Cybervanaram.net : ไซเบอร์วนาราม.เน็ต  

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

            เครือข่ายทางสัมคมบนโลกออนไลน์ ที่มีโอกาสได้พบปะสนทนาเรื่องเดียวกัน ใครชอบเรื่องอะไรแบบไหนก็ไปที่กลุ่มนั้น แต่คนที่ปรากฎบนโลกออนไลน์แม้จะดูเหมือนว่าคุ้นเคยกันมานาน แต่ในความเป็นจริงเรากลับไม่รู้จักใครเลย มีแต่เพื่อนแต่ไม่มีคนรู้จัก เพราะคนที่ให้ข้อมูลส่วนหนึ่งมักจะปิดบังขัอเท็จจริงส่วนตัว เพียงแต่อยากพบปะสนทนากับคนอื่นๆ แต่ไม่อยากพูดคุยกับตัวเอง บางครั้งคนที่อยู่บนโลกออนไลน์นานๆจะคุยกับคนในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ค่อยรู้เรื่อง
            มีผู้หวังดีท่านหนึ่งส่งภาพยนตร์เรื่อง “Social network” มาให้ดู พร้อมทั้งขอคำวิจารณ์ด้วย ไม่รู้เขากำลังคิดอะไรอยู่ เขาบอกว่าผมสงสัยมานานว่าจุดเด่นที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คืออะไร เท่าที่ดูผมจับประเด็นได้สั้นๆว่า เป็นเรื่องราวของการก่อตั้งเว็บไซต์ facebook.com โดยหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดคนหนึ่งที่ถูกแฟนสาวทิ้ง วันนั้นเขาจึงดื่มเหล้าจนเมามาย นั่งเล่นอินเทอร์เน็ตทั้งคืน ด้วยพลังแห่งความแค้นและหาทางแก้แค้นแฟนสาวจึงได้นำภาพของอดีตแฟนสาวที่พึ่งบอกเลิกมาโพสหรือแฉให้คนอื่นได้รับรู้  วันนั้นเครื่อข่ายอินเทอร์ของมหาวิทยาลัยล่มตอนตีสี่ เพราะมีคนเข้ามาลงคะแนนเลือกว่าใครสวยที่สุด นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดเว็บไซต์ facebook.com ขึ้นมา

 

            ดูภาพยนตร์จนจบเรื่องแต่ก็หาประเด็นที่จะให้คำวิจารณ์ส่งไปให้ผู้หวังดีคนนั้นไม่ได้ จึงบอกเขาไปตามข้อเท็จจริงว่าวิจารณ์ไม่ได้ เพราะไม่ใช่นักวิจารณ์ภาพยนตร์อย่างหนึ่ง และยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ ดูภาพยนตร์อย่างเดียวโดยไม่หาข้อมูลจากแหล่งอื่นนั้นอาจจะทำให้ความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ภาพยนตร์เขาเน้นที่ความบันเทิง ส่วนข้อเท็จจริงจะนำเสนอเป็นเพียงส่วนประกอบ เพราะถ้านำเสนอข้อเท็จจริงทั้งหมดก็จะกลายเป็นภาพยนตร์สารคดีซึ่งต้องใช้เวลานาน 
            เฟซบุ๊คได้ชื่อว่าเป็นเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของโลก มีบุคคลจากทุกระดับของโลกสมัครเข้าเป็นสมาชิกและมีสมาชิกใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ข้อมูลที่ปรากฏบนโลกออนไลน์จึงมีทั้งส่วนดีและไม่ดี ถ้าหากนำไปใช้เพื่อคุยกับเพื่อนก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้านำไปใช้เพื่อการก่อการร้ายหรือทำร้ายผู้อื่นก็จะมีผลทำให้โลกสะเทือนได้ 
            เคยเข้าไปสมัครในเว็บนี้มาหลายเดือนแล้ว แต่มีความรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะกับวัยและสถานภาพสักเท่าไหร่ แม้จะมีพระภิกษุหลายรูปใช้เว็บนี้อย่างได้ผลเช่นทะไล ลามะ ว.วชิรเมธี เป็นต้น ในแต่ละวันมีคนเข้ามาดูและคอยติดตามจำนวนมาก นับเป็นทางหนึ่งที่จะทำให้คนรู้จักคำสอนพระพุทธศาสนามากขึ้น นอกจากเว็บไซต์ทางด้านศาสนาอื่นๆที่ปัจจุบันมีเป็นจำนวนมากแล้ว

 

