Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 
               ความคิดความเชื่อของมนุษย์นั้นมีหลากหลาย  ความคิดนำไปสู่ความเชื่อและความเชื่อนำไปสู่การกระทำ หากการกระทำนั้นไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่คนอื่น การกระทำตามความเชื่อนั้นก็ไม่ใช่ความผิดอะไร ใครจะเชื่ออะไร  ใครคิดอะไรย่อมมีสิทธิในการเลือกคิดเลือกเชื่อในสิ่งที่ที่ตนเห็นว่าเป็นความถูกต้อง  ความคิด ความเชื่อและกระทำของแต่ละบุคคลต้องอยู่ในกรอบของศีลธรรม กฎหมาย และยอมรับความเห็นต่างของคนอื่นด้วย แต่ละคนย่อมมีความคิด ความเชื่อแตกต่างกัน แต่หากยอมรับกันได้ ก็สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้  ตั้งสติให้มั่นสักนิด ก่อนจะคิดอะไร ทำอะไร
               จำได้ว่าสมัยที่ยังเป็นเด็ก มีแม่น้ำสายหนึ่งหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนหลายหมู่บ้าน  ระหว่างแม่น้ำมีสะพานเล็กๆอันหนึ่งที่ชาวบ้านช่วยกันทำขึ้น เป็นเพียงสะพานทำด้วยไม้กระดานแผ่นเดียว เวลาข้ามต้องเดินข้ามทีละคน หากจะมีคนมาพร้อมกันทั้งสองฝ่ายก็ต้องรอให้อีกฝ่ายหนึ่งข้ามไปก่อน จากนั้นจึงค่อยเดินผ่านไป ด้านบนสะพานมีเถาวัลย์ที่ใช้แทนเชือก สำหรับให้คนได้จับ ค่อยๆก้าวทีละก้าว ค่อยๆข้ามด้วยความระมัดระวัง เพราะหากพลั้งเผลออาจจะตกลงไปยังแม่น้ำได้ สะพานไม้อันนั้นอยู่มานานหลายปี ประชาชนทั้งสองฝั่งก็ข้ามไปมาได้โดยสะดวก เพียงแต่เสียเวลารอสักนิดให้คนอื่นข้ามไปก่อน แม้จะช้าไปนิดแต่ก็ไปถึงจุดหมายได้โดยปลอดภัย
 
               ในช่วงที่น้ำในแม่น้ำมีน้อย สะพานดูจะสูงกว่าปรกติเวลาเดินข้ามคนเฒ่าคนแก่มักจะบอกลูกหลานเสมอว่าอย่ามองลงไปข้างล่างเพราะจะทำให้ตกใจอาจขาดสติทำให้ตกลงไปข้างล่างได้ 
               หากเวลาน้ำหลากระดับของสะพานจะปิ่มน้ำเดินข้ามได้โดยสะดวก เพราะสะพานกับสายน้ำแทบจะอยู่ในระดับเดียวกัน  แม้ว่าในเวลาต่อมาจะมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำในที่ใกล้ๆกันขึ้นมาอีกสะพานหนึ่ง  เป็นสะพานที่ทำด้วยคอนกรีตทนทานแข็งแรง แต่คนเฒ่าคนแก่บางคนก็ยังใช้สะพานไม้เก่านั้นข้ามไปมาเหมือนเดิม 
               บางปีน้ำมากสะพานคอนกรีตที่แข็งแกร่งก็ถูกน้ำพัดพากลืนหายไปกับสายน้ำ แต่ทว่าสะพานไม้ยังคงอยู่  เมื่อน้ำหลากขยะหรือเศษวัสดุต่างๆที่ไหลมาตามกระแสน้ำก็จะลอยลอดสะพานไป ผิดกับสะพานคอนกรีตที่แม้จะมีเสาขนาดใหญ่แต่เมื่อมีท่อนไม้หลายท่อนมากระทบพร้อมกับแรงกระแทกของน้ำที่ไหลแรง ไม่นานก็สะเทือนและเสาสะพานก็หักลอยหายไปกับสายน้ำ สะพานที่ว่าแข็งแกร่งก็มีอันพังทลายลง
               ช่วงเวลาที่เกิดเรื่องนี้เป็นหน้าฝน น้ำหลากและไหลแรง  อากาศแปรปรวนด้วยลมฝน สะพานไม้ไหวโอนเอนเหมือนจะพัง แต่ก็เพียงแต่โยกคลอน ไม่นานก็กลับคืนสู่สภาพเดิม  ลุงเชยกับป้าชม(นามสมุติ)แม้จะอยู่หมู่บ้านเดียวกัน แต่ไม่ค่อยถูกชะตากันนัก มักจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งบาดหมางกันเสมอ ป้าชมเป็นคนสวย ส่วนลุงเชยนอกจากจะมีรูปร่างขี้ริ้วขี้เหร่แล้ว ยังชอบดื่มสุราเล่นการพนันแทบทุกชนิด วันไหนเมาก็จะร้องด่าป้าชมคนเคยรักกัน  ป้าชมไปแต่งงานกับคนอีกหมู่บ้านหนึ่งที่รูปหล่อกว่า มีฐานะดีกว่า
               วันนั้นป้าชมกลับจากไร่ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ ส่วนลุงเชยกำลังจะไปไร่ซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน ลุงเชยกำลังเดินขึ้นสะพานอีกฟากหนึ่งในมือถือมีดซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการถางหญ้า ในขณะที่ป้าชมก็ขึ้นสะพานอีกฟากหนึ่งบนบ่าหาบตะกร้าที่เต็มไปด้วยผักผลไม้สดๆจากไร่  ช่วงเวลาที่ทั้งสองพบกันเป็นเวลาใกล้เที่ยง ทั้งป้าชมและลุงเชยมาพบกันที่กลางสะพานพอดี
               เมื่อพบกันทั้งสองต่างก็ไม่ยอมหลีก ต่างก็พยายามจะเดินข้ามสะพานไปยังฝั่งตรงข้ามให้ได้ เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอยมุ่งหน้าแต่จะเดินจึงเกิดการโต้เถียงปะทะคารมอย่างเผ็ดร้อน ถ้อยคำในวันนั้นไม่อาจนำมาสาธยายในวันนี้ได้ เพราะต่างก็จ้องทำลายฝ่ายตรงข้ามด้วยผรุสวาจา  ลุงเชยยังถือมีดกัดแกว่งไปมา ส่วนป้าชมก็วางหาบถือไม้คานในมือ ทั้งสองเหมือนกำลังเข้าสู่สงคราม  ผู้คนทั้งสองฝั่งที่ต้องการข้ามไปอีกฝั่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะพยายามให้ทั้งสองฝ่ายถอยก่อนให้อีกฝ่ายไปก่อน แต่ทั้งลุงเชยและป้าชมก็ไม่ยอมรามือ ในที่สุด สะพานที่เก่ามากแล้วก็รับน้ำหนักไม่ไหว เถาวัลย์ข้างบนขาดก่อน จากนั้นไม้สะพานซึ่งมีแผ่นเดียวก็เริ่มหัก ทั้งป้าชมและลุงเชยตกสะพาน ถูกกระแสน้ำพัดหายไปทั้งคู่
 
