฎกติกาใดๆอาจจะได้ภาพที่มีความงามได้เหมือนกัน สุนทรียะไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัว  ความงามสำหรับอีกคนหนึ่งอาจจะเป็นความน่าเกลียดของอีกคนก็ได้เอย่างนี้โบราณบอกว่า “งามอยู่ที่ผี  เศรษฐีอยู่ที่พอ”
           ภาพหนึ่งเป็นทุ่งนาที่กำลังเขียวชอุ่มด้วยต้นข้าว มีนกกระยางสีขาวตัวหนึ่งกำลังบินอยู่เหนือทุ่งนาข้าว กล้องคงแพนไปไม่ถึง เพราะเห็นภาพนกไม่ค่อยชัด แต่ก็ได้บรรยากาศของความงามอย่างเรียบง่าย ธรรมชาติของชนบทที่กำลังจะถูกกลืนหายไปกับอาคารสูง ยังมีหลงเหลือให้สัมผัสได้บ้าง
         ภาพต่อมาเป็นเถาตำลึงโหนตัวอยู่บนกิ่งไม้แต่ทอดยอดอ่อนเหมือนกำลังหาที่พึ่งใหม่  ธรรมชาติของตำลึงมักจะหาต้นไม้ที่สมบูรณ์ด้วยอาหารจะได้ขอแบ่งปันอาหารจากไม้ต้นอื่น บางทีในขณะที่กำลังหาอาหารตัวมันเองก็ได้กลายเป็นอาหารของมนุษย์ไปโดยไม่ทันรู้ตัว  มีอาหารจึงอยู่รอด มนุษย์บางคนก็เฉกเช่นตำลึงที่พยายามหาที่พึ่งที่คิดว่าสามารถจะนำมาเลี้ยงตัวเองได้  ธรรมชาติต่างพึ่งพาอาศัยกัน แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าก็อยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ 
          อีกภาพหากไม่พิจารณาก็จะผ่านไปเหมือนเรื่องบางอย่างที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่หากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าเป็นกระถินที่แห้งตายคาต้น เมล็ดพร้อมที่กลายเป็นพันธุ์ไม้สืบต่ออายุของกระถินให้แพร่หลายต่อไป กระถินมีประโยชน์หลายประการ เช่น  ยอดอ่อนฝักอ่อนใช้จิ้มน้าพริกหรือกินกับขนมจีนอร่อยนักแล ใบกระถินมีสารเบต้าแคโรทีนสูงช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระต่อต้านโรคมะเร็ง บำรุงสายตา  ดอกกระถินบำรุงตับ รากขับระดูขาว เป็นยาอายุวัฒนะ รากกระถินยังใช้เป็นยาถ่ายพยาธิตัวกลมได้อีกด้วย  กระถินแพร่พันธุ์ได้ง่าย 
           ต้นไม้บางประเภทดำรงอยู่ชั่วกาลเวลาหนึ่ง จากนั้นก็เหี่ยวแห้งและตายไป สัตว์โลกทั้งหลายก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ ดำเนินไปตามธรรมชาติคือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ตามกฎแห่งธรรมนิยามคือ กำหนดแห่งธรรมดา ความเป็นไปอันแน่นอนโดยธรรมดา ธรรมชาติเป็นไปดังนี้ ดังที่แสดงไว้ในอุปาทสูตร อังคุตตรนิกาย ติกกนิบาต (20/576/368) ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่อุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุนั้นคือความตั้งอยู่ตามธรรมดา ความเป็นไปตามธรรมดาก็คงตั้งอยู่อย่างนั้นเอง ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยงครั้นแล้วจึงบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้เข้าใจง่ายว่าสังขารทั้งปวงไม่เที่ยง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่อุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุนั้น คือ ความตั้งอยู่ตามธรรมดา ความเป็นไปตามธรรมดา ก็คงตั้งอยู่อย่างนั้นเอง ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ครั้นแล้วจึงบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้เข้าใจง่ายว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่อุบัติขึ้นก็ตามธาตุนั้น คือ ความตั้งอยู่ตามธรรมดา ความเป็นไปตามธรรมดา ก็คงตั้งอยู่อย่างนั้นเอง ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ครั้นแล้วจึงบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้เข้าใจง่ายว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา”
           ความเป็นไปของธรรมชาติหรือความเป็นธรรมดาของสรรพสิ่งว่าโดยสรุปคือ “สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง  สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์  สังขารทั้งปวงมิใช่ตน ความจริงทั้งหลายย่อมเป็นไปตามธรรมดาของมันคือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เป็นธรรมนิยาม” ยึดมั่นถือมั่นไปก็เท่านั้น ไม่นานก็ต้องเสื่อม ทำความเข้าใจกับสิ่งที่พบ เคารพในความแตกต่าง ปล่อยวางในความคิด  ชีวิตก็มีความสุขได้ 
           ริมรั้วยังมีต้นไม้  ในทุ่งกว้างมีใบหญ้า  ในน้ำยังมีปลา ในทุ่งนามีข้าว ธรรมชาติอยู่ได้ด้วยตัวมันเองและยังเผื่อแผ่แบ่งปันสละบางส่วนของสังขารมาหล่อเลี้ยงชีวิตของสรรพสัตว์ให้อยู่รอดได้ในโลกนี้ ธรรมชาติแบ่งปันสิ่งที่มีอยู่ให้แก่ผู้อื่นโดยไม่ได้หวังผลตอบแทนอันใด ชีวิตมนุษย์หากรู้จักเลือกทำในสิ่งที่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนก็สามารถอยู่ในสังคมอย่างสันติสุขได้  
 
 
 พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
12/12/56
 
Go to top