            เปิดหาข้อมูลของคำว่า “Social Network” ซึ่งมีคำอธิบายไว้มากมายเช่น   "Social Network คือสังคมที่อยู่บนการติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Virtual Community โดยสมาชิกในกลุ่มไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้น แต่มีหัวข้อความสนใจร่วมกัน มีบทสนทนาที่แสดงถึงแนวทางความคิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งร่วมกัน ตัวอย่างเช่น กระทู้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ นั่นถือเป็น Community ที่สมาชิกอาจไม่รู้จักกันจริงๆ อยู่ในสถานะของคนแปลกหน้าต่อกันโดย Turnover ของการเป็นสมาชิก อาจจะอยู่ในระดับสูง (ศูนย์กลางความรู้แห่งชาติwww.tkc.go.th/pageconfig/viewcontent/)
            Social Network เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลและความสัมพันธ์บนโลกอินเทอร์เน็ต จะยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันเช่น ปกติเหล่าแม่บ้านจะจับเข่าเม้าส์กันกับบรรดาเพื่อนบ้านใกล้เคียง เมื่อเป็น social network แม่บ้านจะสามารถเข้าเว็บไซต์ เพื่อทำการเลือกกลุ่มที่สนใจ แล้วเข้าไปเหล่าเรื่องที่ตนเองพบเจอมา สักพักเมื่อเวลาผ่านไป บรรดาเหล่าแม่บ้านจากทั่วโลก จะเข้ามาแชร์ประกบการณ์ในเรื่องที่แม่บ้านได้เขียนไว้ คุณผู้อ่านพอจะมองเห็นภาพกันบ้างไหมว่า นี้คือโลกที่สามยุคที่อะไรก็ไม่อาจจะหยุดยั้งไว้ได้แล้ว" ซึ่งความหมายของคำนี้มีอธิบายไว้มากมายในอินเทอร์เน็ต
            คำโปรยหัวของภาพยนตร์เรื่องนี้มีความว่า “You don’t get to 500 million friends without making a few enemies” ดูเหมือนการมีมิตรสหายจำนวนมากนั้นอาจจะต้องสร้างศัตรูขึ้นมาไม่มากก็น้อย  ดูภาพยนตร์จบยังงงๆ วันหนึ่งเดินเข้าร้านหนังสือจึงได้พบหนังสือ "แบบว่า...บังเอิญรวย แปลมาจาก Accidental Billionalires พร้อมทั้งเขียนโปรยไว้บนหน้าปกว่า “หนังสือเล่มนี้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์” แต่พอเริ่มอ่านกลับเป็นหนังสือที่เขียนออกแนวอัตตชีวประวัติว่าด้วยการก่อตั้งเฟซบุ๊ค  ภาพยนตร์กับหนังสือได้รสชาติคนละอย่างกัน หนังสือให้ข้อมูลส่วนภาพยนตร์เน้นที่ความบันเทิง

 

            การเกิดขึ้นของเฟซบุ๊คนั้นในครั้งแรกเริ่มต้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2004 ในการเปิดตัวครั้งแรกยังมีคำว่าเดอะนำหน้า นักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสองคนคือมาร์ค ชัคเคอร์เบิร์กและ และเอดูอาร์โด เซเวอรินซึ่งในวัน เปิดตัวเขาเขียนไว้ว่า "เดอะเฟซบุ๊คเป็นทำเนียบนามออนไลน์ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันผ่านเครือข่ายสังคมในมหาวิทยาลัยทั้งหลาย เราเปิดเดอะเฟซบุ๊คขึ้นมาเพื่อให้บริการสำหรับประชากรของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด คุณสามารถใช้เดอะเฟ๊ซบุ๊คเพื่อ ค้นหาเพื่อนร่วมโรงเรียนเดิม ค้นหาเพื่อนของเพื่อนคุณ มองเห็นภาพรวมของครือข่ายสังคมของคุณ เพื่อเริ่มต้นการใช้งาน คลิกด้านล่างสำหรับลงทะเบียน หากคุณลงทะเบียนแล้วสามารถล็อกอินเข้าใช้งานได้เลย (เบ็น เมซริช,ไพรัตน์ พงษ์พานิชย์ แปล,แบบว่า.....บังเอิญรวย,กรุงเทพฯ:มติชน,หน้า 123)
            การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเฟวบุ๊คน่าจะเกิดขึ้นฌอน ปาร์กเกอร์วันหนึ่งเขาเสริจพบในกูเกิลจึงได้พบกับเฟซบุ๊คในหนังสือแบบา...บังเอิญรวยบรรยายไว้ว่า “เว็บไซต์ที่เรียกว่าเดอะเฟวบุ๊ค เริ่มต้นด้วยนักศึกษาปีสอง ในช่วงเวลาเพียงสี่วันเกือบทั้งหมดของฮาร์วาร์ดลงทะเบียนเข้าใช้งาน พอถึงสัปดาห์ที่สองมีผู้ใช้ลงทะเบียนไว้ถึงห้าพันคน จากนั้นจึงเริ่มเปิดกว้างสำหรับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ... “เดอะเฟซบุ๊ค” ทำไมไม่แค่ “เฟซบุ๊ค” ถ้าทุกอย่างเป็นไปได้สวยอย่างที่ดูเหมือนจะเป็น เขาจะช่วยให้เจ้าหนุ่มนามว่ามาร์ค ชัคเคอร์เบิร์กเปลี่ยนเฟซบุ๊คให้เป็นบางอย่างที่มหึมา ตั้องใหญ่โตระดับพันล้านหรือไม่ก็ตายสนิทไปเลย อย่างอื่นที่ต่ำกว่านั้นไม่ถือว่าเป็นความสำเร็จแล้ว”(แบบว่า.....บังเอิญรวย,หน้า 178) 
            ในที่สุดฌอนก็ได้ร่วมงานและร่วมพัฒนาเฟซบุ๊คจนกลายเป็นเว็บเครือข่ายทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ปัจจุบันฌอนลาออกจากทีมเฟซบุ๊คและได้เปิดบริษัททำเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมที่มุ่งไปที่การช่วยสร้างกิจกรรมทางการเมืองในขอบเขตกว้างขวางผ่านโลกออนไลน์ภายใต้ชื่อว่า “โปรเจ็กต์ อะกาปี”