               หากป้าชมและลุงเชยซึ่งมีอาชีพเหมือนกัน อยู่บ้านเดียวกัน  ตั้งสติกลับมาย้อนคิดสักนิดว่าถึงอย่างไรก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน  ประกอบอาชีพเดียวกัน ยอมถอยกันคนละก้าว  แม้จะไม่อยากพูดจากันก็ปิดปากเงียบไว้  ยอมให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้  หลีกทางให้อีกฝ่ายไปก่อน โศกนาฏกรรมเช่นนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น 
               มนุษย์เราต่างคนต่างความคิด มีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันได้ แต่หากมองความเป็นมนุษย์ด้วยความเข้าใจแล้วปัญหาทั้งหลายย่อมมีทางแก้ไข  หากจะถามว่า “มนุษย์เราเป็นอะไรกัน” หากคิดด้วยความโกรธก็จะได้คำตอบคือการเป็นศัตรูกันหาทางจ้องทำลายฝ่ายตรงข้าม  หากคิดด้วยความโลภก็จะกลายเป็นการแย่งชิงครอบครองเพื่อจะได้เป็นเจ้าของ  หากคิดด้วยความหลงก็จะได้คำตอบว่าสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่นั้นคือความถูกต้อง ทั้งๆสิ่งนั้นกำลังทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ลองตั้งคำถามสักนิดก่อนคิดจะทำอะไรว่า “มนุษย์เราเกิดมาเพื่ออะไร เราเป็นอะไรกัน”  ก็จะได้คำตอบว่า “เราควรจะทำอย่างไร” กับชีวิตเราเองและคนอื่นๆ
               หากคิดว่า “เราทั้งหลายต่างก็เป็นเพื่อนเกิด แก่  เจ็บ ตาย เหมือนกัน” ก็จะเกิดความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจกัน เกิดความรักความเมตตา รักกันเหมือนพี่ ดีกันเหมือนน้อง ปรองดองกันเหมือนญาติ มีอะไรก็หันหน้าเข้าหากันหาทางออก หาทางแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะแม้จะสู้กันต่อไปก็ต้องมีผู้แพ้ ผู้ชนะ ซึ่งจะเกิดเป็นความแค้นหาทางแก้แค้นกันไม่มีที่สิ้นสุด มีพุทธภาษิตในขุททกนิกาย คาถาธรรมบท (ฉบับภาษาบาลี25/25/42) ตอนหนึ่งว่า “ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมเป็นทุกข์” แปลมาจากภาษาบาลีว่า “ชยํ  เวรํ ปสวติ ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต”  ผู้ชนะหรือผู้แพ้เดือดร้อนทั้งคู่
               ส่วนผู้ที่ไม่มีเวรย่อมเป็นอยู่สบายดังที่แสดงไว้ในพระไตรปิฎกเล่มเดียวกันว่า “เมื่อพวกมนุษย์มีเวรกันอยู่ เราเป็นผู้ไม่มีเวรอยู่  เป็นอยู่สบายดีหนอ” แปลมาจากภาษาบาลีว่า
                              “สุสุขํ วต ชีวาม  เวริเนสุ  อเวริโน
                              เวริเนสุ มนุสฺเสสุ  วิหราม  อเวริโน”  
               ตั้งสติยั้งคิดสักนิด ชีวิตย่อมมีทางออก จะอยู่อย่างคนมีเวรหรืออยู่อย่างคนไม่มีเวร
           เหตุการณ์บนสะพานระหว่างลุงเชยกับป้าชมผ่านไปหลายปีแล้ว แต่ทว่าดูเหมือนกับว่าเหตุการณ์นั้นเหมือนกำลังจะย้อนกลับมาอีกครั้ง  ครั้งนี้ไม่ได้เกิดบนสะพานไม้เก่าเหนือแม่น้ำ แต่กำลังจะเกิดบนสะพานในกรุงเทพมหานครที่รถยนต์สามารถแล่นผ่านไปมาได้ครั้งละหลายคัน นอกจากนั้นยังลุกลามไปยังสะพานในจังหวัดอื่นๆอีกด้วย หากคนบนสะพานไม่ยอมหลีทางให้อีกฝ่าย สะพานที่แข็งแกร่งก็อาจจะพังทะลายลงได้   
 
พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
30/11/56
 
Go to top