Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 
        เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สิ้นพระชนม์ไปแล้วเป็นเวลา 12 วัน ทรงมีพระชนมายุยืนยาวถึง 100 พรรษา ก็ต้องประสบกับความเป็นธรรมดาของชีวิต "ทุกคนหนีแก่ไม่ได้ หนีตายไม่พ้น" แม้จะรู้ว่าเรื่องของความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย หรือภาษาบาลีว่า “ชาติ ชรา พยาธิ มรณ” เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต สรรพสัตว์ทั้งหลายเมื่อเกิดมาแล้วก็จะหนีธรรมชาติเหล่านี้ไม่พ้น จะยากดีมีจนอย่างไร ทุกคนก็ต้องประสบกับธรรมชาติของชีวิตเหล่านี้ แต่ทว่ามนุษย์ส่วนหนึ่งมักจะไม่อยากได้ยิน ไม่อยากพบ ไม่อยากรับรู้กับความจริงของชีวิต คนส่วนมากไม่มีใครอยากแก่ ไม่อยากเจ็บและไม่อยากตาย  ยกเว้นแต่ใครบางคนที่อาจจะคิดสั้นหาทางออกของชีวิตไม่พบ จึงฆ่าตัวตายก่อนวัยอันควร
        ลมหนาวโชยพริ้วนำเอาฝุ่นละอองลอยมาจากห้วงนภากาศ สัมผัสผิวกายรู้สึกหนาว ธรรมชาติกำลังบอกให้รู้ว่าบัดนี้ฤดูหนาวได้มาเยือนอีกปีแล้ว ยังเผลอคิดไปว่ายังอีกหลายเดือนกว่จะถึงสิ้นปี แต่ที่ไหนได้วันเวลาไม่เคยรอใคร อีกไม่กี่วันปีใหม่ก็จะมาเยือนอีกแล้ว ดูเหมือนวันเวลาจะไม่เคยรอใคร ยังมีงานอีกหลายอย่างที่ยังทำไม่เสร็จ คิดว่ารออีกสักหน่อยตค่อยทำ งานบางอย่างได้แค่คิดยังไม่ได้ลงมือทำด้วยซ้ำ วันเวลาหมุนเร็วเหลือเกิน คนโบราณเคยบอกว่าเด็กๆคิดว่าเวลาหมุนช้ากว่าจะผ่านพ้นไปได้ในแต่ละวันก็ยาวนานมาก  แต่สำหรับคนชราเวลากลับหมุนเร็วเผลอประเดี๋ยวเดียว ก็ผ่านไปอีกปีแล้ว
        ความจริงวันเวลาทำหน้าที่เท่าเดิมหนึ่งปียังมีสิบสองเดือนเหมือนทุกปี มนุษย์ต่างหากที่เอาความคิดเข้าไปคิดว่าวันเวลาสั้นหรือยาว แม้จะไม่อยากแก่ แต่ทว่าความเป็นธรรมดาย่อมปรากฏให้เห็น บางครั้งเผลอไม่ได้สังเกต แต่พอหันกลับมาอีกทีความแก่ชราก็เข้าครอบงำแล้ว ความชราภาพมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว 
        ความแก่ชราเกิดขึ้นได้กับทุกคน ยกเว้นแต่บางคนไม่มีโอกาสได้แก่ เพราะมรณะมาพรากชีวิตไปเสียก่อน  ดังที่แสดงไว้ในชราสูตร สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค ( 19/962/271) ความว่า  “สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของนางวิสาขามิคารมารดา ในบุพพาราม ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็นแล้วประทับนั่งผินพระปฤษฎางค์ผิงแดดในที่มีแสงแดดส่องมาจากทิศประจิมอยู่ ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว บีบนวดพระกายของพระผู้มีพระภาคด้วยฝ่ามือพลางกราบทูลว่า        
        ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีมาแล้ว เวลานี้พระฉวีวรรณของพระผู้มีพระภาคไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนเมื่อก่อน พระสรีระก็หย่อนย่นเป็นเกลียว พระกายก็ค้อมไปข้างหน้า และความแปรปรวนของอินทรีย์ คือ พระจักษุ พระโสตะ พระฆานะ พระชิวหา พระกาย ก็ปรากฏอยู่  
            
        พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ชราธรรมย่อมมีในความเป็นหนุ่มสาว พยาธิธรรมย่อมมีในความไม่มีโรค มรณธรรมย่อมมีในชีวิต ผิวพรรณไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนเมื่อก่อน สรีระก็หย่อนย่นเป็นเกลียว กายก็ค้อมไปข้างหน้า และความแปรปรวนแห่งอินทรีย์ คือ จักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย ก็ปรากฏอยู่ 
        ถึงแม้ว่าบางคนจะมีอายุยืนยาว บางคนอาจจะมีอายุเกิน 100 ปี แต่ก็หนีไม่พ้นความตายเหมือนกัน  การกระทำของแต่ละคนจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเมื่อตายไปแล้วจะไปสู่ภพภูมิใด มีครั้งหนึ่งที่พราหมณ์สองคนมีอายุ 120 ปี เข้าไปพบพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ได้แสดงธรรมให้ฟังดังที่ปรากฎในชนสูตร อังคุตตรนิกาย (20/491/148) ความว่า “สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พราหมณ์สองคน เป็นคนชรา แก่เฒ่า ล่วงกาลผ่านวัยมาโดยลำดับ มีอายุได้ 120 ปีแต่กำเนิด ได้ชวนกันไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง 
 
        ครั้นแล้วได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พวกข้าพระองค์เป็นพราหมณ์ชรา แก่เฒ่า ล่วงกาลผ่านวัยมาโดยลำดับ มีอายุได้ 120 ปีแต่กำเนิดแต่มิได้สร้างความดี มิได้ทำกุศล มิได้ทำกรรมอันเป็นที่ต้านทานความขลาดไว้ขอพระโคดมผู้เจริญ ทรงโอวาทสั่งสอนพวกข้าพระองค์ถึงข้อที่จะพึงเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุขแก่พวกข้าพระองค์สิ้นกาลนานเถิด 
        พระผู้มีพระภาคตรัสว่าดูกรพราหมณ์ ที่แท้ พวกท่านเป็นคนชรา แก่เฒ่า ล่วงกาลผ่านวัยมาโดยลำดับมีอายุได้ 120 ปีแต่กำเนิด แต่มิได้สร้างความดี มิได้ทำกุศล มิได้ทำกรรมอันเป็นที่ต้านทานความขลาดไว้ ดูกรพราหมณ์ โลกนี้ถูกชรา พยาธิ มรณะ นำเข้าไปอยู่แล เมื่อโลกถูกชรา พยาธิ มรณะ นำเข้าไปอยู่เช่นนี้ ความสำรวมทางกาย ความสำรวมทางวาจา ความสำรวมทางใจในโลกนี้ ย่อมเป็นที่ต้านทานเป็นที่เร้น เป็นเกาะ เป็นที่พึ่ง เป็นที่ยึดหน่วงของเขาผู้ละไปแล้ว 
        ชีวิตถูกชรานำเข้าไปใกล้ความมีอายุสั้น ผู้ที่ถูกชรานำเข้าไปใกล้แล้ว ย่อมไม่มีที่ต้านทาน เมื่อบุคคลเล็งเห็นภัยในความตายนี้ ควรทำบุญทั้งหลายอันนำความสุขมาให้ ความสำรวมทางกาย ทางวาจา และทางใจในโลกนี้ ย่อม เป็นไปเพื่อความสุขแก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้ว ผู้ซึ่งสร้างสมบุญไว้แต่เมื่อยังมีชีวิตอยู่”
 
        คนมีอายุยืนจึงไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าจะมีเวลาในการทำคุณงามความดีมากกว่าคนมีอายุน้อย การทำความดีอยู่ที่การเริ่มต้นทำ จะทำเวลาไหนอายุเท่าไหร่ก็จะกลายเป็นบุญกรรม เป็นที่พึ่ง เป็นที่ยึดเหนี่ยวของผู้นั้น 
        ลมหนาวต้นฤดูฝนโชยแผ่วเข้ามาสัมผัสกายรับรู้ได้ถึงความแห้งแล้ง และอีกไม่นานความหนาวเย็นก็จะตามมา วันเวลาเคลื่อนไปตามการหมุนของโลก ชีวิตของสรรพสัตว์ก็เคลื่อนไปตามกาลเวลา เด็กก็กำลังเคลื่อนเข้าสู่วัยหนุ่มสาว คนหนุ่มสาวก็กำลังเคลื่อนเข้าใกล้ความเป็นคนชรา ส่วนคนชราก็กำลังจะเคลื่อนเข้าสู่มรณะ “ความแก่ ความเจ็บ ความตาย” แม้จะไม่อยากพบ ไม่อยากได้ยิน แต่ทว่ามนุษย์ทุกคนก็กำลังก้าวไปสู่ความเป็นธรรมดาของสรรพสิ่งเฉกเช่นเดียวกัน ทุกคนหนีแก่ไม่ได้ หนีตายไม่พ้น ทุกคนต้องตาย ส่วนใครจะไปก่อนไปหลังนั้นคำนวณไม่ออก บอกล่วงหน้าไม่ได้
 
 
พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
04/11/56
 
Go to top