 

            ผลผลิตที่เกิดขึ้นในห้องหอพักมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของมาร์ค ชัคเคอร์เบิร์ก ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นบริษัทที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกอินเทอร์เน็ต มาร์คได้กลายเป็นเศรษฐีที่มีสินทรัพย์เกินพันล้านดอลลาร์ที่สร้างฐานะขึ้นมาด้วยตัวเองที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยวัยเพียง 26 ปี  และนิตยสารไทม์ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปี 2010 เฉือนชนะจูเลี่ยน แอสเซ็นจ์ ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการเว็บไซต์จอมแฉอย่างวิกิลีกส์
            ปัจจุบันเฟซบุ๊คมีผู้ใช้ประมาณ 500 ล้านคนทั่วโลก นับว่าเป็นเว็บไซต์เครือข่ายที่โด่งดังและมีราคาประเมินสูงสุด  มีราคาประเมินจาก
http://bizinformation.org ประมาณ 7.19 ล้านล้านดอลลาร์ มีสมาชิกเปิดเข้าวันละ 739,592,192 คน ในขณะที่ทวิสเตอร์มีราคาประเมินเพียง 1.39 ล้านล้านดอลลาร์ มีสมาชิกประมาณ61,072,280 ส่วนกูเกิลมีราคประเมิน 9.48 ล้านล้านดอลลาร์ มีผู้เข้าชมวันละ 766,794,432 ครั้ง หากดูตามสถิติเฟซบุ๊คก็อยู่ห่างกูเกิลไม่ไกล 
            เว็บไซต์ยอดนิยมอันดับหนึ่งในประเทศไทยคือ google.com มีราคาประเมินสูงสุดที่ 830.55 ล้านบาท รองลงมาคือ sanook.com ราคาประเมิน 217.87 ล้านบาท ตามมาด้วย pantip.com ราคา 166.50 ล้านบาท ส่วนเว็บไซต์ cybervanaram.net มีราคาประเมินอยู่ที่ 128,977.57 บาท มีผู้เข้าชมวันละประมาณ 150 คน จัดอยู่ในอันดับที่ 36,490 ของประเทศไทย ในขณะที่เว็บไซต์ทางศาสนาอย่าง Luangta.com มีราคาประเมิน 265,810.35 บาท จัดอยู่ในอันดับที่ 12,356 ของประเทศไทย (ข้อมูลวันที่ 9 มีนาคม 2554)

 

            บางครั้งการก่อเกิดของเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมบนโลกออนไลน์ อาจจะมาจากความบังเอิญ อย่างเช่นมาร์ค ชัคเคอร์เบิร์กที่ผิดหวังจากความรัก ถูกสาวคนรักบอกเลิก จึงต้องการแก้แค้นนำภาพของแฟนสาวมาให้คนลงคะแนนความสวย เรียกว่าประชดประชันกันไปเลย แต่พอทำไปกลับกลายเป็นที่นิยม และค่อยๆพัฒนามาเป็นเครือข่ายทางสัมคมที่ทรงอิทธิพลในปัจจุบัน
            โลกออนไลน์บนอินเทอร์เน็ตเหมือนทางหลวงที่มีขนาดใหญ่เชื่อมโยงไปได้ทั่วโลก บนถนนหนทางทั่วไปยังมีรถแทบทุกประเภทวิ่งไปมา ซึ่งจะบรรทุกอะไรมาไม่มีใครตอบได้ อาจจะเป็นสินค้าที่ถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายก็ได้ โลกออนไลน์ก็เฉกเช่นเดียวกันเมื่อเป็นถนนใหญ่ก็ต้องมีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีวิ่งพล่านอยู่บนนั้น วิจารณญาณของผู้ใช้จึงเป็นสิ่งสำคัญหากใช้ผิดทางมีโอกาสเข้าไปนอนในคุกได้ทุกเมื่อ แต่หากใช้ในทางที่ดีย่อมมีโอกาสรวยเหมือนชายหนุ่มอดีตนักศึกษาฮาร์วาร์ดคนนั้น มาร์ค ชัคเคอร์เบิร์ค ที่กลายเป็นบุรุษแห่งปีของนิตยสารไทม์เพราะเหตุผลสั้นๆข้อหนึ่งคือ “แบบว่า...บังเอิญรวย

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
10/03/54

อ้างอิง

เบ็น เมซริช,ไพรัตน์ พงษ์พานิชย์ แปล,แบบว่า.....บังเอิญรวย,กรุงเทพฯ:มติชน,2554
ศูนย์กลางความรู้แห่งชาติwww.tkc.go.th/pageconfig/viewcontent/
http://bizinformation.org

Go to top